เรื่องและภาพ: ไพฑูรย์ ธัญญา

บทบาทของผู้อุปถัมภ์ (ต่อ)

แล้วได้กล่าวว่า ในยุคสมัยก่อนที่ทุนนิยมจะอุบัติขึ้นในสังคมตะวันตก ผู้อุปถัมภ์มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์วรรณกรรมของนักเขียนให้ประสบความสำเร็จ ที่เป็นเช่นนี้เพราะในยุคนั้น นักเขียน ศิลปินทำงานศิลปะด้วยเป้าหมายสองอย่าง อย่างแรกคือต้องการแสดงออกถึงความต้องการของผู้คนในสังคมของเขา และสอง ต้องการที่จะแสดงความจริงบางอย่างของสังคมจากประสบการณ์ของพวกเขาเอง ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทำให้นักเขียน /ศิลปินจึงได้รับเกียรติและความยอมรับนับถือจากผู้อุปถัมภ์เป็นอย่างมาก

ความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนกับผู้อุปถัมภ์เป็นปัจจัยที่สำคัญในสังคม เพราะมันมีผลต่อการกำหนดขอบเขต เนื้อหาและรูปแบบของวรรณกรรม ในศตวรรษที่ 18 นักเขียนในตะวันตกจึงมีความสัมพันธ์อย่าใกล้ชิดกับผู้อุปถัมภ์ ครั้นเมื่อสังคมพัฒนาขึ้น มีระบบห้องสมุด ความก้าวหน้าทางการพิมพ์ สำนักพิมพ์และระบการขนส่งก็ยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ดังกล่าวใกล้ชิดมากขึ้นอีก. นักเขียนไม่ได้ให้ความสนใจเฉพาะผู้อ่านของตนเท่านั้น แต่เริ่มให้ความสำคัญกับสำนักพิมพ์และผู้จัดจำหน่ายอีกด้วย

เราจะเห็นได้ว่า ระบบผู้อุปถัมภ์ในยุคแรก ๆ นั้นอยู่ในรูปของการให้เปล่าและสงเคราะห์นักเขียนเพราะถือว่าเป็นบุคคลสำคัญ มีเกียรติควรแก่การสนับสนุน แต่พอเข้าสู่ยุคธุรกิจการพิมพ์จำหน่าย รูปแบบของระบบอุปถัมภ์ก็เปลี่ยนไป สำนักพิมพ์เริ่มเข้ามามีบทบาทแทน พวกเขาเริ่มให้การสนับสนุนนักเขียน อำนวยความสะดวก ในรูปแบบของการสร้างนักเขียนในสังกัดขึ้นมา ยิ่งเป็นนักเขียนขายดี ก็จะได้รับการดูแลประคบประหงมและอำนวยความสะดวกในการทำงานมากขึ้นเช่นเดียวกัน

ปรากฏการณ์ที่ว่านี้ก็คล้ายกับในวงวรรณกรรมไทย หมดยุคของขุนนางอุปถัมภ์ เราก็เริ่มเข้าสู่ยุคธุรกิจการพิมพ์ ถ้าใครศึกษาประวัติวรรณกรรมไทยจะพบว่า ในยุควรรณกรรมเริงรมย์เป็นที่นิยม มีนักเขียนขายดีได้รับการอุปถัมภ์จากสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ เช่น สำนักพิมพ์เพลินจิต สำนักไทยพาณิชยการ สีลม.ฯลฯมีนักเขียนในสังกัดจำนวนมาก นักเขียนหลายคนได้รับสิทธิพิเศษให้เขียนงาน เช่นสามารถเบิกค่าเรื่องล่วงหน้า สำนักพิมพ์อำนวยความสะดวกจัดการที่พักหรู ๆ ให้ไปพักเพื่อเขียนหนังสือ หรือไม่ก็ออกไปหาข้อมูลตามสถานที่ต่าง ๆ

ใครเคยอ่านประวัตินักเขียนขายดีอย่าง “จ.ไตรปิ่น” จะเห็นได้ว่านักเขียนท่านนี้ในยุคกำลังมือขึ้น ได้รับสิทธิพิเศษและการอำนวยความสะดวกจากสำนักพิมพ์ต้นสังกัด อย่างดี มีชีวิตหรูหรา และสามารถเรียกร้องอะไร ๆ จากสำนักพิมพ์ได้ แต่พอเขามือตก สำนักพิมพ์ก็เลิกอุ้มชูเขาต่อไป

ผู้อุปถัมภ์หรือแม่ยกในยุคธุรกิจการพิมพ์จึงมีความสัมพันธ์กับนักเขียนแบบมีเงื่อนไข ต่างฝ่ายต่างมีผลประโยชน์ตอบแทนกัน ดีไม่ดีสำนักพิมพ์ต้นสังกัดอาจกำหนดแนวทางการเขียนของนักเขียนได้อย่างเบ็ดเสร็จอีกด้วย พูดไปก็ยาว แต่ก็แสดงให้เห็นว่า ผู้อุปถัมภ์นั้นมีบทบาทอย่างมากในสังคมวิทยาของวรรณกรรม ถ้าใครสนใจก็ลองหาข้อมูลนำมาศึกษาดู
คราวต่อไปเราจะมาว่ากันถึงสำนักพิมพ์และผู้จัดจำหน่าย

(โปรดติดตาม)