On my way บันทึกการเดินทางผ่านมุมมองและความคิด
By : Nai choolee

…เธอก้มเก็บดอกลีลาวดีที่ร่วงหล่นลงระหว่างทางเดิน บางครั้งก็วิ่งไปเก็บบริเวณใต้ร่มเงาต้นลีลาวดีด้วยความเพลิดเพลิน นี่ไม่ใช่แค่ภาพที่เห็นอยู่ ณ เวลานี้ หากแต่ทุกคราที่ได้ไปเดินในสวนสาธาณะย่านพระราม ๘ สวนสราญรมย์หรือแม้แต่ริมรั้วเพื่อนบ้านใกล้เคียง ทันทีที่เห็นดอกไม้ร่วงหล่นอยู่บนพื้น เธอจะวิ่งรี่ไปเก็บแล้วสูดดม สภาพอากาศร้อนระอุยามใกล้เที่ยงวันผมไม่อยากเร่งรีบปล่อยให้เธอได้ผ่อนคลายอารมณ์ก่อนจะก้าวเดินสู่ปราสาทแห่งพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร

ศาสนสถานแห่งนี้น่าจะเป็นหมุดหมาย อันแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองและอำนาจที่เคยเฟื่องฟูของอารยธรรมจากดินแดนบูรพาทิศ สู่ดินแดนชายขอบทิศประจิมของเมืองไทย หากย้อนไปไกลกว่านั้น ก็คงต้องอ้างอิงจากหลักฐานซึ่งนักโบราณคดีขุดค้นพบ บริเวณนอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ ริมแม่น้ำแควน้อย อาทิหลุมฝังศพมนุษย์และเครื่องมือเครื่องใช้ที่ฝังร่วมกับศพ เช่น ภาชนะดินเผา แวดินเผา ภาชนะสำริด (ขวาน ทัพพี กำไล) ลูกปัดหินอะเกตและคาร์นีเลียน กำไลหิน ลูกปัดแก้ว กำไลเปลือกหอย ฯลฯ กำหนดอายุราวปลายยุคโลหะสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ณ อาณาบริเวณแห่งนี้เมื่อสองพันกว่าปีมีเมืองโบราณที่เรียกขานกันว่า “เมืองสิงห์”

อารยธรรมขอม
พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี

ในมือของเธอ…ยังคงถือดอกลีลาวดีกระโดดโลดเต้นบนขั้นบันไดศิลาแลง ท่ามกลางแสงตะวันแผดกล้าจนเหงื่อชุ่มไปทั้งเรือนหน้า ผู้คนมากมายต่างมาเยี่ยมชมศาสนสถานแห่งนี้ไม่ขาดสาย บ้างเอ่ยถึงความยิ่งใหญ่งดงามของสายธารอารยธรรมขอมที่แผ่ขยายมาถึงที่นี่ บางคนก็พร่ำพูดถึงการนั่งตากแอร์เย็นอยู่ในร้านกาแฟคลายความรุ่มร้อน คิด ๆ ไปก็อดทึ่งต่อความทรหดอดทนของคนสมัยก่อนเสียไม่ได้ พวกท่านเหล่านั้นต้องลำบากตรากตรำ ยาตราทัพเข้าสมรภูมิรบรันพันตูบาดเจ็บล้มตายเพื่อปกป้องอาณาเขต ไว้ให้คนรุ่นหลัง มองอีกด้านกลับกันในยุคนิวนอร์มอล…สงครามความคิดต่างกำลังคุกคามพื้นที่แห่งมิตรภาพ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของผมกับการมาเที่ยวปราสาทแห่งนี้ หากเรื่องเล่าบางเรื่องแม้จะเป็นข้อสันนิษฐาน ทว่าสิ่งจะยืนยันถึงอนุสรณ์สถานแห่งพลังความเชื่อและศรัทธาคือปราสาทหินศิลาแลง ตั้งตระหง่านท่ามกลางแมกไม้ หลังคาและยอดปรางค์ก่อด้วยหินทราย มีร่องรอยการใช้ปูนปั้นหุ้มประกอบ บนยอดปรางค์ประธานนักวิชาการคาดกันว่าน่าจะมีรูปหน้าคนหรือที่เรียกกันว่าพรหมพักตร์ ทั้ง ๔ ทิศ คือพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร อันเป็นสถาปัตยกรรมแบบบายนในยุคสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗

