เรื่องและภาพ – ธีรภาพ โลหิตกุล


กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้ว นางอุสาเป็นธิดาผู้เลอโฉมของเจ้าเมืองพาน บิดาหวงนางมาก จึงสร้างตำหนักเป็นหอสูงบนภูเขาให้นางอาศัย ต่อมานางบังเอิญได้พบท้าวบารส จากการเสี่ยงทายพวงมาลัยลอยน้ำไป แล้วทั้งสองแอบได้เสียกัน ทำให้เจ้าเมืองพานพิโรธ แต่ครั้นจะจับท้าวบารสประหารก็เกรงจะเกิดสงครามระหว่างเมือง จึงท้าแข่งสร้างวัดให้เสร็จในหนึ่งวัน เริ่มตั้งแต่รุ่งเช้า ตราบจนดาวประกายพรึก (ดาวพระศุกร์) ขึ้น ใครแพ้จะถูกตัดหัว ท้าวบารสรับคำท้าทั้งๆ ที่มีไพร่พลน้อยกว่า นางอุสาจึงแอบช่วยคนรักด้วยการจุดโคมไฟไปแขวนบนยอดไม้ จนเจ้าเมืองพานคิดว่าดาวพระศุกร์ขึ้นแล้ว จึงหยุดสร้าง ขณะที่ท้าวบารสสร้างวัดจนเสร็จ เจ้าเมืองพานจึงถูกตัดศีรษะ แต่เมื่อนางอุสาไปอยู่กินกับท้าวบารสก็ไม่สมหวัง เพราะถูกคนรักเก่าของท้าวบารสกลั่นแกล้ง จึงหนีกลับเมืองพานแล้วตรอมใจตาย ท้าวบารสตามไปพบว่านางอุสาสิ้นลมแล้ว จึงตรอมใจตายตามกันไป

นิยายรักปรัมปราเรื่องนี้ ถูกเล่าขานผ่านก้อนหินประหลาดที่ชาวบ้านตั้งชื่อให้สอดคล้องกัน อาทิ หอนางอุสา กู่นางอุสา คอกม้าท้าวบารส วัดพ่อตา หีบศพพ่อตา หีบศพนางอุสา ฯลฯ ในผืนป่าเขตอำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งมีสถานะเป็น “อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท” เพราะเป็นพื้นที่อันอุดมไปด้วยก้อนหินรูปร่างประหลาดในวงล้อมของป่าเบญจพรรณ คล้ายอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ชัยภูมิ (ที่ดอกกระเจียวกำลังบานยามนี้) และที่อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ มุกดาหาร รวมถึงเสาเฉลียง ในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม อุบลราชธานี ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะชั้นหินของลมและฝน จนกลายเป็นประติมากรรมธรรมชาติประหลาดตา

ภาพแกะสลักหินเป็นพระพุทธรูป ศิลปะเขมรแบบบายน


แต่ที่ “ภูพระบาท” พิเศษกว่า คือตามเสาหินและเพิงถ้ำยังมีภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ เช่น ภาพคน ช้าง วัว และลายเส้นประดับไว้ แล้วยังมีใบเสมาหินศิลปะทวารวดีปักไว้โดยรอบ อย่างที่พบมากที่เมืองฟ้าแดดสงยาง กาฬสินธุ์ มีภาพแกะสลักหินเป็นพระพุทธรูปในกรอบหน้าบันศิลปะเขมรแบบบายน (สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7) เหมือนที่พบในนครธม กัมพูชา

