On my way : บันทึกการเดินทางผ่านมุมและความคิด
By : Nai choolee

เชือกไนล่อนที่ถูกผูกโยงระหว่างเหล่าชายหนุ่มฉกรรจ์กับเจ้าสัตว์สี่ขาที่พยายามดีดดิ้นเพื่อจะให้หลุดพ้นจากพันธนาการรัดตรึง ทว่ายิ่งเจ้าสัตว์สี่ขาดิ้นเท่าไหร่ พละกำลังของหนุ่มชาย ฉกรรจ์จะถูกถ่ายเทไปที่เชือกเพิ่มขึ้น นั่นย่อมหมายความว่าเชือกไนล่อนจะบีบรัดจนแน่น และทำให้มันยิ่งเจ็บมากกว่าเดิม “มอ…มอ ” พวกมันส่งเสียงร้องลากยาวเหมือนกำลังอ้อนวอนขอความเมตตา คล้ายจะรู้ว่าการเดินขึ้นรถกระบะกั้นคอกคันนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายของพวกมันที่จะได้เห็นเวิ้งฟ้ากว้าง ได้มีโมงยามแห่งความรื่นรมย์กับการเคี้ยวหญ้าอ่อน และวิ่งเล่นไปบนทุ่งหญ้าเขียวขจี

บางตัวพยายามยื้อสุดชีวิตจนเซถลาไปเจอน้ำวิ่งหันกลับ เช่นเดียวกับเจ้าวัวสีขาวตัวหนึ่งถึงกับล้มลงเกลือกกลิ้งบนเถือกตม ในขณะที่เหล่าชายฉกรรจ์ยื้อยึดฉุดดึงให้มันลุกขึ้นแล้วเดินขึ้นรถแต่โดยดี “สัตว์รักชีวิต คนก็รักชีวิต…แต่สัตว์แทบไม่สิทธิ์ คนสิมีสิทธิ์ มีเสียง มีอำนาจสั่งการและพิพากษา” ขณะนั่งมองดูการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดผ่านจุดโฟกัส สมองสั่งการให้นิ้วลั่นชัตเตอร์กล้องคู่ใจบันทึกภาพ หากแต่ลึกๆ แล้วผมนึกถึงอะไรหลาย ๆ อย่างสะท้อนผ่านนาฑียื้อชีวิตระหว่างชายฉกรรจ์และฝูงวัว เราต่างมีเหตุผลดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด คนเลี้ยงสัตว์ให้อาหาร ดูแล ฟูมฟักก็เพื่อใช้เป็นแรงงาน เป็นอาหารและแปรเป็นเงินหล่อเลี้ยงชีวิตและครอบครัว สัตว์อิ่มหนำสำราญใช้แรงงานและร่างกายเพื่อตอบแทนคุณ (แม้มันจะไม่เต็มใจ)
“ไม่มีอะไรที่มั่นคง ชีวิตหรืออะไรก็ตามที่คิดว่าเป็นของเรา ที่เห็นและเป็นไปตามสภาวะความเปลี่ยนแปลง ท้ายที่สุดก็ต้องย่ำไปในหนทางแสนไกล…สู่ชีวิตนิรันดร”

นาฑีสิ้นสุดระหว่างนั่งบนก้อนหินจุดสูงสุดเพื่อบันทึกภาพ หลังสอบถามจนรู้แน่ชัดว่าฝูงวัวเหล่านั้นกำลังจะถูกนำไปหนแห่งใด ยิ่งมองเห็นเงาสะท้อนผ่านนัยน์ตาของวัวตัวสีขาวที่นอนแน่นิ่ง มันรู้ชะตากรรมหากขึ้นรถกระบะคันนั้น แต่มันมิอาจต้านทานพละกำลังเหล่าชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ และเมื่อซูมเข้าไปใกล้ เห็นคราบน้ำตาที่ไหลพราก ผมจำต้องยุติกดปุ่มลั่นชัตเตอร์ เปลี่ยนมุมโฟกัสไปยัง ก้อนเมฆที่ลอยเหนือหว่างเขา เรือลำน้อยแล่นอยู่บนผิวน้ำเห็นอยู่ไกล ๆ ในขณะเสียงทักทายของผู้โดยสารที่กำลังลงเรือลำเดียวกัน ต่างช่วยกันขนย้ายข้าวของบนฝั่งลงสู่เรือ

ละอองหมอกแผ่คลุมเหนือขุนเขา ทิวป่า ผมหลับตาสูดอากาศรับกลิ่นอายของธรรมชาติ ในขณะที่เสียงมอ…มอ…ดังก้องอยู่ในห้วงคำนึง แววตาของวัวตัวที่นอนแน่นิ่งยังหลอกหลอน…อภัยให้ข้าเถอะที่ช่วยอะไรเอ็งได้ไม่มาก หากขออุทิศผลบุญกุศลให้และจะพยายามลด ละ กินเนื้อสัตว์ (อย่างพวกเอ็ง) ให้น้อยลงสัญญา-สัญญา…ข้าสัญญาว่าจะกินเนื้อสัตว์ (อย่างพวกเอ็ง) ให้น้อยลง

###เรื่องเล่าผ่านแง่คิดและมุมมองจากสิ่งที่เห็น มิได้ต่อต้านหรือสร้างแคมเปญประท้วงใด ๆ นอกเสียจากจะย้ำเตือนตัวเอง

ปล.วิถีการดำรงชีวิต “คนเหนือเขื่อนภูมิพล”