เรื่องและภาพ ธีรภาพ โลหิตกุล

…สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน 
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง   อุเร สัพพะคุณากะโร.

ข้าพระพุทธเจ้าขออัญเชิญมาประดิษฐานเหนือเศียรเกล้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศีรษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณอยู่ที่อก.. 
………………..


เป็นเวลานานนับปีแล้ว ที่ผมอาราธนา “คาถาชินบัญชร” โดย สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นหนึ่งในบทสวดมนต์เพื่อให้เกิดสมาธิจิตก่อนเข้านอนเป็นประจำทุกคืน ซึ่งนอกจากจะทำให้จิตสงบ ใจสบายแล้ว ยังแก้ปัญหา “ฝันร้าย” เป็นประจำของคนเป็น “พาร์คินสัน” ได้อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน เพราะสิ่งที่ตามมาหลังจากฝันร้าย แล้วตื่นขึ้นมาด้วยอาการตัวสั่นงันงก คือความทรมานจากการไม่สามารถข่มตาให้หลับต่อไปได้

คาถาชินบัญชร และบทสวดมนต์อื่นๆ อาทิ บทสรรเสริญคุณพระรัตนตรัย (ทำนองสรภัญญะ) และบทสวดพาหุง ฯลฯ ช่วยบรรเทาปัญหาการนอนให้ผมอย่างน่าอัศจรรย์ใจ แน่นอน ความเชื่อถือศรัทธาในพระพุทธคุณแห่งองค์พระตถาคต และพระเกจิอาจารย์ เฉกเช่น สมเด็จโต เป็นเงื่อนไขสำคัญไม่น้อย แต่ผมยังพบว่า เรื่องนี้มิใช่เรื่องที่อธิบายได้ด้วย “พลังจิต” เท่านั้น หากยังอธิบายได้ด้วยหลักวิชาการแพทย์ อย่างที่ รศ.ดร. สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี อดีตหัวหน้าภาควิชาการพยาบาลสาธารณสุข ม.มหิดล อธิบายไว้น่าฟังมากๆ

ภายในพระอุโบสถ วัดอินทรวิหาร


ท่านบอกว่า การสวดมนต์ด้วยเสียงเบาๆ แผ่วๆ ช้าๆ กระตุ้นการทำงานในร่างกายให้ผลิตสารสื่อประสาท เมื่อปรับสมดุลการสวดมนต์ให้เร็วและดังขึ้น เสียงสวดจะเข้าสู่สมองซีกซ้าย ทำให้ “สารแห่งความอิ่มใจ” ปีติหลั่งออกมา ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังไม่เข้าสู่ระดับการเยียวยา การสวดเสียงเบาๆ แผ่วๆ ช้าๆ แบบฟังคนเดียวในลำคอ คลื่นเสียงจะเกิดการสั่นสะเทือน เสียงจะเข้าสู่หูส่วนกลาง แก้ลมในหู ช่วยการทรงตัวได้ดี… การสวดมนต์ที่เป็นวิทยาศาสตร์นั้น เสียงสวดทุ้มๆ แผ่วๆ ช้าๆ จะส่งสัญญาณสู่ระบบสมอง ส่วนที่กรองสัญญาณ Thalamus กันชัก ลดความก้าวร้าว กันสับสน ได้สารสงบ สารเยียวยาบาดเเผลในร่างกาย มีผลช่วยสกัดโกรธ ลดกังวล เยียวยาจิตใจ


“การสวดมนต์และหลับตา จะได้สารต้านอนุมูลอิสระ การฟังเสียงคนอื่นสวด ได้แค่ผ่อนคลายที่สมองเท่านั้น ถ้าเราสวดมนต์เอง จะได้รับความสั่นสะเทือนภายใน ทั้งนี้ เสียงสวดมนต์ เป็นคลื่นเสียงส่วนตัวซึ่งทำแทนกันไม่ได้ มีผลงานวิจัยว่า การสวดมนต์ 12-15 นาที ด้วยเสียงเบาแผ่ว และช้า ใช้บทสั้นๆ หลับตาสวด จะดีต่อร่างกาย ช่วยเยียวยาโรคร้ายได้” (รศ.ดร. สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี)

