คอลัมน์:บันทึกคนหลงทาง
เรื่องและภาพ : สุชาติ ชูลี


ข้าพเจ้านั่ง หลบไอแดดที่ร้อนระอุอยู่ใต้ร่มไม้ สายลมพัดผ่านคลายความร้อนรุ่มออกไปบ้าง ภายนอกแช่มชื่นหากภายในจิตใจนั้นครุ่นคิดหลากหลาย เรื่องราว ซึ่งล้วนแล้วต้องใช้สติ ความคิด แยกแยะ อะไรที่ควรจะปล่อยวางก็ควรปล่อย อะไรที่จำต้องใช้เวลาเพื่อลืมเลือนก็ค่อย ๆ ปล่อยผ่าน เมื่อถึงที่สุดจะต้องลุกขึ้นแล้วเดินต่อไป…

สองเท้าย่ำเหยียบไปบนแผ่นไม้กระดานเก่า ๆ ตลาดร้อยปีที่เคยคับคั่งกลับร้างผู้คน ในวันที่อะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปสู่วิถีชีวิตใหม่ เราต่างถูกคุมขังให้อยู่กับบ้านหลากหลายกิจกรรมที่ห่างหาย นั่งดูหนัง ฟังเพลง ทำกับข้าว สวมใส่หน้ากากทุกครั้งที่ย่างเท้าก้าวออกจากประตูบ้าน รู้สึกหดหู่กับรายงานสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อและการจากไปของเหล่าเพื่อนมนุษย์ ทว่ามีบางสิ่งที่รออยู่… คืออีกหนึ่งบททดสอบถึงความเข้มแข็งของสภาวะจิต เมื่อโลกปั่นป่วนไปด้วยวิกฤต มิพักต้องพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจการค้าขาย เมื่อมองไปข้างหน้าหนี้สินพะรุงพะรัง ค่าใช้จ่าย ในการดำรงชีวิตประจำวัน …

บ้านไม้หลังเก่าริมท่าน้ำแผ่นไม้กระดานบางแผ่นหลุดออกจนมองเห็นข้าวของกระจัดกระจาย ที่เคยมีกลับถูกทิ้งร้างและห่างหายจากผู้คน ลมอะไรกันหนอที่พัดพาให้มาที่นี่ ลมร้อนจากภายนอกหรือภายในจิตใจที่นำพา…

“อย่าคิดสั้นนะพ่อหนุ่ม!” แม่ค้าร้านขายของชำริมท่าน้ำตลาดเก่าร้องเตือน แม้จะรู้สึกขำกับถ้อยคำประโยคนี้ แต่เมื่อคิดอีกด้านของความเป็นจริง คนเราย่อมมีอารมณ์ชั่ววูบที่เคยคิดเช่นนี้ ไม่มีความทุกข์ทรมาณ ย่อมจะไม่เข้าใจมนุษย์และรักมนุษย์ด้วยกัน ไม่ผ่านพ้นเสี้ยววินาทีชีวิต เราก็คงไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าของการมีอยู่ มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้าหากค้นพบว่าตื่นขึ้นมาร่างกายถูกพันธนาการไว้ด้วยสายยางให้น้ำเกลือ สูดลมหายใจทางปาก และดูดซับอาหารผ่านทางจมูก สองมือถูกรัดตรึงไว้กับขอบเตียง

ชวนให้นึกเรื่องราวของชายคนหนึ่ง เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ได้เป็นผู้บริหารระดับของนิตยสารชื่อดัง ค่ำวันหนึ่งขณะนั่งรถประจำตำแหน่งเพื่อรับลูกน้อยไปดูละคร บนถนนสายหนึ่งซึ่งปลายทางคือโรงมหรสพ ทว่าสายตาของเขาพร่ามัว เหงื่อแตกพลั่ก จนต้องจอดรถริมไหล่ทาง เวลาผ่านไปร่วม ๒๐ กว่าวันกระทั่งเช้าวันหนึ่งผ้าม่านถูกแหวกออกแสงตะวันสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เขาลืมตาตื่นมาอีกครั้งและค้นพบว่า
.
..ทุกสัดส่วนของร่างกายไม่ไหวติง เปลือกตาข้างขวาเบิกค้างต้องใช้ผ้าก๊อซปิด มันเป็นวันหฤโหดที่เขาต้องรับรู้ข่าวร้าย เส้นโลหิตเส้นหนึ่งในก้านสมองแตก และขวางการควบคุมติดต่อจากสมองถึงอวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย เขาเคลื่อนไหวศีรษะได้เล็กน้อย กะพริบตาซ้ายได้ ส่งเสียงอือตอบรับได้บ้าง ส่วนที่เหลือเป็นอัมพาตทั้งหมด ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า Locked-in Syndrome

