คำ :ภักดิ์ รตนผล

ครูอาสาของหมู่บ้าน อดีตทหารพราน
พาประดาเด็กมาเรียนวิถีดำรงชีพในป่า
ณ ห้องเรียนใหญ่ริมแม่น้ำ
ที่โล่งโปร่งสูงทัดเทียมเมฆ
มีผนังห้องเป็นหุบเขาล้อมรอบ
บานประตูเปิดกว้างสว่างไสว
บานหน้าต่างประดับด้วยดอกไม้ป่า
และม่านหมอกไหมบางเบา
จนแสงตะวันสาดส่องผ่านได้ทุกทิศทาง
จนหามีปราการใดขวางกั้นความฝันและ
จิตนาการได้

ครูให้เด็กสังเคราะห์ธรรมชาติรอบด้าน
เรียนรู้การแยกแม่สีในสายรุ้ง
เด็กชายกังขาว่าไฉนรุ้งมีเพียงเจ็ดสี
ครูจึงว่า รุ้งมีแสงเป็นร้อยพันสี
แต่สายตามนุษย์ไม่เฉียบคมพอจะเห็นได้
ศึกษาความเคลื่อนไหวของสรีระ
และกล้ามเนื้อสัตว์
เพื่อเป็นพื้นฐานงานศิลปะ
กระตุ้นให้พิสวงความมหัศจรรย์การ
บินของนก
ครูสอนว่าปีกของนกเป็นแรงเร้ามนุษย์
คิดค้นปีกเรือบิน

เรียนรู้ว่าธรรมชาติปลาจะว่ายทวนน้ำ
วิเคราะห์วิวัฒน์ของไลเคน ต้นตระกูลพืชสัตว์
ยืนยงคงกระพันเป็นล้านล้านปี
แต่ชะงักงันการจำเริญเติบโต
ในสิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม
สอนวิธีจับจักกะจั่นด้วยยางขนุน
ก่อไฟด้วยดุ้นฟืนกับหญ้าแห้ง
ดื่มน้ำจากเถาวัลย์ไม่มีพิษ
วิธีดำน้ำด้วยวิถีปลา

แม้เราไม่มีครีบ หาง
แต่เรียนรู้วิธีว่ายอย่างวิถีปลาได้
ฝึกตกปลาด้วยการเสียบเบ็ดกลาง
เหยื่อลูกปลาหมอ
ให้ดิ้นกระแด่วเลือดไหลล่อปลาทั้งวัน
จนกว่าจะถูกงับด้วยฟันกรามปลาชะโด

เด็กหญิงร่ำไห้ด้วยเวทนาปลาตัวเล็ก
ครูปลอบว่าเป็นกฎของการล่า
ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
วันหนึ่งปลาหมอที่เติบโตจะกินปลาซิวปลาสร้อย
ฝึกฝนวางลอบและโพงพางดักปลาในน้ำเชี่ยว

เล็งหน้าไม้ยิงนกและกระถิก
ได้เรียนรู้ความเป็นจริงของชีวิต
นอกห้องเรียนเล็กอันคับแคบ
ประดาเด็กน้อยในหุบเขา
ได้พบ ได้เห็น ไดัจับต้องสัมผัส ธรรมะ
จากห้องเรียนใหญ่ริมแม่น้ำที่โล่ง โปร่งแจ้ง
ณ หุบเขาแห่งความฝันและจินตนาการ
จนหามีปราการใดขวางกั้นได้