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เล่าชีวประวัติสมเด็จโต

ยิ่งไปกว่านั้น “คาถาชินบัญชร” ยังนำพาผมไปกราบ “หลวงพ่อโต” หรือ “พระศรีอริยเมตไตรย” พระพุทธรูปประทับยืนปางอุ้มบาตรขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ณ วัดอินทรวิหาร บางขุนพรหม กทม. ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ริเริ่มสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่ท่านมรณภาพขณะสร้างได้ครึ่งองค์ คือถึงพระนาภีเท่านั้น ก่อนมาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 7 ด้วยความสูง 16 วา หรือราว 32 เมตร จากนั้นในปีฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พ.ศ.2525 มีการประดับเครื่องโมเสกสีทอง 24 เค จากอิตาลีทั้งองค์ และรัฐบาลศรีลังกาได้มอบพระบรมสารีริกธาตุแก่พุทธศาสนิกชนไทยบรรจุไว้บนยอดพระเกศมาลาอีกด้วย

น่าสนใจว่า “พระศรีอริยเมตไตรย” สำคัญอย่างไร สมเด็จโตจึงดำริให้สร้างขึ้น จนกลายเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาในกลุ่มผู้เลื่อมใสสมเด็จท่าน และเป็นจุดดึงดูดความสนใจให้ฝรั่งนั่งสามล้อมาชมกันไม่ขาดสาย เรื่องนี้ สมเด็จพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) อธิบายไว้ในหนังสือ “พจนานุกรมพุทธศาสน์” หัวข้อ “พระพุทธเจ้า 5” ว่า หมายถึงพระพุทธเจ้า 5 พระองค์แห่งภัทรกัป (กัปกัลป์ปัจจุบัน) กล่าวคือในภัทรกัปนี้ มีพระพุทธเจ้าในอดีตมาแล้ว 3 องค์ (คือ พระกกุสันธะ พระโกนาคมน์ พระกัสสป) พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน คือ พระโคตมะ และพระพุทธเจ้าที่จะเสด็จมาจุติบนโลกมนุษย์อีกครั้งในอนาคต คือพระศรีอาริยเมตรัย หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “พระศรีอาริย์” (พระ-สี-อาน) จะเสด็จมาต่อเมื่อสิ้นพระโคตมะพุทธเจ้าเมื่อ พ.ศ.5000 แล้ว จึงมีชาวพุทธจำนวนมากที่รอคอยการเสด็จมาของพระศรีอาริย์ ด้วยเชื่อกันว่าเป็นยุคสมัยแห่งสันติสุขของมวลมนุษย์ ไม่มีสงคราม ไม่มีความขัดแย้ง แก่งแย่ง ชิงดีชิงเด่นกัน เป็นผู้สมัยที่ผู้คนทำงานไม่หนัก แต่พออยู่พอกินอย่างสุขสบาย และมีอายุยืนถึง 200 ปี แต่ใบหน้าใสปิ๊งเหมือนเพิ่ง 20 ต้นๆ

วัดอินทาราม
“พัทธเสมา” ประดับลายปูนปั้นสุดวิลิสมาหรา

อย่างไรก็ตาม มีคำพูดเชิงประชดประเทียด ว่า กว่าจะถึงยุคพระศรีอาริย์ คนไทยต้องเผชิญยุค “ภาษีอาน” กันเสียก่อน สำหรับผมคิดว่า “หลวงพ่อโต” หรือ “พระศรีอริยเมตไตรย” องค์นี้ อย่างน้อยก็ถือเป็นตัวแทนแห่งความหวังและความฝัน ถึงวันที่สังคมสงบงาม เฉกเช่นที่จอห์น เลนนอน ฝันไว้ในบทเพลงอมตะ “The Imagine” ที่ว่า… “Imagine no possessions / I wonder if you can / No need for greed or hunger / A brotherhood of man / Imagine all the people / Sharing all the world You”

นอกจากหลวงพ่อโตแล้ว ในวัดอินทรวิหารยังมี “งานชิ้นเอก” ให้ดื่มด่ำมากมาย อาทิ ภาพจิตรกรรมฝาผนัง เล่าชีวประวัติสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) หรือ พัทธเสมาประดับลายปูนปั้นสุดวิลิสมาหรา หน้าบันนารายณ์ทรงสุบรรณอันอลังการ มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง รวมถึง บ่อน้ำพระพุทธมนต์สมเด็จโต ฯลฯ มากมายจนผมรู้สึกว่าวัดนี้ต้องไปสักสิบหน จึงจะดูอะไรได้ครบถ้วน