On my way : Nai choolee


นิ่ง ๆ นั่นนน… อย่างนั้น เอียงซ้าย แลขวา แหงนมองฟ้า ใจ เย็น ๆ มองหน้าฉันสบตากัน…ท่าทางนายจะชอบให้ฉันถ่ายรูปสินะ ว่าแต่นั่นนายกำลังสร้างรังให้แม่นกกระจอกทองสาวตัวที่เท่าไหร่ ? คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่มั้ย ที่ฉันและนายได้มาเจอกัน ณ บ่อน้ำแห่งนี้ นายน่าจะเป็นเป็ดเงินเป็ดทองดังคำบอกเล่าของคนเฒ่าคนแก่ บางที…

ตะวันสาดแสงจ้าห้วงเวลายามบ่ายที่ควรจะหลบเร้นอยู่ในบ้าน หรือใต้ร่มเงาแมกไม้ แต่ผมกำลังเพลินอยู่กับการถ่ายรูปเจ้านกกระจาบทองมันกำลังเฝ้ารังที่มันเพียรสร้างให้นกกระจาบทองตัวเมียอยู่อาศัย วิถีชีวิตของนกกระจาบทองไม่ธรรมดา ชายใดที่หวังจะเลียนแบบมันก็คงมีอันต้องวุ่นวายไม่สิ้นสุด

ในบรรดานกหลาย ๆ ตัวที่บินถลาวนเวียนไปมา อาจเป็นเพราะความตระหนกใจจากเสียงชัตเตอร์ หรือได้กลิ่นสาปของมนุษย์พวกมันจึงกางปีกบินหนีทุกครั้งที่เข้าใกล้ จะมีก็แต่นกนายแบบตัวนี้ที่ไม่บินหนีไปไหนพลิกตัวไปมา เอียงซ้าย หันขวาอยู่ใกล้รัง

ธรรมดาของวิถีสัตว์ ความเรียบง่ายและดำรงชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงโดยไม่อาทรต่อการมีอยู่ ในโลกที่กว้างใหญ่มันก็เป็นแค่พียงสิ่งเล็กน้อย ในโลกที่กว้างใหญ่และแตกต่าง ความธรรมดาที่ไม่ธรรมดาก็คือ ณ จุดที่ผมและมันได้พบกันนั้นมีเรื่องราวน่าสนใจโดยเฉพาะบ่อน้ำแห่งนี้ ว่ากันว่าบางค่ำคืนมีเป็ดเงินเป็ดทองว่ายน้ำเล่นโดยที่ไม่มีใครเคยจับมันได้

และถ้าย้อนไปในยุคก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยา ตำนาน ท้าวอู่ทองวีรบุรุษผู้อพยพผู้คนหนีโรคระบาดหอบข้าวของเครื่องใช้ เงินทองผ่านวัดท่าเกวียน-กระทั่งค่ำมืดอาณาบริเวณที่เป็นวัดร้าง และมีชุมชน จู่ ๆ เกวียนชำรุด ท้าวอู่ทองพยายามขอยืมเครื่องมือซ่อมแซม ทว่าไม่มีชาวบ้านคนใดให้ยืม ท้าวอู่ทองโมโหโกรธาแอบฝังเงินทองไว้พร้อมกับคำสาปไม่ให้มีผู้หนึ่งผู้ใดได้พบขุมทรัพย์ที่ซ่อนไว้บริเวณวัดร้างแห่งนั้น

เรื่องเล่ามุขปาฐะที่ถ่ายทอดผ่านถ้อยคำบอกเล่าต่อ ๆ กันมา อาจมีเค้ามีของความจริงและข้อถกเถียงระหว่างเรื่อเล่าของวีรบุรุษท้องถิ่นที่อาจจะเป็นบุคคลเดียวกันกับพระเจ้าอู่ทองผู้สถาปนาพระนครกรุงศรีอยุธยาฯ ก็เป็นเรื่องสมมุติฐานของแต่ละฝ่าย

โรคระบาด
พระอุโบสถหลังเก่าวัดมหิงสาราม


หลายปีก่อนผมตระเวณขับรถเล่นชมเมืองปทุมธานีวัดแห่งนี้ยังดูรกร้าง อุโบสถหลังเก่ายังคงสภาพดี ผ่านไปสิบกว่าปีผนังพระอุโบสถเอียง หักพังจนทางวัดต้องสร้างหลังคา และโครงสร้างไว้ค้ำยัน ไม่ว่าทรัพย์สมบัติที่ท้าวอู่ทองถูกซ่อนไว้จะมีจริงหรือไม่? เป็ดเงินเป็ดทองที่ว่ายน้ำเล่นตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่จะเป็นเรื่องอภินิหารอย่างไร? หากแต่การเดินทางของกวีเอกแห่งสยามประเทศได้จดจารเอาไว้ถึง…เรื่องราวจากปากสู่ปากเป็นความรู้ที่เล่าต่อกันมา….ถ่ายทอดผ่านนิราศเจ้าฟ้า

พอเลยนาคบากหน้าถึงสามโคก
เป็นคำโลกสมมุติสุดสงสัย
ถามบิดาท่านว่าผู้เฒ่าท่านเล่าไว้
ว่าเท้าไทพระอู่ทองเธอกองทรัพย์

หวังไว้ให้ประชาเป็นค่าจ้าง
ด้วยจะสร้างบ้านเมืองเครื่องประดับ
พอห่ากินสิ้นบุญไปสูญลับ
ทองก็กลับกลายสิ้นเป็นดินแดง…

ตำนานท้าวอู่ทอง พระเจ้าอู่ทอง เป็ดเงินเป็ดทองจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่?
หากแต่เรื่องราวที่น่าจะมีเค้ามูลความจริง เมื่อมีการขุด ค้น พบเศษถ้วยกระเบื้องเคลือบ ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ว่ากันว่าถ้วยเหล่าน้ันมาจากเมืองฟู้เจี้ยน มีอายุยุคสมัยราชวงศ์หงวน เครื่องถ้วยสุโขทัยและภาชนะจากเตาบางปูน

โรคระบาด
ท้าวอู่ทองวีรบุรุษในตำนานผู้นำพา ชาวบ้านหนีโรคห่า


แม้ปทุมธานีจะเป็นเมืองทางผ่าน หากแต่ความสำคัญในฐานะของเมืองลูก เมืองบริวารในปัจจุบันกรุงรัตนโกสินทร์ เมืองบริวารเมื่อครั้งพระนครกรุงศรีอยุธยารุ่งเรือง และเมืองลูกที่อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกับ ‘อโยธยาศรีรามเทพนคร’ที่สร้างในสมัยพระเจ้าอู่ทอง อดีตผ่านไปแล้ว ปัจจุบันคือปัจจุบันที่เป็นอยู่ อนาคตคือวันข้างหน้าทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนไปตามธรรมดา …

เอ้า…อยู่นิ่ง ๆ ขออีกภาพสุดท้ายนะเจ้าเพื่อนยาก แหงนมองฟ้า เหลียวซ้ายแลขวา นั่นนนน…อย่างนั้น


อ้างอิง: หนังสือ’ลุ่มแม่นำเจ้าพระยา รากเหง้าสยามประเทศ’
มูลนิธิเล็ก-ประไพวิริยะพันธุ์
ศรีศักร วัลลิโภดม, วลัยลักษณ์ ทรงศิริ