เรื่องและภาพ : ชูลี สุชาติ

บ้านไม้โบราณทรงปั้นหยาหลังเก่าตั้งตระหง่านอยู่ริมทาง บ้านที่ผู้คนผ่านไปผ่านมาต้องชำเลืองมองแม้จะดูเก่าคร่ำครึ ทว่าสิ่งที่คงไว้คือรูปแบบสถาปัตยกรรมบ้านเรือนที่บอกถึงถิ่นฐานและสถานะของเจ้าของ เป็นธรรมดาทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นย่อมต้อง ผุพัง เสื่อมโทรม ไม่ต่างกับบ้านไม้อายุร่วม ๑๗๐ กว่าปี หากนับช่วงส่งผ่านร่วมสามถึงสี่ชั่วอายุคน มันคือบ้านของมหาอำมาตย์ตรีพระยาภูมินารถภักดีบ้านที่สร้างกันตามโบราณดั้งเดิม ในยามกลางคืนโดยช่างชาวอินโด ว่ากันว่ายุคเฟื่องฟูคือที่พัก คือศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของชาวบ้านและที่สำคัญเคยใช้เป็นที่ประหารนักโทษในสมัยนั้น

กองกระเบื้องหลังคาที่ทำจากดินมีลวดลายทรงอินโดฯ ผสมผสานมาเลเซียถูกนำวางเรียงรายใต้ร่มเงาต้นมะขามเพื่อเป็นอนุสรณ์ ชายชราวัย ๘๐ หย่อนๆ เดินเงอะงันอยู่ในสวนยางริมบ้าน ในมือของเขาถือมีดกรีดยาง ดูเหมือนสภาพของบ้านหลังนี้ช่างเข้ากับชายชราผู้เลือกที่จะอยู่อย่างโดดเดี่ยวเพื่อดูแลรักษา ค่อย ๆ ซ่อมแซมไปเรื่อย ๆ ตามกำลังพึงมี อดนึกถึงบางเรื่องเสียไม่ได้ในขณะที่คนตัวเล็ก ๆ พยายามดิ้นรน เพื่อความอยู่รอด เพื่อสืบสานสิ่งเก่า ๆ ให้คงอยู่ กลับได้รับการสนับสนุนที่น้อยนิด ไม่เหมือนเม็ดเงินที่ทุ่ม เทลงไปเพื่อเป็นการว่าจ้างให้คนนอกมาเที่ยว มาเยือน…

ผนังไม้ บางส่วน พื้นบ้านไม้มีรอยแตก ผุ ข้าวของเครื่องเก่า ๆ ถูกจัดวางไว้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมา แม้วันข้างหน้าจะไร้ผู้สืบสานหากวันนี้และพรุ่งนี้ชายชรายังคงอยู่ เพื่อดูแล…บ้านที่ยังมีลมหายใจของวันวานกระทั่งลมปรานสุดท้ายของเขา

บ้านไม้โบราณ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บ้านควน อ.เมือง จ.สตูล

ขอบคุณ : คุณลุง อภินันท์ ฮะอุรา วัย ๘๐ ปี ผู้ดูแลรักษาบ้าน