เรื่องและภาพ : ธีรภาพ โลหิตกุล

ป๋าชอบมานอนชายหาด ใกล้คอกเพาะไข่เต่าของแกเกือบทุกคืน เพราะยังมีคนใจหยาบแอบมาขโมยไข่ไปขาย เล่ากันว่า มีอยู่คืนหนึ่ง ป๋าวิ่งไล่ขโมยไปเกือบทัน ครั้นหันมาดูที่หลุม ป๋าถึงกับน้ำตาซึม เพราะไข่ถูกลักขุดไปจนเกลี้ยง ป๋าครวญกับคนใกล้ชิดทั้งน้ำตาว่า อุตส่าห์เพาะไข่ไว้ในคอกอย่างทะนุถนอม ดูแลมันยังกับลูกในไส้ โดยไม่ได้ผลประโยชน์อะไรสักแดงเดียว มันยังมาทำกันได้

สามทศวรรษสายน้ำและความทรงจำ : ธีรภาพ โลหิตกุล

๑.
เย็นวันหนึ่งบนเกาะใหญ่แห่งทะเลอันดามัน ภาพชีวิตที่ชายหาดเบื้องหน้า ประทับรอยลงบนความทรงจำข้าพเจ้าอย่างง่ายดาย และดูขัดแย้งกับรีสอร์ทหรู โรงแรมเลิศในราคาสูงลิบ ที่รายล้อมหาดเล็กๆ แห่งนี้ เฒ่าทะเลร่างล่ำ ผิวคล้ำเข้ม บ่งบอกเพดานบินในทะเล ควบมอเตอร์ไซค์คู่ชีพตรงไปยังเพิงพักที่ใช้เก็บแหอวนริมหาด ยังไม่ทันจะดับเครื่อง บรรดาเจ้าตัวเล็กตัวน้อย ทั้งหมา แมว รวมไปถึงลูกไก่ฝูงใหญ่ ก็กรูกันเข้ามารายล้อม บ้างกระดิกหาง บ้างส่งเสียงร้อง และบ้างก็เข้าไปเคล้าแข้งเคลียขาประจบเจ้านายผู้อารี

เฒ่าทะเลลูบหัวเจ้าตัวน้อย ขานรับอาการกระดี๊กระด๊าของพวกมัน ซึ่งความจริงไม่น่าจะมาอยู่รวมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นแมวกับหมา หมากับไก่ ปกติมาเจอกันทีไรก็เป็นอันวงแตก แต่คงเพราะพวกมันมีชะตากรรมเดียวกัน คือต่างก็ร่อนเร่พเนจรหลงทางมาเจอเจ้านายใหม่ใจดี ก็เลยกลายเป็นมิตรกันได้อย่างน่าประหลาดใจ ท่ามกลางตึกสูงในเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของประเทศ และสังคมบริโภคที่ค่าครองชีพแพงจับไม่ติด จนดูเหมือนผู้คนที่นี่ต่างรีบกอบโกยเอาประโยชน์จากธรรมชาติให้มากที่สุด

แต่ที่เพิงหลังน้อยริมหาดเล็กๆ แห่งนี้ กลับมีคนที่มุ่งแต่จะ “ให้” อย่างไม่ต้องคิดว่าจะต้อง “เอาคืน” ในภายหลัง สมบัติ แซ่อิ๋ว ใครๆ เรียกเขาว่า “ป๋าบัติ” ชาวประมงแห่งเกาะภูเก็ต เกิดและเติบโตที่บ้านหาดไม้ขาว อำเภอถลาง เรียนจบ ป.๔ มีเรือหาปลา ๒ ลำ อวน ๒ ปาก กับร้านขายของชำเล็กๆ ในหมู่บ้าน แต่ร่ำรวยน้ำใจพอจะให้ใครๆ ยกมือไหว้และออกปากเรียกว่า “ป๋า” ได้อย่างไม่กระดากใจ

คืนวันที่คลื่นลมสงบเงียบต้นเดือนมีนาคม ข้าพเจ้าสัญจรมาถึงเกาะใหญ่เกือบสุดปลายด้ามขวาน มาค้อมศีรษะคารวะเฒ่าทะเลผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้อย่างเต็มใจ มิใช่เพียงเพราะเป็นผู้เอื้ออารี โอบอุ้มชีวิตน้อยๆ ที่หลงทางไร้ที่ซุกหัวนอนเท่านั้น แต่คนหาปลาธรรมดาๆ คนนี้ก็ยังมีฐานะเป็น “ประธานกลุ่มอนุรักษ์บ้านหาดไม้ขาว” ผู้มานะพยายามทวนกระแส เพื่อยื้อแย่งเอาหาดไม้ขาวคืนให้เต่ามะเฟืองอีกครั้ง

