ในวัยเด็กข้าพเจ้าชอบดูหนังตะลุง และใฝ่ฝันที่จะเป็นนายหนังตะลุงให้ได้
คิดดูก็น่าตลกและเป็นไปได้ยากเต็มที สิ่งที่พอจะทำได้ในเวลานั้นคือ ข้าพเจ้ากับน้องชายจะช่วยปลูกโรงหนังเล็ก ๆ ขึ้น แล้วไปขอจีวรเก่า จากหลวงพ่อในวัดข้างบ้านมาขึงทำจอ เราตัดรูปหนังตะลุงจากสมุดวาดเขียนเก่า ๆ เล่นและผลัดกันดูตามประสาเด็ก ๆ ข้าพเจ้าเป็นคนเชิดหนัง น้องชายเป็นลูกคู่ เขาเก่งเพราะสามารถใช้ปากทำเสียงดนตรีโด้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เราเล่นจนเบื่อและเลิกราไปในที่สุด

ถึงวันนี้ข้าพเจ้ากลายเป็นคนเขียนหนังสือ ข้าพเจ้าไม่เสียใจที่ไม่ได้เป็นนายหนังตะลุงเหมือนที่เคยใฝ่ฝัน เพราะการเป็นคนเขียนหนังสือกับการเป็นนายหนังตะลุงก็ไม่ได้แตกต่างกันสักกี่มากน้อย นักเขียนเล่าเรื่องบนหน้ากระดาษ ส่วนนายหนังตะลุงเป็นนักเล่าเรื่องบนจอผ้าขาว เราต่างเป็นนักเล่าเรื่องเหมือนกัน

บางตอนจาก”คำนำว่าด้วยความรู้สึกส่วนตัวของผู้เขียน”


ไพฑูรย์ ธัญญา
รวมเรื่องสั้น “ตุลาคม”
สำนักพิมพ์นาคร

ภาพ : นายหนังตะลุงตัวน้อยกำลังเล่าเรื่องบนหน้าจอผืนผ้าขาว ที่ ลานศิลป์เขาสก (อนุรักษ์รีสอร์ท)