On my way : บันทึกการเดินทางของความคิด
By : Nai choolee


สองเท้าที่ก้าวย่างไปบนสะพานไม้ เบื้องหน้าคือทุ่งดอกบัวตูม บัวบานสีสันละลานตาพลิ้วไหวไปกับสายลมคล้ายโบกมือทักทายผู้มาเยือน บางทีการออกนอกเส้นทาง ก็อาจนำพาไปสู่สถานที่เหนือความคาดหมายและนำมาซึ่งเรื่องบังเอิญ บ่ายวันธรรมดากับตะวันแผดแสงกล้ากลางทุ่งบัวฉัตร สองหญิงวัยกลางคนกำลัง ก้มหน้าก้มตาเก็บผักบุ้ง ร่ำ ๆ ว่าจะเอาไปเป็นผักเครื่องเคียงให้ลูกค้ากินกับส้มตำ เด็กหญิงตัวน้อยส่งเสียงเจื้อยแจ้วกระโดดโลดเต้นอยู่บนคันดินโดยมีพ่อคอยระแวดระวัง

“เชิญครับพี่ ถ่ายรูปได้ตามสบาย นาบัวของตาผมเอง” ชายหนุ่มร่างท้วมเอ่ยชักชวนพร้อมส่งยิ้มให้ เขาเล่าถึงเช้าตรู่ของทุก ๆ วันพระ ตากับเขาและลูก หลาน ๆ จะมาเก็บดอกบัวส่งขายในตลาด จากปลูกบัวเพื่อเป็นรายได้เสริม แทนสวนผลไม้ ทำนากลายเป็นรายได้หลักที่ตาและทุกคนในครอบครัวได้มีกินมีใช้ มองดูรอบ ๆ พื้นที่นาใกล้เคียง นาบางแปลงกล้าข้าวใบสีเขียวอ่อนชูไสว บางแปลงเจ้าของไถดะ รอน้ำรอฝนเข้าสู่ฤดูกาลเพาะปลูก

ทว่า…ถ้อยคำของใครคนหนึ่งกล่าวย้ำในวงสนทนา ก็อดแปลกใจไม่ได้ ในเมื่อพื้นที่เกษตรกรรมมีทั้งสวนผลไม้ ทุ่งนาข้าว เมืองอุดมสมบูรณ์ มีเขื่อนกักเก็บน้ำ คลองระบายน้ำมากมายที่สร้างขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีใช้ตลอดทั้งปี เขากลับส่ายหน้าเมื่อผมพูดถึงเรื่องปริมาณน้ำฝนและคำพยากรณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา
“หากฝนตกเหนืออ่างเก็บน้ำจริงก็เป็นอันว่ารอดพ้นไปอีกปี แต่…ถ้าไม่ เราคงต้องเผชิญภัยแล้งอย่างหนัก คุณรู้ไหม? น้ำที่เห็นเต็มตลิ่งเต็มคลองอยู่นั้น มาจากน้ำฝนระหว่างทางไม่ได้ไหลมาจากแหล่งเก็บน้ำโดยตรง ไม่เชื่อคุณลองไปดูเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ว่าน้ำมีหรือเปล่า? ” เขาสาธยายถึงต้นสายปลายเหตุมากมายที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ แกนโลกเอียงองศาเพิ่มขึ้น สภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนไป แม้แต่โรคร้ายก็แพร่ระบาดดูเหมือนว่าโลกในยุคใหม่ที่หวนกลับคืนสู่วิถีใหม่กำลังทดสอบวิถีการดำรงชีวิตผู้คน

เพราะมีน้ำจึงมีชีวิต ถ้าหากไม่มีน้ำล่ะ? ชีวิตจะดำรงอย่างไร? ที่กล่าวโทษสาเหตุเพราะการทำนา ทำการเกษตรคือตัวแปรสำคัญ ทั้งที่ความเป็นจริง “น้ำ” มิได้ไหลเข้า เรือก สวน ไร่ นา การเกษตรเพียงอย่างเดียว หากถูกแจกจ่ายให้กับชุมชน เมืองใหญ่ เมืองเล็กที่กำลังขยาย แหล่งธุรกิจการค้า และบางส่วนก็นำไปใช้เพื่อผลักดันน้ำทะเลไม่ให้หนุนเข้ามาในพื้นที่ราบลุ่ม ใจกลางแห่งมหานคร หลายพันปีก่อนเคยเป็นเช่นนั้น ปัจจุบันคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น และอนาคตจะเป็นเช่นไรเมื่อภัยธรรมชาติ ค่อย ๆ เผยให้เห็นวิกติการณ์เหนือความคาดเดา…แต่คงมิใช่เรื่องบังเอิญ

ลมยามบ่ายพัดพลิ้วดอกบัวโยกไกว มองหยดน้ำที่เกลือกกลิ้งบนใบบัว ไม่ว่ายุคสมัยใด มนุษย์ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนแล้วแต่มิใช่เรื่องบังเอิญ คือสิ่งที่ควรกลับมาคำนึงถึงการช่วยกันประหยัด หาใช่แค่คนยุคสมัยนิวนอร์มอล หากแต่ยังเผื่อแผ่ให้คนรุ่นต่อไป เพราะสรรพสิ่งดำรงอยู่ได้ด้วย“น้ำ”