นักท่องเที่ยวกับเต่ามะเฟือง


เต่ามะเฟือง หรือ เต่าเหลี่ยม”ชื่อวิทยาศาสตร์” ชื่อวิทยาศาสตร์: Dermochelys coriacea) เป็น “เต่าทะเล” เต่าทะเล จัดเป็น “เต่า” ชนิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ ๔ ในบรรดา ทั้งหมดที่ยังดำรงเผ่าพันธุ์อยู่จนถึงปัจจุบัน กระดองหลังของมันมีลักษณะคล้ายกลีบลูกมะเฟือง ไข่ของมันมีขนาดใหญ่กว่าลูกปิงปอง และเป็นที่โปรดปรานของนักบริโภคไข่เต่าทะเล ด้วยเชื่อกันไปต่างๆ นานา ว่ามีคุณค่าทางอาหารสูง บ้างว่าเป็นยาอายุวัฒนะ เพราะเต่าทะเลมีอายุยืนยาวกว่า ๔๐๐ ปี บ้างเลยเถิดไปถึงขั้นว่าเป็นยาโป๊วบำรุงสมรรถภาพทางเพศ ทั้งๆ ที่มีข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ออกมาแล้วว่า ไข่เต่าทะเลมีคุณค่าทางโปรตีนมากกว่าไข่ไก่ ๑ ฟองเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่ในพ.ศ.ที่ไข่ไก่ฟองละ ๕๐ สตางค์ เพดานราคาไข่เต่าทะเลอยู่ที่ฟองละเกือบ ๑๐ บาท ครั้นถึงยุคสมัยที่ไข่ไก่ฟองละ ๑ บาท ๕๐ สตางค์ ไข่เต่าทะเลประเภทเต่าหญ้า เต่ากระ เต่าตนุ ในตลาด ราคาฟองละ ๒๕ บาท แต่โดยเฉพาะไข่เต่ามะเฟือง พุ่งสูงถึงฟองละ ๓๐ – ๔๐ บาทเลยทีเดียว วัฒนธรรมการบริโภคไข่เต่าทะเล นับแต่อดีตจนปัจจุบันยังไม่เปลี่ยนไป ตามภัตตาคารใหญ่ๆ ยังเป็นอาหารจานเด็ด และเป็นของขวัญล้ำค่าที่บรรดาข้าราชการชั้นผู้น้อยแถบจังหวัดภาคใต้ พึงจัดหาไปกำนัลผู้ใหญ่ในฤดูวิ่งเต้นโยกย้ายหรือขอขั้น ยิ่งนานวัน รสนิยมการกินของคนไทยบางกลุ่มยิ่งพิสดารพันลึกกว่าเก่า คือนอกจากกินไข่เต่าแล้ว ระยะหลัง ๆ ยังชอบกินเนื้อเต่ากันอีกด้วย
อวนลากอวนลอยของชาวประมงที่ทำมาหากินในท้องทะเลไทย เป็นตัวการคร่าชีวิตเต่าทะเลในแต่ละปีไม่น้อย

สมัยก่อนพอมีเต่ามาติดอวน คนเรือก็มักปล่อยไป สมัยนี้จับเอามาแกงกิน หมดโอกาสที่มันจะไข่ให้กินกันทุกปีไปเลย หรือถ้าเป็นเต่ากระที่มีกระดองสวย ยังเอาไปขายให้คนทำกำไลและเครื่องประดับกระ สนองตัณหาวัยรุ่นขี้เห่อ ที่คิดว่าความเป็น “ติสท์” หมายถึงการประดับกายให้พะรุงพะรังด้วยเฟอร์นิเจอร์แปลกๆ โดยไม่รู้เลยว่าจะต้องแลกมาด้วยชีวิตของอีกชีวิต โรงแรม รีสอร์ท ที่แย่งกันผุดขึ้นมารองรับการท่องเที่ยว ในอีกด้านหนึ่งก็เท่ากับเป็นการบีบให้อาณาเขตการวางไข่ของเต่าทะเลนับวันจะแคบลง เพราะเต่าจะขึ้นมาวางไข่ตามชายหาดปีละครั้ง โดยเฉพาะแนวหาดทรายยาวเหยียดหลายสิบกิโลเมตร ตั้งแต่เขตอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เรื่อยลงมาจนถึงหาดไม้ขาว หาดในยาง อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นแหล่งวางไข่ของเต่าทะเลที่ชุกชุมที่สุดจุดหนึ่งของทะเลไทยฝั่งอันดามัน

