เรื่องและภาพ : ไพฑูรย์ ธัญญา

#อ่านให้จบค่อยกดไลค์


1.ว่าด้วยสังคมวิทยาแห่งวรรณกรรม (Sociology of Literature)
อยู่ ๆก็อยากเขียนอะไรที่มีสาระบ้าง อย่างน้อยใครที่สนใจวรรณกรรมอาจเรียนรู้ ทำความเข้าใจได้เพิ่มขึ้น

2.จากการอ่าน การสอนวิชาทฤษฎีวรรณกรรมมาระยะหนึ่ง ผมมีความเห็นว่า เวลามีการศึกษาวรรณกรรมกับสังคมในวงวิชาการบ้านเรา เรามักจะศึกษากันแต่เรื่องภาพสะท้อนทางสังคมในวรรณกรรม แต่ผลการศึกษามันยังออกมาค่อนข้างพื้น ๆ และตื้นเขินมาก (ถ้าพูดแล้วจะยาว) ผมคิดว่าเหตุหลัก ๆ น่าจะมาจากสองอย่าง

อย่างแรกคือ ไม่เข้าใจทฤษฎีอย่างถ่องแท้ อย่างสองคือคนศึกษาไม่เข้าใจระเบียบวิธีวิเคราะห์และตีความ รวมทั้งอ่านหนังสือไม่แตก ไม่เป็น ทำให้ผลการศึกษาออกมาประดักประเดิดมาก

3. อันที่จริงการศึกษาวรรณกรรมแนวสังคม หรือสังคมวิทยานี่ เป็นแนวการศึกษาที่เก่าแก่มาก ว่ากันมาตั้งแต่สมัยเพลโตเลยทีเดียว และก็พัฒนาแตกหน่อมาตลอด แนวการศึกษาที่พัฒนาอย่างชัดเจนมากก็คือ ทฤษฎีมาร์กซิสต์ ของคาร์ล มาร์กซ์กับเฮงเกลนี่แหละ…มัน จนถึงยุคหลังโครงสร้างนิยมก็เบนมาสู่เรื่องการศึกษาภาพแทน (representation) ของสจ๊วต ฮอลล์ ทั้งหมดทั้งปวงนี้มันจัดอยู่ในปริมณฑลของแนวคิดและวิธีการศึกษาที่เรียกกันว่า “สังคมวิทยาแห่งวรรณกรรม” นั่นเอง

3. สังคมวิทยาแห่งวรรณกรรม เป็นพื้นที่หนึ่งในการศึกษาที่มุ่งโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ระหว่างงานวรรณกรรมกับโครงสร้างทางสังคมที่วรรณกรรมเรื่องนั้น ๆ ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นมา เพื่อแสดงให้เห็นว่า วรรณกรรมที่สร้างนั้นได้ถูกกำหนดโดยเงื่อนไขทางสังคมใดบ้าง แนวการศึกษานี้ ไม่ใช่การศึกษาเพื่อทำความเข้าใจสังคมจากวรรณกรรมโดยตรงแบบอ่านรายงานข่าวหรือบทวิเคราะห์ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า มันจะมีประโยชน์ต่อเราที่จะทำความเข้าใจสังคม เศรษฐกิจ การเมืองผ่านโลกทัศน์และการสร้างสรรค์ของนักเขียนต่างหาก รวมทั้งพิจารณาว่า เงื่อนไขทางสังคม เศรษฐกิจ การเมืองรวมทั้งแนวคิดทางวัฒนธรรม มันมีส่วนในการกำหนดงานวรรณกรรมอย่างไรบ้าง

4.จากสาระที่ว่า แนวคิดนี้จึงพยายามศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวรรณกรรมกับสังคมอย่างใกล้ชิด ประเด็นที่ศึกษาหาใช่ภาพสะท้อนทางสังคมที่เราสมาทานมาเพียงอย่างเดียว แต่มันยังครอบคลุมไปอีกหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผู้แต่ง สังคม อิทธิพลของสังคมต่อวรรณกรรมและวรรณกรรมต่อสังคม รวมไปถึงองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องและเกื้อกูลการสร้างสรรค์วรรณกรรมในแต่ละสังคมและวัฒนธรรม จนมีนักทฤษฎีบางคนได้สร้างโมเดลเอาไว้ (ดูภาพประกอบที่ 1 ) ซึ่งมีตั้งแต่ นักประพันธ์ (author) ผู้อุปถัมภ์ (patron) นักวิจารณ์วรรณกรรม (critics) สำนักพิมพ์ (publisher) ผู้อ่าน (public / audience)
ประเด็นเหล่านี้ดูเหมือนยังไม่ค่อยมีการศึกษากันมานักในบ้านเรา คราวหน้าผมจะมาลงในรายละเอียดของแต่ละองค์ประกอบของโมเดลนี้ ว่า มันเกี่ยวข้องกับการสร้างและเสพวรรณกรรมกันอย่างไร? ที่สำคัญเมื่อสังคมเปลี่ยนมาสู่ยุคดิจิตัล องค์ประกอบเหล่านี้ยังอยู่ไหม? มันหายไป! หรือเปลี่ยนเป็นแพลทฟอร์มใหม่ตามยุคสมัย ไปอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าถกเถียง แลกเปลี่ยนอย่างมาก คุณว่าไหม?

ปล.ใครอยากอ่านต่อช่วยแสดงความเห็นด้วยนะครับ