คอลัมน์ : เปลือยความคิดบนเส้นทางนักเขียนสารคดีที่ชื่อ ธีรภาพ โลหิตกุล
#Writer Magazine ฉบับที่ ๔๗ เมษายน ๒๕๔๐
โดย: ปณิธิ-พจนาพิทักษ์

ภาพประกอบ : ธีรภาพ โลหิตกุล

จากพงไพรถึงสายน้ำ…

มีอะไรกับ ดร. สมเกียรติ หรือเปล่า…..?
ธีรภาพ : วิธีการจัดการของท่านอาจารย์สมเกียรติ ท่านเป็นนักปฏิบัติ เป็นผู้วางนโยบายที่ดีเยี่ยมให้กับสารคดีเมืองไทย แต่ในทางบริหารแล้วดูอ่อนไปหน่อย ซึ่งมีผลต่อขวัญและกำลังใจของทีมงาน ต้องเข้าใจนะว่าสารคดีนั้นแตกต่างจากงานข่าว งานข่าวนี่คุณแค่ลุยฝ่าผู้คนไปถ่ายภาพนายกฯ มาให้ได้ แต่สารคดีมันต้องไปค้างคืน กันเป็นแรมเดือน ไปลุยป่าลุยเขาอย่างนี้ ไม่ใช่จะมาด้วยเงินเดือนค่าจ้างเพียงอย่างเดียว มันต้องคนทำเขาอยากจะทำด้วย แต่เมื่อขวัญและจิตใจตกต่ำใครจะมีแก่จิตแก่ใจไปทำแบบนั้น

๕ ปีในแปซิฟิคเป็น ๕ ปี ที่คุ้มค่าผมไม่เคยลืมโอกาสที่ ดร.สมเกียรติ และบริษัทมอบให้ ทำให้ได้ทั้งประสบการณ์ที่ล้ำค่า ชื่อเสียงในวงการ แต่มันก็เป็น ๕ ปี ที่ค่อนข้างจะเหนื่อย เพราะเป็นงานที่ต้องใช้ศักยภาพทั้งทางร่างกายและความคิด ต้องอดหลับอดนอนสุขภาพไม่ค่อยดี แต่หากถามว่าความท้าทายของงานสารคดียังมีอีกไหม? มี- ผมยังไปได้อีกไกล ถ้ายังอยู่ที่นั่น แต่ว่า-หนึ่งคือเราล้าจากงาน สองล้าจากปัญหาภายใน เลยคิดว่าลองมานั่งเขียนหนังสือดูซิ จะทำได้ไหม


คิดว่างานเขียนจะทำให้ชีวิตอยู่ได้หรือ ?

ธีรภาพ : กลัวก็กลัวอยู่ พอรายการ “ตามไปดู “ เรียกให้ไปเขียนสคริปต์ตอนตามไปดูพม่า เลยรับเลย รับแล้วไปเจอปัญหเดิม ๆ อีกในกองถ่าย เหมือนเป็นฝันร้ายกลับมาหลอกหลอน แต่นั่นเราไ่ใช่พนักงานประจำ จะไปก้าวก่ายเขาก็ไม่ได้ ก็ได้แต่อึดอัดแล้วบอกกับตัวเองว่าไม่เอาอีกแล้ว ขอเขียนหนังสืออย่างเดียวมันก็พออยู่ได้นะ เขียนเพิ่มมากขึ้นให้นิตยสาร หลาย ๆ เล่มที่เขาเคยขอไว้ นานแล้ว

ปีสองปีมานี้มีรวมเล่มออกมาไม่น้อย คิดว่าเสน่ห์งานเขียนของคุณอยู่ตรงไหน ?
ธีรภาพ : อยู่ที่การยืนยันว่าผมเป็นคนเขียนสารคดี คือเวลาเขียนต้องคำนึกถึงคนอ่าน อย่างไรไม่ให้เขาเบื่อ

ลองวิจารณ์งานเขียนตัวเองดูบ้าง?
ธีรภาพ : ไม่รู้จะวิจารณ์อย่างไร เอาที่กลัวอยู่ดีกว่า… กลัวที่สุดเลยคือการเผางาน ยิ่งเมื่อมาเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียวนี่ ก็ต้องพิถีพิถันมากขึ้น ต้องระมัดระวัง เพราะว่าสิ่งที่ทำออกไปเยอะ ๆ นี่ปัญหาตามมาแน่นอนก็คือเรื่องคุณภาพ หากมีเสียงขึ้นมาว่า โอ้โห งานของธีรภาพเยอะจังมันต้องคิดต้องคำนึงละ เขาอาจจะเห็นงานเราไม่มีคุณภาพ เพียงแต่ไม่บอกตรง ๆ


หากวิจารณ์งานของคุณว่า มักเสนอแแต่แง่ดีหรือด้านบวก มีข้อโต้แย้งไหม ?
ธีรภาพ : ไม่
ขณะโลกมีแต่แง่ร้ายอยู่ตั้งมากมายแบบนี้ ไม่คัดค้างกับที่คุณบอกว่าสารคดี คือเรื่องจริงหรือ ?
ธีรภาพ : ผมไม่ปฏิเสธถ้าใครจะเสนอในด้านลบ ด้านความทุกข์ยาก เดือดร้อนรันทด เหมือนอย่างงานของคุณอรสม(สุทธิสาคร) ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมี แต่แนวที่ผมถนัดคือด้านที่งดงามให้เขารักและหวงแหนมันไว้ มากกว่าจะบอกว่า โอ้โห…มันเลวร้ายอย่างนี้นะคุณทำไมไม่…อะไรอย่างนี้ คือถึงที่สุดมันก็อธิบายได้ด้วยคำที่ง่ายที่สุด คือผมชอบคนที่รักกัน เข้าใจกัน แต่ไม่จำเป็นว่างานของผมจะทำให้คนเลิกรบกัน. ขอเพียงแค่ให้เข้าใจกัน ยอมรับความต่างซึ่งกันและกัน เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการความเข้าใจอันดีระหว่างมนุษย์ แม้จะเป็นเพียวส่วนน้อยก็ตาม


ทางงานเขียนได้รับอิทธิพลจากใครบ้างบ้าง?
ธีรภาพ :ของพี่เสกสรรค์ ประเสิรฐกุล โดยเฉพาะช่วงหลังออกจากป่ามานี่ นี่มันเป็นเชิงสารคดี เป็นกึ่งเรื่องสั้น พวกเพลงน้ำระบำเมฆ, มาจากป่าชายเลน, เดินป่าเสาะหาชีวิตจริง ” นี่เป็นเล่มที่อ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลาย ๆ รอบ


รวมถึงผูกพันกันโดยส่วนตัว ย่างนั้นหรือเปล่า?
ธีรภาพ : ส่วนตัวนี่มาทีหลัง ผ่านมาทางพี่จี๊ด (จิระนันท์ พิตรปรีชา) คือเจอกันในงานหนึ่ง พี่จี๊ดก็บอกว่า เออ-ได้ยินชื่อมานานแล้ว มาคุยกันหน่อยก็ไปเลย พอไปคุยกันพี่เสกก็ให้ให้ช่วยทำวิดีโอ ๖๐ ปี ธรรมศาสตร์ซึ่งเราก็-โอ้โห…จะได้ช่วยงานพี่เสก เลยแบบนี้ถวายชีวิตเลย พี่เสกก็-เออไอ้คนนี้มันเอาจริงวะ ตั้งแต่นั้นมาก็นับถือกันเหมือนพี่เหมือนน้อง

นอกจากเสกสรรค์ แล้วในสายสารคดีเองล่ะ?
ธีรภาพ : เยอะเลย…สายสารคดีนี่น่าสนใจทั้งนั้นเลยนะ งานของคุณวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ คุณอรสม สุทธิสาคร,คุณสุดารา สุจฉายา, คุณเอนก นาวิกมูล ,คุณสุจิตต์ วงษ์เทศ, รวมไปถึงความตื่นตัวในวงการสารคดีทีวี ของ National Geographic ของ NHK ของ BBC สิ่งเหล่านี้มันทำให้เรารู้สึกตื่นตัว แล้วซึมซับเอาแง่งามแง่ที่ดี อย่างงานของ National Geographic ผมถือเป็นงานกึ่งวรรณกรรมเลยล่ะ