มีรอยพระพุทธบาทอย่างที่พบในหลายที่ บ่งบอกว่าสถานที่นี้เคยมีชุมชนมนุษย์พักอาศัยและรังสรรค์อารยธรรมอย่างต่อเนื่อง แล้วยังมีตำนานพื้นบ้านเรื่อง “อุสา-บารส” อธิบายความหมายของเสาหินประหลาดแต่ละแห่งอย่างสนุกสนาน จนกล่าวได้ว่า ที่นี่คือแหล่งธรรมชาติอันคลุกเคล้าประวัติศาสตร์อารยธรรมมนุษย์หลากยุคหลายสมัย หรือจะพูดว่านี่คือแหล่งประวัติศาสตร์ในอ้อมกอดของธรรมชาติก็ไม่ผิดนัก คณะกรรมการมรดกโลกฝ่ายไทย จึงเสนอชื่ออุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท เข้า “บัญชีรายชื่อเบื้องต้น” (Tentative List) ให้องค์การยูเนสโกพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตั้งแต่ปี 2547 หลังจากนั้น ยังเสนอแหล่งธรรมชาติและวัฒนธรรมเพิ่มในบัญชีรายชื่อเบื้องต้นอีก อาทิ ผืนป่าแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เส้นทางวัฒนธรรมพิมาย ปราสาทพนมรุ้ง และปราสาทเมืองต่ำ จังหวัดนครราชสีมา และบุรีรัมย์ถึงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช
ทว่า ต่อมา คณะรัฐมนตรีมีมติถอน “ภูพระบาท” ออกจากการพิจารณาของคณะกรรมการมรดกโลก ซึ่งจะประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 40 ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เนื่องจากข้อมูลที่ไทยส่งไปยังไม่ชัดเจน จะต้องจัดทำเอกสารเพิ่มเติม 8 รายการ อาทิ อธิบายคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลของภูพระบาทเพิ่ม การกำหนดอายุด้วยวิธีทางวิทยาศาสตร์ ความเชื่อ ความศรัทธาที่มีต่อภูพระบาท การนำตำนานพื้นบ้านมาประกอบยังไม่โดดเด่นพอ และเสมาหินมีความแตกต่างจากแหล่งอื่นๆ อย่างไร ฯลฯ

โลหะปราสาท วัดราชนัดดารามวรวิหาร


“แม้ปีนี้จะส่งไม่ทันการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 40 แต่กรมศิลปากรจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อส่งให้ทันในปีถัดไป” นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรกล่าว และยังเปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมศิลปากรเตรียมเสนอ 

พระบรมธาตุไชยา สุราษฎร์ธานี

รายชื่อแหล่งมรดกวัฒนธรรมเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้นเพิ่มเติม ดังนี้

1.สถาปัตยกรรมสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
2.ภูมิทัศน์วัฒนธรรมแห่งแม่น้ำเจ้าพระยา
3.เส้นทางรถไฟสายมรณะ กาญจนบุรี
4.อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
5.วัดสุทัศน์เทพวรารามวรมหาวิหาร และเสาชิงช้า
6.วัดราชนัดดารามวรวิหาร และพื้นที่เกี่ยวเนื่อง
7.แหล่งโบราณคดี และแหล่งวัฒนธรรม จังหวัดน่าน
8.แหล่งโบราณคดีเมืองเก่าเชียงแสน และสุวรรณโคมคำ จังหวัดเชียงราย
9.วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
10.เส้นทางวัฒนธรรมไชยา
11. อนุสรณ์สถาน และพื้นที่ทางวัฒนธรรมในจังหวัดเชียงใหม่

วัดเบญจมบพิตร สถาปัตยกรรมสมเด็จฯเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าในระหว่างการเตรียมข้อมูลให้ยูเนสโกพิจารณาขึ้นทะเบียนสถานที่ต่างๆ เป็นแหล่งมรดกโลก หากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันรณรงค์ ให้ความรู้ ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ไปพร้อมๆ กันด้วย ก็จะเกิดประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะหากสถานที่นั้นๆ ได้เป็น “มรดกโลก” แต่ประชาชนในพื้นที่ไม่ตระหนักในคุณค่า ปัญหาก็จะตามมามากมาย ในทางตรงกันข้าม หากมีการรณรงค์ ให้ความรู้ จนชาวบ้านในพื้นที่เกิดความรักความหวงแหนแล้ว แม้ในที่สุด จะได้เป็น หรือไม่ได้เป็น “มรดกโลก” ก็ไม่น่าเสียใจแต่อย่างใดเลย

พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์ เชียงใหม่