ไพฑูรย์ ธัญญา

บทบาทของสำนักพิมพ์ (ต่อ)


ว่ากันโดยหลักการ ภารกิจที่สำคัญของสำนักพิมพ์ คือการรักษาสัมพันธภาพที่ดีกับผู้จัดจำหน่าย รวมไปถึงห้องสมุดต่าง ๆ เขาจะต้องคิดถึงความต้องการและรสนิยมของการอ่าน สังคม ความต้องการของผู้จัดจำหน่าย สำนักพิมพ์ยังต้องคำนึงสุนทรียภาพตลอดจนระบบศีลธรรมในสังคม และผู้เขียน สำนักพิมพ์ต้องทำให้งานเขียนของเขาพร้อมที่จะตีพิมพ์จำหน่ายด้วยการขัดเกลา แก้ไข สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้อ่าน ว่าหนังสือที่ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์นั้น เป็นที่น่าเชื่อถือและมีคุณค่า สำนักพิมพ์จึงต้องทำอะไรมากมายในฐานะผู้สนับสนุนวรรณกรรม

ในระยะเริ่มแรกอะไรก็ตามดูเป็นไปตามหลักการและอุดมคติ แต่เมื่อกาลเวลาและสังคมเปลี่ยน บรรทัดฐานและหลักการบางอย่างก็เปลี่ยนไปด้วย ในตะวันตก นับแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา เมื่อระบบธุรกิจและการตลาดกลายเป็นเรื่องสำคัญ นักเขียนก็เริ่มเปลี่ยนฐานะ อาจเปรียบได้ว่า พวกเขาก็เหมือนคนที่รับเงินเดือนจากสำนักพิมพ์. นักเขียนที่ประสบความสำเร็จจะได้รับผลตอบแทนอย่างมากจากสำนักพิมพ์ แต่พอถึงตอนปลายศตวรรษที่ 19 สถานะของนักเขียนกลับง่อนแง่น

การเกิดขึ้นของนวนิยายราคาถูกที่เรียกว่า “popular fiction” เริ่มเปลี่ยนรสนิยมของผู้อ่าน เพราะนวนิยายพวกนี้อ่านง่าย มีขนาดสั้นและราคาถูก ความเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบต่อนักเขียน พวกเขาเริ่มมีฐานะที่ไม่ค่อยมั่นคง ช่องว่างระหว่างนักเขียน สำนักพิมพ์ผู้จัดจำหน่ายเริ่มถ่างกว้างขึ้น พูดง่าย ๆ ว่าอนาคตและความมั่นคงของนักเขียนขึ้นอยู่กับสำนักพิมพ์ก็ว่าได้

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป รูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างผู้เขียนกับสำนักพิมพ์ก็เปลี่ยนตามไปด้วย นั่นคือ นักเขียนเริ่มมีอำนาจต่อรองลดลง เขาจะแข็งขืนหรือยึดมั่นในหลักการของตนเองอย่างเดียวไม่ได้อีกแล้ว แต่มันกลายเป็นว่าเริ่มโอนอ่อนผ่อนตามและหันมาร่วมมือกับสำนักพิมพ์มากขึ้น นี่ก็ไม่ต่างจากบ้านเรานัก เขียนมักจะตกเป็นเบี้ยล่างของสำนักพิมพ์มากขึ้น เพราะถ้าขืนไม่ยอมตามเงื่อนไขหรือข้อเสนอของสำนักพิมพ์ งานของเขาก็มีสิทธิ์ถูกปฏิเสธ

สำนักพิมพ์ก็เริ่มหันมาสนใจความต้องการและรสนิยมของผู้อ่านและผู้จัดจำหน่ายมากกว่า นักเขียนต้องยอมสำนักพิมพ์แม้แต่การปรับแก้ต้นฉบับให้สอดคล้องกับตลาด หรือหันมาเปลี่ยนแนวในการเขียนเอาใจตลาด ประเด็นนี้ ผู้ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนกับสำนักพิมพ์จะต้องใส่ใจเป็นพิเศษเช่นกัน