สายสารคดีมีใครที่คุณชื่นชมเป็นพิเศษ?
ธีรภาพ : อรสม สุทธิสาครก็ดีนะ แต่น้ำหนักเธอจะไปด้านสังคม… มีอีกคหนึ่งที่ผมชื่นชม แต่หลายคนอาจไม่รู้จัก จะว่าไปเขาเป็นรุ่นน้องผม สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ เคยอยู่สารคดีมาก่อน ตอนนี้อยู่ พาโนราม่า แล้วก็ไปเขียนเที่ยวรอบโลก อีกคนก็ จิระนันท์ พิตรปรีชา นี่ยิ่งดีมาก พี่เชน (ม.ล. ปริญญากร วรรวรรณ) นี่เขียนสารคดีเชิงธรรมชาติวิทยา ดีมาก ไม่ได้พูดถึงป่าเขาลำเนาไพรล้วน ๆ ไม่เคยเขียนถึงการอนุรักษ์ โดยไม่พูดถึงคน งานของแกจะต้องมีคนมาเกี่ยวข้อง


หากพูดถึงมือวางในการเขียนสารคดีที่เมืองไทยมีหรือเคยมี ?
ธีรภาพ : ก็ต้องพูดถึงคุณ บุญช่วย ศรีสวัสดิ์ นี่เป็นชั้นเยี่ยมของการเดินทาง แกเป็นนักหนังสือพิมพ์ พื้นฐิ่นชาวเเชียงราย งานของแกแต่ละชิ้นเยี่ยมมาก “๓๐ ชาติในเชียงราย” อย่างเรื่องนี้ เรื่องเวียดนาม เรื่องเชียงตุง งานบุกเบิกทั้งนั้น คุณสรรพสิริ วิริยะก็อีกคน นี่ถือเป็นแบบอย่างทางวิญญาณนักสารคดีเลย วิพาค พจนกิจนี่ก็ใช่…


แทรกนิดหนึ่ง เมื่อกี้พูดถึง วิญญาณของนักสารคดี ขยายความตรงนี้หน่อย
ธีรภาพ : จิตวิญญาณแห่งความใฝ่รู้และนำเอาความจริงมาถ่ายทอด เขามีวิญญาณตรงนี้แล้ว เขาจะมีความเพียรพยายามไปค้นหา บุกป่าฝ่าดงผจญกับอุปสรรคต่าง ๆ ผมไม่ได้หมายความว่างานสารคดีจะต้องทุรกันดารหรือลำบากรันทดเสมอไป แต่การกล้าลุยกล้าสุ้มันบอกถึงวิญญาณบางอย่างของคนทำสารคดี วิญญาณที่ต้องไปรู้ และท้ายที่สุดคือวิญญาณ อยากถ่ายทอดออกมาให้คนร่วมรับรู้
โดยลักษณะเนื้องานของเขาจะออกมาเชิงลักษณะสร้างสรรค์ คือสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างเพื่อนมนุษย์ ให้เห็นว่าโลกนี้ไม่ใช่มีแต่เรา แต่มีผีตองเหลือง มีเงาะป่า อยู่ด้วยแล้วจำเป็นไหมที่พกเขาจะต้องเหมือนเรา งานสารคดีโดยทางอ้อมมันบอกเราอย่างนั้น แต่หากคุณไม่มีวิญญาณของนักสารคดีอย่างที่ว่า คุณก็จะเอาวิญญาณอย่างอื่นมาใส่ คุณไปเห็นแล้วจะเขียนอีกอย่างเลย อาจจะเขียนแบบนักปกครอง มีกรอบควมคิดทางรัฐศาสตร์ กลายเป็นว่า “คนพวกนี้ยังล้าหลังอยู่ ยังนุ่งห่มด้วยใบตอง”


กลับมาที่มือวางต่อ…
ธีรภาพ : คุณอาจินต์ ปัญจพรรค์ก็ฌป็นมือวางอีกคน ผมให้ฉายาว่า “จอมเก็บรายละเอียด” ไม่รู้จำมาได้อย่างไร เยอะมากจำได้แม้กระทั่งว่าการสาธารณสุข ของไทยสมัยก่อนนี้ ตื่นเช้าขึ้นมาใช้วิธีเอาถังอุจจาระวางหน้าบ้านแล้วก็มีเจ๊กมาหยิบเอาไปเท…คุณอาจินต์เด่นมากในเรื่องเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยแบบนี้

ติดตาม “ ลูกผู้ชายสายน้ำ” ตอนต่อไป