คอลัมน์: บันทึกคนหลงทาง โดย สุชาติ ชูลี

นอกหน้าต่างท้องฟ้าสว่างสดใส ก้อนเมฆสีขาวนวลล่องลอยไปตามลมบนพัดพา เบื้องหน้ากิ่งใบกระท้อนพลิ้วไหวไปตามสายลมพัดผ่าน ในวันสบาย ๆ แม้ร่างกายถูกขังไว้ภายในห้อง- นั่งทอดสายตามองความเคลื่อนไหวและความเป็นไปของสิ่งรอบตัว ในวันที่ไม่อยากย่างกรายไปหนแห่งใด เพียงปลดปล่อยความคิดให้เดินทาง

ง่ามกิ่งกระท้อนที่เคยมีรังของครอบครัวนกหลงทาง พวกมันหายไปหลังลมพายุหอบใหญ่พัดโหมและสายฝนกระหน่ำลงมา คิดถึงนะ..เราอาจสื่อสารกันด้วยภาษาแตกต่าง แต่ภาษากายหรือการแสดงท่าทีของพวกเจ้าทำให้คิดถึง ท่วงท่าในยามที่พ่อนกคาบหนอนเคราะห์ร้ายมาป้อนให้ทั้งแม่นกและลูกนกที่ส่งเสียงร้องกระจองอแง

“หน้าที่”ต่อด้วย “ความรับผิดชอบ” มนุษย์,สัตว์หรือสิ่งมีชีวิตสรรพสิ่ง ล้วนแล้วแต่ถูกกำหนดบทบาทหน้าที่ -หน้าที่ของต้นไม้ ท้องฟ้า อากาศ ก้อนเมฆ บางวันพ่อนกบินถลามาเคาะกระจก เสมือนจะบอกให้รู้ว่ามันกำลังจากรังเพื่อหาอาหาร คาบกิ่งไม้ใบหญ้าสร้างที่อยู่อาศัยให้กับครอบครัว ทว่าใครบางคนกลับนั่งนิ่ง-จมอยู่กับบางสิ่งที่หายไปจากวงเวียนชีวิต

วิถีธรรมชาติหากนับเนื่องไปในอดีตนับร้อย นับพันปี ศตรรษแห่งเสรีภาพ ภราดรภาพ ตรรกะนามธรรมที่มนุษย์เราเพียรเสาะแสวงหา ช่างห่างไกลกับความเป็นจริง ว่ากันว่าการขุด ค้น บันทึกหลักฐานแหล่งอารยธรรมของมนุษย์นั้นบอกเล่าถึงจุดกำเนิด สู่ความรุ่ง เรือง เสื่อมทรุดลงไปตามกาลเวลาคือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าโลกไม่เคยปรากฏอารยธรรมที่ยั่งยืนนับหมื่นปี ทว่าความรักคือสิ่งที่เดียวที่ทำให้สิ่งมี มนุษย์ สัตว์ ขยายพันธุ์ สืบทอด

ความรักบริสุทธิ์ ที่เชื่อมโยงพ่อ แม่และลูก แต่บางความรักของคนหนุ่ม-สาวแค่ผ่านพบแต่ไม่ผูกพัน บ้างปลอบใจตัวเองให้ลืมอดีตเพราะสิ่งเก่า ๆ มักถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง การปลดปล่อยและบอกกับตัวเอง “แล้วทุกอย่างจะผ่านไป” ปลุกตัวเองให้ปีนป่ายขึ้นมาจากหุบเหวแห่งความเศร้า กลับมาทำหน้าที่…กลับมาอยู่กับร่องกับรอย

“ค่อย ๆ บอกกับฉัน….มีอะไรบางสิ่งบางอย่างซ่อนอยู่ในดวงตาของเธอ” ท่วงทำนองบทเพลงนั้นดังแทรกเข้ามา ผ่านสายลมหรือจากจิตใต้สำนึก ไม่ว่ามันจะมาจากที่ใด ไม่ว่ามันจะตามหลอกหลอนในค่ำคืนหม่นเศร้า หรือท่วมท้นอยู่ในใจรอเวลาชำระล้างนัยน์ตา “แล้วทุกอย่างจะผ่านไป”

ลมกรรโชกกิ่ง-ใบกระท้อนโยกไกว แหงนมองท้องฟ้าที่สดใสกลับเปลี่ยนเป็นเมฆสีเทาหม่นแผ่คลุมไปทั่ว บ่ายวันหยุดสบาย ๆ กับรายงานกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งถึงความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรง เกิดการปะทะกันของมวลอากาศเย็นและอากาศร้อน ส่งผลให้มีพายุฤดูร้อนนั่นหมายถึงการมาของลมพายุ ฟ้าคะนองลั่นครืน ครืน…แล้วม่านฝนก็หล่นลงบนกระจกก่อนจะไหลลาดลงสู่เบื้องล่าง
“คิดถึงนะ! ” ในขณะที่ม่านน้ำตาไหลอาบบนลานหน้า เป็นการร้องไห้แบบไม่มีเหตุผล หลังนึกถึงภาพแมวข้างบ้านรอจังหวะกระโจนขย้ำคอพ่อนกตัวนั้น และนับตั้งแต่วันนั้นรังของครอบครัวนกหลงทางถูกทิ้งร้าง….กระทั่งวันนี้มันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำฝน