ภาพประกอบ : จากหนังสือ ฤดูกาล, สำนักพิมพ์สามัญชน

ในทางวิทยศาสตร์ พวกฟิสิกส์ทั้งหลายเขาเริ่มค้นพบว่าการดำรงอยู่ของสิ่งที่เรียกว่าเอกภพ บางทีมันก็ดำรงอยู่มากกว่าหนึ่งภพในเวลาเดียวกัน หมายความว่าการสัมผัสโลก การรับรู้สิ่งต่าง ๆ ของเรามันน้อยมาก คือคิดว่าสิ่งเราที่ไม่ได้ยิน มันยังได้ยิน มันถึงมีปฏิกริยา เพราะฉะนั้นการดำรงอยู่ของภพอื่นในอวกาศและกาลเวลาเดียวกับเรา

นักวิทยาศาสตร์เริ่มสงสัยแล้ว เขาไปเจอดาวที่คำนวนอายุแล้วเก่าแก่กว่าเอกภพ ตรงนี้ตอบไม่ได้ว่าทำไม หมายความว่าทุกอย่างบิกแบง(การระเบิดครั้งใหญ่ก่อนกำเนิดจักรวาล) แล้วเกิดกาลเวลา เกิดดวงดาว ในที่สุดก็เกิดดาวเคราะห์อย่างโลกและก็เกิดมนุษย์ แต่ปรากฏว่าไปพบซากดาวที่มีอายุมากกว่าจักรวาล แล้วมานั่งดูตัวคุณ ตัวผม ที่นั่งกันอยู่สามคนนี้มันกระจอกไหม

เสกสรรค์ ประเสริฐกุล


นิธินันท์: (คำถามของผู้ฟัง) ผมเคยอ่านงานของอาจารย์ในหนังสือเพลงเอกภพ อาจารย์บอกว่าจะหาตำแหน่งของตัวเองในเอกภพ ไม่ทราบว่าอาจารย์หาพบหรือยัง อาจารย์มีกระบวนการค้นหาตำแหน่งอย่างไร
เสกสรรค์: ผมไม่มีคำตอบนะครับ แต่ผมคิดว่าคนที่ไม่ตั้งคำถามนี้มันก่อความเดือดร้อนให้คนได้มากเลย เพราะว่าทุกวันคุณค้นหาตำแหน่งตัวเองในสังคมไทย เช่นอยากเป็นรัฐมนตรีโดยที่เป็น ส.ส.ด้วย หรือบางคนอยากเป็นอะไรหลาย ๆ อย่างโดยที่เหยียบหัวผู้อื่น ซึ่งการค้นหาตำแหน่งของเราในเอกภพไม่จำเป็นต้องเหยียบหัวผู้ใด

แค่ค้นพบว่า ฟ้าดินสร้างเราไว้ตรงนี้ จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่กรอบชีวิตของผมคนเดียว เป็น กรอบของชีวิตพี่น้องทุกคน ที่กำลังเมามัวอยู่กับลาภยศสรรเสริญ การที่คุณไม่ฉุกคิดคุณทำให้คนอื่นไม่มีโอกาศได้คิดด้วยเพราะคุณทำให้ชีวิตของเขายากลำบาก คุณเบียดเบียนจนกระทั่งเขาไม่มีเวลาคิดเหมือนกัน ตอนที่ผมเป็นนักปฏิวัติบรรดาบุรุษหรือสตรีฝ่ายซ้ายจำนวนมหาศาล

ในทางเข้าป่าก็เสมือนว่ากำลังแสวงหาศาลเจ้าใหม่ วิธีคิดของเขาเหมือนเดิมทุกประการ เพียงแต่เขาอยากเปลี่ยนจากเจ้าสีหนึ่งมาเป็นเจ้าอีกสีหนึ่ง แล้วมันนำไปสู่การเบียดเบียนกดขี่และคนแรก ๆ ที่ถูกกดขี่ คือผม ซึ่งคิดไม่เหมือนกรอบสำเร็จรูปทั่วไป ในทางวรรณคดีก็เหมือนกัน พยายามจะจับผมไว้ตรงนั้นตรงนี้แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ จริง ๆแล้ว ผมเพียงแต่บันทึกการค้นหาของผม ในการตอบคำถาที่ทุรนทุรายในฐานะที่เกิดมาเป็นคน ผมไม่เชื่อหรอกนะว่าคนที่ไม่ถามคำถามนี้จะมีความสุข

วงศ์ทนง: ทราบมาว่าตอนนี้ไม่ได้สนใจแค่เอกภพ แต่สนใจพหูภพมันเป็นอย่างไรครับ
เสกสรรค์: ในทางวิทยศาสตร์ พวกฟิสิกส์ทั้งหลายเขาเริ่มค้นพบว่าการดำรงอยู่ของสิ่งที่เรียกว่าเอกภพ บางทีมันก็ดำรงอยู่มากกว่าหนึ่งภพในเวลาเดียวกัน หมายความว่าการสัมผัสโลก การรับรู้สิ่งต่าง ๆ ของเรามันน้อยมาก คือคิดว่าสิ่งเราที่ไม่ได้ยิน มันยังได้ยิน มันถึงมีปฏิกริยา เพราะฉะนั้นการดำรงอยู่ของภพอื่นในอวกาศและกาลเวลาเดียวกับเรา

