เรื่องและภาพ : ธีรภาพ โลหิต
หนังสือ : สามทศวรรษสายน้ำและความทรงจำ


เพราะเป็นชาวสะเทินน้ำสะเทินบก อยู่กับน้ำมาตั้งแต่เกิด พายเรือได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึงสิบขวบ แล้วถ้าเรือคว่ำก็ไม่มีใครจมน้ำตาย เขาเพียงแค่พลิกเรือกลับ แล้วนั่งแจวต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เรือเหล่านี้เล็กนิดเดียว ไม่มีฝรั่งคนไหนลงไปนั่งได้ หรือถ้าลงไปนั่งได้สำเร็จ เพียงแค่แจว ๒-๓ ครั้ง เรือก็จะพลิกคว่ำทันที…จึงมีคำกล่าวว่า พวกฝรั่งนั่งดูคนไทยพายเรือ เหมือนกับนั่งดูการแสดงกายกรรมทางน้ำเลยทีเดียว


สาแหรกตระกูลของทั้งบิดาและมารดาข้าพเจ้า ล้วนเป็นชาวจีนที่มาตั้งรกรากอยู่ริมแม่น้ำในจังหวัดฉะเชิงเทรา ข้าพเจ้าจึงเติบโตมาโดยได้รับการอบรมให้เรียกทั้งปู่และตาว่า “ก๋ง” และมักใช้เวลานานนับเดือนในช่วงปิดภาคการศึกษาชั้นประถมไปอยู่กับก๋งปู่บ้าง ก๋งตาบ้าง สลับกันไป

๑.


บ้านก๋งตาอยู่ที่ท่าสะอ้าน ริมแม่น้ำบางปะกง ส่วนบ้านก๋งปู่อยู่ริมคลองบางพระในเขตอำเภอเมือง ซึ่งก็เป็นคลองที่ไหลลงไปสบแม่น้ำบางปะกงเช่นกัน โดยเฉพาะที่บ้านริมคลองบางพระ มีสภาพเป็นชนบทไทยๆ อยู่มาก สมัยนั้นถนนก็ยังไปไม่ถึง ต้องเดินทางโดยรถไฟจากกรุงเทพฯมาลงสถานีคลองบางพระแล้วต่อเรือเมล์อีกทอดหนึ่ง ฉะนั้น ถึงแม้เราจะเป็นครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน แต่ก็รับเอาวัฒนธรรมในชนบทไทยมาเต็มที่ ข้าพเจ้าจึงเคยเห็นทั้งสองก๋งไหว้เจ้าตอนตรุษจีนตามธรรมเนียมในลัทธิขงจื๊อที่สืบทอดมา ในขณะที่ท่านทั้งสองทำบุญใส่บาตรพระที่พายเรือบดมารับบิณฑบาตทุกเช้า และเตรียมสำรับคาวหวานใหญ่โตไปทำบุญที่วัดทุกๆ วันสำคัญทางพุทธศาสนา กิจวัตรประจำวันหลังจากไหว้เจ้าทุกตรุษจีนและสารทจีน คือการแล่นเรือหางยาวเอาอาหารและขนมไหว้เจ้าไปแจกจ่ายเพื่อนบ้านที่เป็นคนไทยแท้ ครั้นถึงเทศกาลสารทไทย บ้านเราก็ได้ชิมกระยาสารทฝีมือเพื่อนบ้านในละแวกคลองนั้นไม่เคยขาด

ทั้งก๋งปู่และก๋งตาเคยพยายามสอนให้ข้าพเจ้าว่ายน้ำ โดยเริ่มจากการใช้ลูกมะพร้าวสองลูกแทนชูชีพ พอเริ่มคุ้นกับน้ำก็เอามะพร้าวออกจากตัว และให้ว่ายน้ำเข้าไปเกาะลูกมะพร้าว ซึ่งก๋งจะค่อยๆ ให้มันลอยห่างไปเรื่อยๆ พอข้าพเจ้ามีทีท่าว่าจะว่ายเป็นก็ถึงเวลาเปิดเทอม แล้วอีกสามเดือนเมื่อปิดเทอมจึงมาเริ่มกันใหม่ เป็นอย่างนี้อยู่หลายปี จนข้าพเจ้าย่างเข้าสู่วัยรุ่น และจนกระทั่งทั้งก๋งปู่และก๋งตาจากไป ข้าพเจ้าก็ยังว่ายน้ำไม่เป็นมาจนทุกวันนี้
แต่บางที ข้าพเจ้าอยากจะบอกท่านทั้งสองว่า แม้จะว่ายน้ำไม่ได้ดั่งใจท่าน แต่ชีวิตวิญญาณของชาวน้ำที่ท่านมอบให้โดยไม่รู้ตัว อาจเป็นเงื่อนไขภายในลึกๆ ที่ทำให้ข้าพเจ้าฝักใฝ่ในงานสารคดีเกี่ยวกับวิถีวัฒนธรรมสองฝั่งแม่น้ำลำคลองอย่างกระหายใคร่รู้เสมอมา