ข้าพเจ้าตะลึงกับตัวเลขการสำรวจที่ว่า ปัจจุบัน จำนวนเต่าที่ขึ้นมาวางไข่ลดปริมาณลงเหลือไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของเมื่อ ๒๐ ปีก่อน พูดง่ายๆ ว่าสมัยก่อนมีเต่ามากเป็นหลักพัน เดี๋ยวนี้หลักร้อยยังไม่ค่อยจะถึง ที่หาดไม้ขาวในปี ๒๕๓๔ มีเต่ามะเฟืองขึ้นวางไข่ ๑๔ ตัว และเต่าอื่นๆ อีกไม่ถึง ๑๐ ตัว ก็นับว่าดีนักหนาแล้ว ในภาวะที่มีรีสอร์ทขนาดใหญ่ล้อมหาดเก่าแก่นี้ไว้ และในขณะที่น้ำทิ้งจากสนามบินภูเก็ตที่ห่างไปไม่ไกล กำลังทำให้หาดไม้ขาวนับวันจะหม่นคล้ำลงไปเรื่อยๆ


๒.

เฒ่าทะเลอย่างป๋าบัติ เห็นความเปลี่ยนแปลงและเป็นไปของหาดไม้ขาวมาแต่อ้อนแต่ออก จึงเล็งเห็นความวิบัติรออยู่เบื้องหน้า แต่ประสาคนหาปลาตัวเล็กๆ อย่างเขาจะทำอะไรได้ นอกจากเจอเต่าติดอวนมาก็แกะปล่อยมันลงทะเลไป กระทั่งวันหนึ่ง เมื่อกลุ่มองค์กรอนุรักษ์สภาพแวดล้อมจังหวัดภูเก็ตแวะเวียนมาดูความแปรเปลี่ยนของธรรมชาติหาดไม้ขาว แนวคิดเรื่อง “คืนหาดไม้ขาวให้เต่ามะเฟือง” จึงก่อตัวขึ้น แล้วนับแต่นั้น เหมือนฟ้าลิขิตให้ “ป๋า” คือผู้แบกรับภารกิจนี้ในฐานะแกนนำมวลชน ซึ่งค่อยๆ ก่อรูปเป็นกลุ่มอนุรักษ์บ้านหาดไม้ขาวในเวลาต่อมา

เริ่มต้นจากการรณรงค์ให้เลิกกินเนื้อเต่า โดยเฉพาะในหมู่คนหาปลา หากเต่ามาติดอวนก็ขอร้องให้ปล่อยเอาบุญ กิจกรรมสำคัญต่อมาคือ จัดผ้าป่าหารายได้ตั้งกองทุนรับซื้อไข่เต่าจากชาวบ้าน เอามาเพาะฟักเป็นตัว แล้วปล่อยมันกลับคืนสู่ท้องทะเลดังเดิม กองทุนก้อนแรกหามาได้หลายหมื่นบาท แม้จะรับซื้อได้ในราคาไม่สูงเท่าราคาในตลาด แต่ก็เร่งระดมปลูกสร้างจิตสำนึกจนลูกหาดไม้ขาวตระหนักว่า ใครเก็บไข่เต่าได้แล้วแอบไปขายในตลาด เป็นเรื่องน่าอับอายและสมควรถูกประณาม นอกจากเป็นหัวเรี่ยวหัวแรง นำพาความคิดชาวหาดไม้ขาวให้เป็นหนึ่งเดียวกันในเรื่องการอนุรักษ์แล้ว ป๋ายังรับภาระเพาะฟักไข่เต่าที่รับซื้อมาด้วยตัวแกเอง โดยกั้นคอกเล็ก ๆ ไว้ริมหาด ใกล้เพิงเก็บอวนของแก อันเป็นที่เดียวกันกับบรรดาหมาแมวไร้ราก ร่อนเร่มาพึ่งใบบุญป๋าใช้ซุกหัวนอน

ลูกเต่ามะเฟือง เต่ากระตัวน้อยๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่า ถีบตัวออกจากเปลือกไข่ แล้วตะเกียกตะกายปีนขึ้นมาจากหลุมทราย พากันเดินแถวลงทะเลไปรุ่นละนับร้อยตัว ป๋าจะใจจดใจจ่อเฝ้ามองด้วยแววตาปีติระคนเอ็นดูสงสาร นานวันเข้าก็อยากให้คนอื่นรับรู้ความสำเร็จนี้ด้วย ป๋าเก็บลูกเต่าไว้ในกล่องโฟม แล้วเรียกชาวบ้านมาปล่อยกันเอิกเกริก ได้ทั้งบุญกุศลและภาพแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
“…มีคนถามป๋าว่า ป๋าทำไปแล้วได้อะไร ป๋าไม่รู้ ป๋ารู้แต่ว่าทำแล้วมันสบายใจ”
ป๋าเปรยกับข้าพเจ้าในเย็นวันหนึ่ง หลังจากทำความรู้จักกันได้ไม่กี่วัน แต่ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนนั่งคุยกับผู้เฒ่าใจอารีที่คุ้นเคยกันมานาน
“…มันเหมือนได้ทำบุญกุศล มันได้กับใจเรา แล้วยังอนุรักษ์เต่าไว้ให้มีไปชั่วลูกชั่วหลาน แต่ก็แปลกนะคุณ ตั้งแต่หาดไม้ขาวทำบุญปล่อยเต่ามาตั้งแต่ปีที่แล้ว กุ้งปลามันมีเยอะขึ้น ลองไปถามชาวบ้านเอาเถอะ ป๋าเอง ปีที่แล้วจับปลาได้เป็นแสน แล้วใครๆ ก็ว่าป๋าอ้วนขึ้นจนกางเกงคับไปหมด จะเป็นเพราะสบายอกสบายใจหรือไงก็ไม่รู้นะ…”