ใครบางคนอาจบอกว่าพระเจ้ายังเมตตา แต่สำหรับเขา-เขาไม่เชื่อในพระเจ้า ไม่เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์ สำหรับเขามนุษย์คือผู้คิดเรื่องพระเจ้าขึ้นมา และไม่ใช่พระเจ้าที่เป็นผู้สร้างมนุษย์ ในความหวังอันริบหรี่ยังมีสิ่งดี ๆ ที่รอคอยการค้นพบ เมื่องดวงตาข้างซ้ายของเขายังคงตอบสนอง ดวงตาข้างซ้ายนี่แหละคือกุญแจไขความคิด เป็นสิ่งยืนยันถึงการมีอยู่ นำไปสู่ดินแดนจินตนาการที่ไม่เคยมีใครสำรวจถึง เรื่องเล่าที่เกิดขึ้นจากความเข้มแข็งไม่ยอมจำนนต่อชะตากรรม เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดด้วยการเลิกสายตากว่าสองแสนครั้ง ตอบสนองผ่านการขานตัวอักษร เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้เล่ากับผู้จดบันทึก ทั้งยาก ทั้งยังต้องใช้ความมุ่งมั่นอดทน
E S A R I N T U L O M เขาเลิกเปลือกตา / เธอจด M
E S A R I เขาเลิกเปลือกตา/ เธอจด I

ทุก ๆ วันตั้งแต่บ่ายสองโมงถึงห้าโมงเย็น ตลอดระยะเวลาร่วม ๖ เดือนที่เสียงขานตัวอักษรบางคำเน้นย้ำ บางคำแผ่วเบา จากทีละคำควบรวมเป็นประโยค เป็นบทตอนรวมเล่มเป็นหนังสือบันทึกประวัติศาสตร์อีกหน้าของโลกวรรณกรรม เรื่องเล่าในโลกจินตนาการ ความทุกข์ สุข เศร้า เหงา เสียงหัวเราะ ที่รวมอดีต ปัจจุบันและอนาคตของเขา โดยมีเธอผู้ร่วมสร้างตำนาน-ตำนานที่ถ่ายทอดมาจากเรื่องจริงเป็นเสมือนคำตอกย้ำ “มนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อพ่ายแพ้”
เขาชายผู้อยู่ในชุดประดาน้ำ ผู้เปรียบตนเองเป็นเสมือนผีเสื้อที่เริงร่ายอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ ดูดดื่มรสหวานจากเกสร ทั้งยังเกื้อกูลขยายพันธุ์ “ฌ็อง -โดมินิก โบบี้”
เธอนักเขียนผู้อดทน ท่องอักษรเพื่อบันทึก ‘เขาผู้ถูกกำหนด’ ร่วม ๖ เดือน …จนเป็นที่มาของ “ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ-Le Scaphandre et Le Papillon“

“ลุง ๆ ช่วยผมหน่อยปลาอะไรไม่รู้ตัวใหญ่มาก!”เด็กชายตัวน้อยกำลังเย่อกับปลาที่ติดเบ็ด ส่วนผู้เป็นลุงวิ่งถลาเข้าไปช่วยอีกแรง ข้าพเจ้าผลิกข้อมือดูเข็มนาฬิกาแหงนมองท้องฟ้าอีกไม่ช้านานดวงตะวันคงจะลับลา สองพรานล่าปลาเย่อเจ้าปลาคังตัวเขื่องขึ้นจากน้ำได้สำเร็จ บางครั้งชีวิตหนึ่งต้องเสียสละเพื่ออีกหลายชีวิตแม้มันจะไม่ยินยอมก็ตาม…แต่ทุกชีวิตย่อมมีคุณค่าและเป็นสิ่งมหัศจรรย์
ข้าพเจ้าเดินกลับมายังร้านขายของชำ คุณป้าเจ้าของร้านยิ้มให้ ข้าพเจ้ายิ้มแล้วตอบเธอไปว่า
“ผมแค่หาที่อ่านหนังสือและถ่ายรูปครับป้า”

ชีวิตเป็นสิ่งมหัศจรรย์
ฌ็อง -โดมินิก โบบี้-JEAN DOMINQUE BAUBY
และนักเขียน :โกล๊ด ม็อง ดิบิล


เรื่องเล่าบันดาลใจ
จาก: ฌ็อง -โดมินิก โบบี้-JEAN DOMINQUE BAUBY
นักเขียน :โกล๊ด ม็องดิบิล
ผู้แปล :รศ.ดร.วัลยา วิวัฒน์ศร
จัดพิมพ์ : สำนักพิมพ์ผีเสื้อ

ขอบคุณที่มา : กองบรรณาธิการ Writer Magazine ปี่ที่ ๗ ฉบับที่(๖๐)
:สำนักพิมพ์นาคร