อารยธรรมขอม
“พระชัยพุทธมหานาถ ” วัดมหาธาตุวรวิหาร จ.ราชบุรี

หลักศิลาจารึกปราสาทพระขรรค์ ซึ่งพระวีรกุมาร พระราชโอรส ได้จารึกชื่อเมือง ๒๓ เมือง ที่พระราชบิดาทรงสร้างปราสาท ศาสนสถานซึ่งประดิษฐาน พระชัยพุทธมหานาถพระพุทธรูปฉลองพระองค์พระเจ้าชัยวรมันที่
ละโว้ทยะปุระ คือเมืองละโว้ หรือลพบุรี ,สุวรรณปุระ คือเมืองสุพรรณบุรี , ศัมพูกะปัฎฏนะไม่พบหลักฐานว่าอยู่ที่ใด , ชัยราชบุรีคือเมืองราชบุรี ,ศรีชัยสิงห์บุรีคือปราสาทเมืองสิงห์ , ชัยวัชรบุรีคือเมืองเพชรบุรี

…เหลือเพียงร่องรอย อาจเป็นเพราะวันเวลาที่เปลี่ยนผ่านข้ามยุคสมัยนับหลายร้อยปีจนปราสาทพังทลายลงมาบายนแตกหัก เหลือเพียงชิ้นส่วนโบราณวัตถุ ๒ ชิ้นที่ตั้งโชว์อยู่ในอาคารพิพิธภัณฑ์คือครึ่งบนของใบหูหรือพระกรรณขวาของพระพุทธรูป และส่วนที่เป็นจมูกหรือพระนาสิก (ค่อนมาทางข้างซ้าย)ของพระพุทธรูป ด้วยความเชื่อที่ว่าพระพักตร์ของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรน่าจะมีอยู่หากแต่ถูกมือที่มองไม่เห็นฉกฉวยเอาไป

จะเหตุผลใดก็ตามสิ่งที่ยังอยู่และบอกได้ถึงพลังความเชื่อความศรัทธาและอำนาจแห่งอารยธรรมขอมที่แผ่ขยายมาไกลจนสุดดินแดนทิศประจิมของเมืองไทย คือเรื่องราวของความจริง ความรุ่งเรืองเฟื่องฟูที่หวนคืนสู่สามัญ

ลีลาวดี

โลกเปลี่ยน ยุคสมัยสังคม คนก็เปลี่ยน…สิ่งที่ไม่พึงประสงค์ไม่ว่ารูปแบบใดคนเราต่างที่มา ต่างความเข้าใจ มีเหตุผลและมุมมอง หลายร้อยปีก่อนกลางสมรภูมิรบต้องการผู้นำในการศึกสงคราม คือที่มาของรากเหง้าและความภาคภูมิใจที่ไม่ได้ปล้น ฉกชิงแผ่นดินผู้อื่นมาครอบครอง…

“ป๊า ! ฝากถือดอกไม้ไว้ให้หน่อย หนูจะเอาให้ม๊า” รอยยิ้มบนลานแก้มที่แดงก่ำ ดวงตาใสซื่อและเหงื่อชุ่มไปทั่วสรรพางค์ ผมยื่นมือรับดอกลีลาวดีถือไว้ อดคิดเสียไม่ได้ กว่าจะกลับถึงบ้านดอกลีลาวดีก็คงเหี่ยวเฉา ปลายทางสุดท้ายที่ผมจะพาเธอไปคือสัมผัสสายธาร น้ำไหลใต้ร่มเงาแมกไม้และความสดชื่นของธรรมชาติ

ขอบคุณ ที่มาข้อมูล

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/62594

7http://virtualhistoricalpark.finearts.go.th/muangsing/index.php