เรื่อ: วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
ภาพ : ธีรภาพ โลหิตกุล

ถึงเวลาก็ต้องจากลา

สมาชิกบางส่วนขอปลีกตัวไปต่อตามทางของตัวเอง พวกเราที่เหลือลงเรือย้อนทวนแม่น้ำขึ้นมายังเชียงของที่เป็นจุดตั้งต้นเดินทาง ที่คุ้งโค้งไหนสักแห่งระหว่างทาง เพลงเก่าๆ บทหนึ่งลอยแว่วขึ้นมาในมโนนึกขณะผมนั่งเหม่อมองสองฟากฝั่ง

เมื่อตะวันจวนจะลับขอบฟ้า ถึงเวลานกกาคืนสู่รัง เรือน้อยได้เวลาเยือนฝั่ง คือภาพฝันเมื่อครั้งยังอ่อนวัย สายน้ำโขงยังคงเอื่อยริน แว่วยินเสียงเพลงจากฝั่งซ้าย แสงจันทร์กระทบน้ำเป็นประกาย สื่อความหมายสายสัมพันธ์หนึ่งเดียว

โอ้ลำโขงยังทำหน้าที่ สัมพันธไมตรีไม่มีพรมแดน ไม่มีซ้ายขวา ไม่มีแกน ทุกแว่นแคว้นคือเชื้อสายเดียวกัน แต่มีใครเพียงไม่กี่คน อยู่ข้างบนหอสูงเสียดเมฆา แบ่งแยกเบียดเบียนบีฑา เข่นฆ่าพี่น้องร่วมท้องเดียว เพื่อสั่งสมอำนาจยิ่งใหญ่ ลืมความเป็นไทหลงในอธรรม ความเป็นมนุษย์จบลงกับน้ำครำ มืดดำทนกล้ำกลืน

เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า ใช้เงินตราเป็นอาวุธทิ่มแทง สงครามเงินตรายังคงแบ่ง รุนแรงไม่แพ้ดาบ หอก ปืน เมื่อตะวันจวบจะลับขอบฟ้า คือเวลาสิ้นสุดไปวันๆ ลำโขงไม่มีสิทธิแม้จะฝัน ถึงคืนวันที่ผ่านเลย

โขงรำพัน เป็นบทเพลงแด่แม่น้ำโขงที่นักดนตรีวงภูไท เขียนขึ้นในคืนวันที่ทุนนิยมเสรีประกาศจะกลืนกินอินโดจีน มาบัดนี้แม่น้ำโขงกำลังจะถูกทำให้กลายเป็นคลองเดินเรือ
เราจะหาโศลกบทใดมาขับกล่อมกันได้เล่า จึงจะบอกถึงความทุกข์ท้นในหัวใจลูกแม่น้ำโขงได้หมดสิ้น