คำ : ชาคริต โภชะเรือง



แดดขาวหยิบมือสลัดรอยจารึกลงพื้นพรม
เป็นรูปลายจำหลักแห่งตะวันกล้าที่โชนฉาย
แม้ธุลีเดียวฉันไม่อาจเห็นตะวันที่คล้อยลง




ยามบ่ายของการทำงานอันตรากตรำคร่ำเครียด
ในห้องหับที่คับแน่นไปด้วยผนังตู้ทึบตัน
แลกองเอกสารเต็มโต๊ะทำงานเกลื่อนบัญชีตัวเลข
ซึ่งลูกตุ้มนาฬิกาถูกถ่วงไปด้วยกระดาษเงินตรา
จึงอนุญาติให้แสงลอดเข้ามาได้เพียงเล็กน้อย
กาลนั้นฉันไม่โผเผทรงกายโงหัวผุดลุกขึ้นมา
ก้มลงเก็บเกี่ยวร่องรอยของอายแดดร้อนกร้าวกล้า
จึงพินิจลายลักษณ์แห่งแสงตะวันจ้าที่จารึกลง




หลับพักนึกถึงเส้นขอบฟ้าที่ทอดตัวรอสุดหล้า
ยิ้มสรวลเฮฮากับเพลิงตะวันแผดกล้าทิวาวาร
แลหยาดแสงทิพย์พบริพราวดาราจันทรารัตติกาล
กาล-ทะเลเมฆคลุ้มนานนอนเกลี่ยทิวเขารกครื้มงามตา
ซึ่งเพลิงตะวันเริงร้อนเพริศเผาผลาญพร่าอยู่เบื้องนอก
ขยับบอกปลอบคนข่มคอกกั้นและตัวฉันให้พอใจ
อีกทั้งย้ำหมายเหตุเล่าให้เฝ้ารอคอยดู-นั่นรอยแดด
ที่ลุกโลดโชติโชนแสงเต้นเริงร่าอิสระชั่วอนันตกาล


จาก : Writer’Magazine
ปีที่ ๖ ฉบับ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๐
สำนักพิมพ์นาคร