On my way : บันทึกการเดินทางผ่านมุมมองและความคิด
By : Nai choolee

ยินเสียงเจื้อยเเจ้วของเหล่าเด็กน้อยที่ตะเบ็งเสียงแข่งกันร้องท่วงทำนองบทเพลงชาติ โดยเฉพาะท่อนสุดท้ายที่บอกถึงพลังแห่งความรักและความสามัคคี อันจะนำไปสู่การหลอมรวมเป็นชน ชาติที่รักอิสระ ชีวิตวัยเยาว์นั้นขับเคลื่อนไปด้วยความซื่อ สดใสและบริสุทธิ์ โลกทั้งโลกแม้จะกว้างใหญ่ไพศาล หากแต่กล่อมเกลาไว้ด้วยความร่าเริง ปลาสนาการจากเล่ห์เพทุบาย

พวกเขาปลุกผมตื่นจากภวังค์ฝัน…ในฝันเหมือนขับรถฝ่าความมืดท่ามกลางสายฝนเทกระหน่ำและลมพายุที่พัดโถมต้นไม้ใหญ่จนหักขวางทาง ไม่…มันไม่ใช่ภาพฝันหากแต่คือความจริง เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงนาฑีสิ้นสุด จากปากคลองอนุศาสนนันท์ ผมเหยียบคันเร่งรถคู่ใจผ่านหลักกิโลเมตร หลักแล้วหลักเล่าที่บอกระยะทางใกล้เข้ามา ถึงแม้ว่าตัวเลขโดยรวมนั้นยังห่างไกลร่วม ๓๐๐ กว่ากิโลเมตร

ระหว่างครุ่นคิดถึงที่ซุกหัวนอน ไม่ได้จองล่วงหน้า ในขณะน้ำย่อยในกระเพาะส่งเสียงครวญคราง หมายใจว่าจะหาที่หลับนอนได้ก่อนแล้วค่อยหาอะไรใส่ท้อง รถแล่นผ่านตัวจังหวัดตาก ผมขับรถตามป้ายบอกทางไปเขื่อนภูมิพล นึก ๆ ไปก็อดด่าตัวเองเสียไม่ได้ “บ้า…เอ็งมันบ้า ! ขับรถมาคนเดียวไกลขนาดนี้เชียวรึ ?” อย่างไรก็ตามนี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ท้าทาย บางครั้งการไปไหนเพียงลำพัง ได้พูดคุย ได้ทะเลาะและถกเถียงกับตัวเองยังดีกว่าทะเลาะกับคนอื่นเป็นไหน ๆ

ฝนยังไม่มีทีท่าจะหยุดตก สองข้างทางมืดสนิทแสงไฟหน้ารถส่องให้เห็นตัวเลขบนหลักกิโลเมตรเหลืออีกไม่ไกลก็จะถึงจุดหมาย รู้สึกเหมือนกำลังจะเข้าเส้นชัย ทว่าอารมณ์ฟูฟ่องกลับแฟ่บลง “พนักงานลงทะเบียนกลับบ้านกันหมดแล้วครับ” คุณพี่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพูดพลางพลิกข้อมือดูเข็มนาฬิกาบอก

“พี่มาช้าไป ๑๕ นาที ต้องย้อนกลับไปที่บ้านตากอีกประมาณ ๒๕ กิโลเมตร” คนตอบส่งยิ้มในขณะที่ผมยังสับสนจะเอาไงต่อดี หวังพึ่งแอฟนำทางป้ากูเกิ้ลกลับพาเข้าพงหญ้าป่ารก หลงออกนอกเส้นทาง ครั้นมองหาผู้คนละแวกนั้นก็ดูเหมือนว่าสายไปเสียแล้ว เพราะแต่ละบ้านต่างปิดไฟเข้านอนคลุมโปงหลับอุตุ โชคยังดีที่เห็นป้ายบอกทางอีกไม่ไกลก็จะถึงชุมชนบ้านตากซึ่งหมายถึงผมมีที่ให้ซุกหัวนอนและฝากท้องไว้กับขนมปัง แซนด์วิทที่ร้านสะดวกซื้อในตลาด แล้วราตรีก็ล่วงผ่านพ้นไป…

เม็ดฝนหล่นกระทบหลังคาห้องอาหารของโรงแรมดังเปาะแปะ เสียงคุณครูบอกให้เหล่าเด็กน้อยวิ่งหลบเข้าไปในห้องเรียนขณะที่ผมนั่งละเมียดจิบกาแฟ…ข้าวต้มยามเช้า

…เสียงเจื้อยแจ้วของเหล่าเด็กน้อยเงียบหาย วัยวันที่ควรจะเล่าเรียน เพิ่มพูนวิชาความรู้ จากครูผู้พร่ำสอน ส่วนคนแรมรอนอย่างผมเมื่อถึงนาฑีสิ้นสุดกับการย่ำไปบนความรู้สึกผิดที่เกาะกินอยู่ภายในใจ ประตูสู่โลกกว้างเปิดอ้ารอคอยให้ลุกขึ้นและย่ำไปบนหนทางสว่าง คือที่มาแห่งการสักการะพระบรมธาตุและองค์หลวงพ่อทันใจ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก

บันทึกการเดินทาง

“วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” อยู่ที่ ต.เกาะตะเภา อ.บ้านตาก จ.ตาก ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง เดิมวัดแห่งนี้เป็นเมืองตากเก่า ก่อนจะย้ายตัวเมืองไปอยู่ที่ ต.ระแหง ตัวเมืองตากในปัจจุบัน ห่างไปทางทิศใต้ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร มีตำนานพระนางจามเทวี ล่องเรือเสด็จไปเมืองลำพูน หยุดพักบริเวณแห่งนี้ พบว่าเป็นเมืองร้าง จึงสั่งให้มีการฟื้นฟูบูรณะเมืองแห่งนี้ จนกลายเป็นชุมชนเมืองตาก วัดพระบรมธาตุบ้านตาก ยังปรากฏในศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง ที่ทรงกระทำยุทธหัตถี ชนะศึกเจ้าเมืองฉอด บนเนินเขาใกล้กับพระบรมธาตุ ประมาณ ๕๐๐ เมตร