คอลัมน์: บันทึกคนหลงทาง

เรื่องและภาพ : สุชาติ ชูลี

ในความพร่าเลือนอาจมองเห็นบางอย่างชัดแจ้ง สิ่งเห็นที่ล้วนแล้วแต่เป็นมุมมองของแต่ดวงตาแต่ละคู่ ขึ้นอยู่กับว่าเราแปลงสิ่งที่เห็น และความจริงนั้นไว้อย่างไร
ฤดูร้อนระอุกำลังล่วงผ่าน-ผ่านไปพร้อม ๆ ห้วงยามแห่งการหยุดพัก ทบทวนและมองโลกในมุมกลับ

ความชัดเจนอาจเผยให้เห็นถึงอะไรหลาย ๆ อย่างที่คลุมเครือ ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงาทะมึน-ความมืดมนบางครั้งก็ให้คุณค่าแห่งการเรียนรู้ หากเปิดหัวใจ เปิดตา ยอมรับ ความจริงแท้ -เราก็แค่เสี้ยวธุลี ที่ล่องลอยไปตามสายลมแห่งกาลเวลา

ฤดูร้อนกำลังผ่านไปพร้อม ๆ มฤตยูร้ายคร่าชีวิตผู้มากมายบาดเจ็บล้มตายและหวาดกลัว เหมือนนกน้อยกระพือปีกโบยบินคืนสู่เรื้อรังนอน ในขณะที่ตาลโตนดยืนต้นโดดเด่นท้าทาย อัสดงใกล้จะลาลับ ผืนฟ้าในอีกไม่ช้านานก็ถูกแพรผืนสีดำแห่งรัตติกาลแผ่คลุม ดาวดวงน้อยนับร้อย พัน หมื่นล้านดวงกระพริบพราวราวกับโบกมือทักทาย ดวงจันทร์หงายแย้มยิ้มกับก้อนเมฆที่เคลื่อนคล้อยล่องลอยไปตามสายลม


มฤตูร้ายถั่งโถมเข้ามา มันคร่าชีวิต กระชากจิตวิญญานให้สับส่ายไปกับความหวาดกลัว…ทว่ามันกำลังจะผ่านไป
ตาลโตนดที่ยืนเด่นในเงารัตติกาล ทิวาวารก็ยืนอยู่ท่ามกลางฝนพร่างพรำ หรือไอแดดแผดร้อน มันกำลังบอกอะไรนะ…

“พระจันทร์สวยนะ!”สวยทุกค่ำคืน แม้นในคืนค่ำที่เมฆดำทะมึนบดบัง เพียงหลับตาเปิดใจ เพียงปรับเปลี่ยนมุมมองและความคิด…ไม่มีค่ำคืนไหนที่ดาวดารดาษท่ามกลางฝนพรำ บางคืนค่ำดวงจันทร์และดวงดาราส่องแสงทักทาย…บอกความหมายถึงการมีอยู่…
โอ…ก็แค่หยั่งราก ตั้งมั่นกับผืนดิน แว่วสำเนียงกระซิบ….

“สติ”จากที่ใดสักแห่ง
แค่ก้าวย่างเปิดมุมมอง โลกมีความงามและโรคร้ายไม่ได้โหดเหี้ยมเสมอไป อยู่ที่เรา อยู่ที่ใจและความงามของจิตวิญญาณ