เรื่อง : วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
ภาพ: ธีรภาพ โลหิตกุล

จู่ๆ แม่น้ำที่เอาแต่ไหลมุ่งมาทางตะวันออกก็เบี่ยงออกซ้าย แล้ววกกลับทางขวาจนเกือบเป็นวงแหวน จากนั้นพุ่งลงทิศใต้ สายน้ำอูไหลลงมาบรรจบทางฟากฝั่งซ้าย บริเวณปากน้ำเป็นผาหินสีแดงชันตั้งฉากพุ่งขึ้นไปหาท้องฟ้า โดดเด่นเป็นหลักหมายตาเห็นแต่ไกล  ทางน้ำอูคดเคี้ยวขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ว่ากันว่าต้นสายของมันมันยาวเข้าไปถึงประเทศเวียดนามโน่น เยื้องจากปากน้ำอูลงไปเล็กน้อยผาเขาอีกเทือกยืนยงอยู่ริมฝั่งน้ำ และมีโถงถ้ำอยู่ภายใน ในถ้ำมีประพุทธรูปแบบต่างๆ อยู่เป็นพันๆ องค์ 

เป็นถ้ำที่เก็บพระพุทธรูปซึ่งเป็นอยู่มายาวนานจนไม่มีใครสามารถบอกอายุ ปัจจุบันถ้ำแห่งนี้เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ ถ้ำติ่ง  ตามลักษณะของติ่งหินซึ่งงอกย้อยอยู่เต็มทั่วถ้ำ จากถ้ำติ่งตามน้ำลงไปไม่ไกลก็ถึงหมู่บ้านอีกแห่งอยู่ทางฝั่งซ้าย เรียกกันในหมู่คนลาวว่าบ้านซ่างไห  ตามประวัติเล่าว่ามีการขุดพบหม้อไหอายุ ๖๐๐ ปี ในบริเวณหมู่บ้านนี้  ต่อมาบ้านซ่างไหเป็นที่เลื่องลือในเรื่องฝีมือการต้มเหล้า  เมื่อการท่องเที่ยวเฟื่องฟูหน้าหมู่บ้านเป็นคล้ายตลาดหย่อมๆ แผงขายผ้าและเครื่องเงินเรียงขนาบไปกับถนนจนถึงทางสายหลักด้านหลังหมู่บ้าน

ส่วนการต้มเหล้าก็ยังมีอยู่ ต้มกลั่นกันกลางบ้าน และใส่ขวดขายกันตรงนั้น  และยังมีการเพิ่มมูลค่าโดยการใส่งูนานาชนิดดองลงไปด้วย ภายในขวดสีใสขนาดเล็กมีงูสีและลายแปลกๆ ขดตัวอยู่เป็นระเบียบอย่างไม่น่าเชื่อว่างูจะขดตัวเป็นทรงอย่างนั้นได้ และความจริงก็เป็นฝีมือของคนที่ทำไว้ล่อตาลูกค้า จับงูใส่ขวดดองเหล้าเป็นยา

ผ่านจากสบน้ำอูลงมาแล้วแม่น้ำโขงขยายออกกว้างอีกครั้ง  ลำน้ำในช่วงนี้ฟากฝั่งทั้งสองข้างดูจะห่างกันเกินหนึ่งกิโลเมตร สายน้ำไหลเรียบเรื่อย และกลางแม่น้ำก็แทบไม่มีโขดหินเกาะแก่งปรากฏอยู่เลยนายเรือบุญมีผ่อนแรงเครื่องลงและเขาก็ดูผ่อนคลายมากขึ้น หลังคร่ำเคร่งกับการพาเรือฝ่าสายน้ำเชี่ยวมาทั้งวัน