ใคร ๆ ในหาดไม้ขาวสังเกตเห็นว่าป๋าสมบูรณ์ขึ้น และชอบมานอนชายหาด ใกล้คอกเพาะไข่เต่าของแกเกือบทุกคืน เพราะยังมีคนใจหยาบแอบมาขโมยไข่ไปขาย เล่ากันว่า มีอยู่คืนหนึ่ง ป๋าวิ่งไล่ขโมยไปเกือบทัน ครั้นหันมาดูที่หลุม ป๋าก็ถึงกับน้ำตาซึม เพราะไข่ถูกลักขุดไปจนเกลี้ยง ป๋าครวญกับคนใกล้ชิดทั้งน้ำตาว่า อุตส่าห์เพาะไข่ไว้ในคอกอย่างทะนุถนอม ดูแลมันยังกับลูกในไส้ โดยไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรสักแดงเดียว มันยังมาทำกันได้
“…ไอ้ปุ๋ยกับพวกมันนี่ก็ตัวดี ชอบแอบคุ้ยไข่ออกมากินกัน ป๋าตีเสียไม่มีดี…” ป๋าเล่าพลางก็ลูบหัวลูกหมาตัวโปรดที่ชื่อ “ไอ้ปุ๋ย” ไปพลาง ดูมันจะติดป๋ากว่าตัวอื่นๆ แต่ด้วยความที่มันอ้วนอืดอาด การอยู่ใกล้ป๋ามากๆ จึงกลายเป็นความเคราะห์ร้ายอยู่เสมอ
“…วันก่อนพวกมันแอบกินลูกเต่าที่เพิ่งฟักออกมาได้ ป๋าไม่ทันเก็บเข้ากล่อง หนอย…พวกมันงาบไปซะหลายตัว ป๋าโมโหชิบ กูรึสู้อุตส่าห์เพาะเอาไว้กว่าจะได้ ม.ค.ป.ด.เสียนี่ ความจริงป๋าก็เห็นว่าไอ้ปุ๋ยมันยังไม่ทันกิน มันมัวจดๆ จ้องๆ แต่อีหลง ไอ้สมชายมันไว พอเห็นป๋าโมโห มันก็วิ่งกันกระเจิง ป๋าจับได้แต่ไอ้ปุ๋ย มันมัวเก้งก้าง เลยรับเคราะห์แทนเพื่อน ป๋าไม่รู้ล่ะ กำลังฉุนนี่ จับไอ้ปุ๋ยโยนลงทะเลเสียหลายที แต่พอสะบัดขนขึ้นจากน้ำได้ มันก็มาเดินตามป๋าต้อยๆ เหมือนเดิม เอ็นดูมันอยู่เหมือนกัน…”

การกลับมาพบกันอีกครั้งระหว่างเฒ่าอารี “ป๋าบัด” กับ ธีรภาพ โลหิตกุล


๓.
เย็นวันนั้น ที่หาดเล็กๆ บนเกาะใหญ่แห่งอันดามัน ภาพชีวิตเฒ่าทะเลกับสุนัขไร้ราก ประทับรอยลงบนความทรงจำข้าพเจ้าอย่างง่ายดาย มันช่างดูขัดแย้งกับรีสอร์ทหรู โรงแรมชั้นเลิศในราคาสูงลิบ ที่รายล้อมอยู่เสียเหลือเกิน
“…ขอหาดไม้ขาวให้เต่ามะเฟือง ขอหาดไม้ขาวให้เต่ามะเฟือง”

เสียงเพลงจากอัลบั้มใหม่ของศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชั้นครู อย่างสุรชัย จันทิมาธร ดังขึ้นมาจากวิทยุทรานซิสเตอร์เล็กๆ ของลูกเรือประมงบ้านหาดไม้ขาว ข้าพเจ้าสังเกตเห็นรอยยิ้มที่มุมปาก และแววตาแห่งปีติบนใบหน้าเข้มของเฒ่าทะเลผู้เอื้ออารี

++++++++++++++++++++