แม่เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ ถ้าข้าพเจ้าร้องงอแง ก๋งปู่หรือไม่ก็คุณย่าจะอุ้มข้าพเจ้าไปนั่งเล่นในเรือตุ๊ง ได้เอามือหมุนพวงมาลัยไปมาสักพักเป็นเงียบกริบทันที เรือตุ๊งที่ว่านี้ก็คือเรือเมล์ชั้นเดียวสมัยเก่า ที่เขาเรียกว่า “เรือเผาหัว” เพราะจะติดเครื่องแต่ละทีต้องเอาตะเกียงมาเผาหัวน้ำมันเสียก่อน เสียงของมันจะดังตุ๊งๆ จึงเรียกง่ายๆ ว่า “เรือตุ๊ง” ก๋งปู่ค่อนข้างมีฐานะในละแวกคลอง จึงสั่งต่อเรือตุ๊งมาไว้นั่งไปทำบุญที่วัด เป็นเท่เสียไม่มี
เรือก๋วยเตี๋ยวกับเรือขายกาแฟและขนมจิปาถะ ก็เป็นความทรงจำฝังใจในวัยเด็ก มันช่างเป็นเวลาอันแสนจะอบอุ่น ยามเมื่อเรือก๋วยเตี๋ยวส่งเสียงปู๊นๆ แล้วบรรดาลูกๆ หลานๆ ของก๋งนับสิบคน เฮโลมานั่งหน้าสลอนอยู่ที่บันไดท่าน้ำ รอคอยก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำรสแซบสไตล์ก๋วยเตี๋ยวเรือขนานแท้ ก่อนจะตบท้ายด้วยโอเลี้ยงขมๆ จากเรือกาแฟ ที่คุณอาผู้หญิงบอก “มันชื่นใจดีจริงๆ” ในขณะที่ข้าพเจ้ามีนมเย็นเป็นของโปรดแก้เลี่ยนจากก๋วยเตี๋ยว

ปีทองอันแสนสุข หวนคืนสู่ความทรงจำอย่างแม่นยำอีกครั้ง เมื่อข้าพเจ้าไปนั่งห้อยขารอกินก๋วยเตี๋ยวเรืออยู่ริมคลองเจ้าเจ็ด อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้สัญจรไปค้นหาคำตอบบางประการเกี่ยวกับรากฐานอารยธรรมของชาวน้ำ เพราะไปค้นเจอมาว่า ฝรั่งตะวันตกที่เข้ามาในสมัยกรุงศรีอยุธยา เขาฉงนฉงายเสียเหลือเกินว่า คนไทยตัวดำๆ ใช้ชีวิตในเรือลำเล็กนิดเดียว สัญจรไปมากันสบายใจเฉิบได้อย่างไร?

ในเมื่อสำหรับพวกเขาแล้ว แค่คิดจะลงไปนั่งให้ได้โดยไม่ล่ม ก็เป็นเรื่องชวนปวดหัวเสียแล้ว! เพราะอย่างเรือบดหรือเรือสำปั้นเพรียว ที่พระท่านใช้เป็นพาหนะในการบิณฑบาตตามแม่น้ำลำคลองนั้น มันลำเล็กนิดเดียวจริงๆ แค่จะนั่งคนเดียวก็ยังลำบาก แต่สำหรับคนไทยริมน้ำในชุมชนเก่าแก่นับสองร้อยปีอย่างที่คลองเจ้าเจ็ด เขานั่งพายหัวกับท้ายสองคนเป็นปกติ บางทีในยามน้ำลง พระพายเรือไปรับบิณฑบาตถึงบันไดบ้านไม่ได้ คุณย่าคุณยายแถวนี้เขาจะพายเรือบดไปตักบาตรกันกลางคลองเลยทีเดียว

แม่ค้าขายขนมไทยๆ พายเรือมาดมาเจอลูกค้ากลางลำคลอง เขาก็ซื้อขายขนมกัน โดยฝ่ายแม่ค้าเอาขาหนีบพายบังคับหัวเรือไว้ สองมือก็ตักขนมใส่ห่อ ส่วนลูกค้าก็เอามือหนึ่งจับพาย อีกมือล้วงกระเป๋าหยิบเศษสตางค์มาซื้อขนมเป็นเรื่องปกติ…

อ่านต่อตอนจบ