เจน สงสมพันธุ์:

สุนทรพจน์ว่าด้วยประชาธิปไตย ของ เพอริคลีส (495-429 ปีก่อนคริสตศักราช)
เพอริคลีส คือ ผู้นำที่เปลี่ยนโฉมนครเอเธนส์ให้เป็นมหาอำนาจ ด้วยกำลังทหารและเป็นศูนย์ศิลปะและปรัชญา ยุคทองนี้จึงถูกเรียกว่ายุคเพอริคลีส

เขามาจากตระกูลขุนนาง ศึกษาวิชาการกว้างขวาง ทั้งสมองซีกซ้ายและขวา ครอบคลุมดนตรี วาทศิลป์ และปรัชญา (หนทางแห่งการใช้ปัญญา) ในยุคที่เปอร์เซียยกทัพเข้าตีเอเธนส์หลายครั้ง แต่เอเธนส์ก็ตีโต้ให้ถอยร่นกลับไป

บทบาทสำคัญอันหนึ่งคือการจัดลงคะแนนถอดถอนขุนนางในสมัชชาระบอบประชาธิปไตย หลังการลงคะแนนคู่แข่งของเขาถูกขับออกไป เปิดทางให้เพอริคลีสได้ปกครองเอเธนส์

ในตำแหน่งผู้ปกครอง เขาต่อสู้ปกป้องคนสามัญธรรมดาและเทิดทูนหลักประชาธิปไตยที่มีเสียงอันยังประโยชน์แก่คนหมู่มาก สุนทรพจน์ที่โลกจดจำ-บันทึกไว้ว่าดีที่สุด เช่น..

“การปกครองประเทศต้องอยู่ในมือคนจำนวนมาก ไม่ใช่คนไม่กี่คน แม้จะมีความยุติธรรมเท่าเทียมสำหรับทุกคน รวมถึงความยุติธรรมในข้อพิพาทส่วนบุคคล แต่การกล่าวอ้างความเป็นเลิศก็ยังเป็นที่ยอมรับกันอยู่ด้วย เมื่อพลเมืองคนหนึ่งกลายเป็นผู้มีหน้าตาไม่ว่าจะทางใด คนก็อยากให้เขามาทำงานเพื่อส่วนรวม นี่ไม่ใช่อภิสิทธิ์ แต่เป็นเรื่องของการประกาศเกียรติคุณ..”

เพอริคลีสสนับสนุนนักเขียน นักการละคร และนักศิลปะวิทยาต่าง ๆ เขาเปิดโรงละคร ทำให้ละครเฟื่องฟูและเป็นรากฐานสำคัญของวิธีสื่อสารเล่าเรื่อง จนฟิดิอาส ประติมากรชื่อดัง ถึงกับปั้นรูปแกะสลักหินอ่อนขึ้นที่อะโครโพลิส และเราได้เห็นภาพนั้นมาจนปัจจุบัน

แต่เขาเสียชีวิตระหว่างทำสงครามกับสปาร์ตา และสิ้นสุดยุคทองของเอเธนส์
เรื่องเล่าทั้งหมดนี้นานมาแล้ว.. เล่าเรื่องเก่าในขณะที่เรายังเล่นเป็นเด็กกันอยู่ในวันนี้ และกำลังตายด้วยสปาร์ตาของใครก็ไม่รู้ ที่บินมาเชือดคอหอย โดยมองไม่เห็น.. และหมดสิ้นยุคทองม้วนของเรา..