นักวิทยาศาสตร์เริ่มสงสัยแล้ว เขาไปเจอดาวที่คำนวนอายุแล้วเก่าแก่กว่าเอกภพ ตรงนี้ตอบไม่ได้ว่าทำไม หมายความว่าทุกอย่างบิกแบง(การระเบิดครั้งใหญ่ก่อนกำเนิดจักรวาล) แล้วเกิดกาลเวลา เกิดดวงดาว ในที่สุดก็เกิดดาวเคราะห์อย่างโลกและก็เกิดมนุษย์ แต่ปรากฏว่าไปพบซากดาวที่มีอายุมากกว่าจักรวาล แล้วมานั่งดูตัวคุณ ตัวผม ที่นั่งกันอยู่สามคนนี้มันกระจอกไหม

วงศ์ทนง:เชื่อไหมว่ามีมนุษย์ต่างดาว(ผู้ฟังหัวเราะ)
เสกสรรค์:ผมเชื่อ…ความเป็นไปได้สูงมากคิดดูง่าย ๆ ดวงอาทิตย์เป็นดาวดวงหนึ่งในล้าน ๆ ดวงของกาแลคซีนี้ แล้วเราไม่ได้มีกาแลคซีเดียว มีอีกเป็นล้าน ๆ กาแลคซี มันจะไม่มีหรือที่กาแลคซีอื่นเขาจะมีดาวแบบนี้ มีบรรยากาศที่จะให้กำเนิดชีวิต มันเป็นไปได้อย่างมาก แต่ไม่ได้หมายความว่ามันอยู่ในขีดความสามารถที่เราจะพบ
นิธินันท์: (คำถามของผู้ฟัง) อาจารย์เชื่อเรื่องชาตินี้ชาติหน้าไหมครับ(ผู้ฟังหัวเราะครืนและปรบมือ)
เสกสรรค์:(เงียบอึดใจหนึ่ง)ผมอ่านเรื่องธิเบตเยอะ คนธิเบตเชื่อโดยไม่มีข้อกังขา แล้วบุคคลในสังคมเขาจะรู้หมดเลยว่าชาติก่อนเขาเป็นอะไร ทีนี้ในสังคมไทยเรามีชาตินี้ที่แย่มาก(ผู้ฟังหัวเราะ/ปรบมือ) เรามักจะไม่มีเวลาคิดถึงชาติหน้า ถ้าในแง่ความเชื่อเพื่อความสุขใจ
คนธิเบตเขาเรียกร่างกายเป็นเสื้อผ้าของกาลเวลา มันก็แฮปปี้ดีนะ แต่ในแง่ของพุทธศาสนาที่แท้จริง การที่ยังเวียนว่ายตายเกิด ถือว่ายังเป็นคนมีกรรมมันต้องไม่กลับมาเกิดใหม่ ถึงจะเรียกว่าบรรลุอย่างแท้จริง

ภาพปกหนังสือสะพานไผ่เหนือสายน้ำเชี่ยว บางช่วงชีวิตกับนาฎกรรมแห่งตัวตน: สำนักพิมพ์ ประพันธ์สาส์น

วงศ์ทนง:(คำถามของผู้ฟัง) ในฐานะที่พี่เสกเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้และการเคลื่อนไหวทางการเมือง มองกลุ่มองค์กรรประชาธิปไตยและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้อย่างไร
เสกสรรค์: ผมมองการเมืองว่ามันแยกไม่ออกจากวิญญาณ การเมืองเลวสะท้อนจิตวิญญาณ การเมืองที่เลวสะท้อนจิตวิญญาณที่ต่ำทรามและวัฒนธรรมที่ต่ำต้อย คนถ้าเริ่มเอาเปรียบเพื่อนตั้งแต่อนุบาล หรือว่าขายของเอาเปรียบลูกค้า ถ้าได้เป็นรัฐมนตรีคิดหรือว่ามันจะไม่โกง เพราะฉะนั้นโดยวัฒนธรรม วิถีชีวิตที่หยาบช้า จิตวิญญาณที่หยาบช้า มันจับอำนาจปุ๊บ มันเหมือนกับได้อาวุธวิเศษที่จะตอบสนองตัณหาที่สู้อุตส่าห์สั่งสมมาตั้งแต่แบเบาะ

ตอนนี้คนจำนวนหนึ่งเรียกตัวเองว่าฝ่ายก้าวหน้า ฝ่ายปฏิวัติ แยกการเมืองออกจาจิตวิญญาณ ออกจากวัฒนธรรม แล้วคิดว่าการเคลื่อนไหวทางภายนอกอย่างเดียวเป็นวีรกรรมหาญกล้า เป็นกิจกรรมคุณงามความดี ผมผ่านสิ่งเหล่านี้มามาก ตั้งแต่นำขบวนห้าแสนคน จนกระทั่งนำทหารหนึ่งหมู่หนึ่งหมวด ทุกหนแห่งมีของจริงของปลอมผู้ที่ร่วมขบวนแห่ทางการเมืองทั้งหลาย ถ้าผมไม่เห็นด้วยผมไม่ไป ที่ผมไปผมเห็นด้วยอย่างแท้จริง….


ขอบคุณที่มา : จากวงเสวนา ‘เลาะ เลียบ ชีวิตความคิดและความใฝ่ฝัน-ผู้ชายที่กำลังสูญพันธุ์: เสกสรรค์ ประเสริฐกุล’
กองบรรณาธิการไรท์เตอร์
Writer Magazine ฉบับที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๐
สำนักพิมพ์นาคร