เรื่องและภาพ :วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง

แม้จะเป็นยามกลางฤดูฝน ซึ่งน้ำเอ่อท้นจนเกือบเต็มตลิ่ง แต่พอฝนขาดเม็ดแดดก็เจิดจ้าเริงแรง สะท้อนเงาบนผิวน้ำยิบยับราวเกล็ดแก้ว  ห้วงหุบสว่างไสวแลเห็นมิติของความซับซ้อนซ่อนเร้นแห่งขุนเขา แม่น้ำไหลอยู่ในแสงแดด ซอกซอนเข้าไปสู่พงไพรที่ดิบเถื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าที่จริงสองฝั่งน้ำก็ไม่ได้เปลี่ยวร้างเสียทีเดียว ตลอดทางจะพบหมู่บ้านคนลาวลุ่มและลาวเทิงปรากฏอยู่เป็นระยะ 

ชาวลาวลุ่มถือเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ของประเทศ  มีจำนวนเป็นสัดส่วนเกินครึ่งของประชากรทั้งหมด  และเป็นชนเชื้อสายเดียวกับชาวอีสานทางฝั่งไทย  รวมทั้งชาวภูไท  ไทดำ  ไทลื้อ ฯลฯ  ในประเทศลาวคนกลุ่มนี้มีถิ่นอาศัยอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำโขงตั้งแต่จำปาสัก  สะหวันนะเขต  ท่าแขก  เวียงจันทน์  ขึ้นมาจนถึงหลวงพระบาง  เป็นชนกลุ่มหลักที่มีอิทธิพลครอบงำทั้งด้านสังคมและการปกครองของประเทศลาวมาแต่โบราณ    

บ้านของคนลาวลุ่มที่เราได้เห็นจากหน้าต่างเรือ มักตั้งอยู่ชิดฝั่งหรือไม่ก็อยู่ตามสบน้ำ และเรียกขานชื่อบ้านกันตามนามของห้วยธารเหล่านั้น เช่นว่า บ้านปากเป็ด  ปากแบ่ง  บ้านปากขอบ  บ้านปากงึม  ท่าช่วง  บ้านห้วยคละ  บ้านแก่งแคน  บ้านห้วยซิง  รวมทั้งบ้านโคกกะ บ้านลาดขมุ ฯลฯ  ตัวบ้านมักเป็นไม้ไผ่หรือกระดาน  มุงจากคา สังกะสี หรือกระเบื้อง  ส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ และมีวัดวาที่มั่นคงอยู่ในชุมชน  รายรอบบ้านร่มรื่นด้วยทิวไม้ ทั้งหมาก มะพร้าว และไม้ผลไม้ยืนต้นนานาพรรณ  เนื่องจากลงหลักปักฐานสร้างชุมชนกันมายาวนาน  แต่หากประเมินกันตามเกณฑ์การพัฒนาของทางการ หมู่บ้านทั้งหมดนี้ต้องถูกนับว่าล้าหลัง  

บ้านโคกกะเป็นหมู่บ้านที่ค่อนข้างเจริญและศูนย์กลางของบรรดาหมู่บ้านแถบแม่น้ำโขง ในเขตแขวงอุดมไซย มีสุขศาลา (สถานีอนามัย) ตั้งอยู่ด้วย แพทย์ชั้นต้น (เรียน ๒ ปี) ชื่อดงไหว ประเสริฐสนิท ประจำอยู่ที่นี่ ๗ ปีแล้ว  เขาเล่าว่าสุขศาลาแห่งนี้ต้องดูแลให้บริการด้านสาธารณสุขกับประชาชนราว ๔ พันคน (ข้อมูลปัจจุบัน-๒๕๔๘ ระบุว่าประชากรลาวทั่วประเทศราว ๖ ล้านคน) จากหมู่บ้าน ๓๐–๔๐ แห่งในละแวกนี้

ระหว่างทางสัญจร ตามริมฝั่งแม่น้ำโขงเรายังได้เห็นบ้านของชาวลาวอีกกลุ่มที่เรียกกันว่า ลาวเทิง ซึ่งดูแตกต่างอย่างแยกแยะได้จากบ้านของชาวลาวลุ่ม บ้านของคนลาวเทิงนั้นดูสวยดึงดูดสายตาราวนิทรรศการศิลปะกลางแจ้ง กระท่อมไม้ไผ่มุงหลังคาด้วยใบไม้เกาะกลุ่มกันอยู่เป็นหย่อม บางแห่งก็เรียงรายกันอยู่บนความลาดเอียงของเชิงเขา  เมื่อได้เดินเข้าไปในชุมชนก็จะพบว่าทั่วบริเวณหมู่บ้านเตียนสะอาดตา แทบจะไม่มีต้นหญ้าวัชพืชขึ้นให้เห็น และทุกบ้านมีส้วมซึมใช้

ลาวเทิง บางทีเรียกกันว่า ลาวบน เป็นกลุ่มชนเชื้อสายมอญ-เขมร ส่วนใหญ่นับถือผีมากกว่าพุทธศาสนา  ในอดีตชาวลาวลุ่มจะเรียกคนกลุ่มนี้ว่า ข่า ซึ่งมีความหมายว่า ทาส  แต่เดิมลาวเทิงหรือลาวบนจะมีถิ่นฐานอาศัยอยู่ในเขตภูเขา  แต่ไม่อยู่สูงถึงยอดดอยอย่างพวก ลาวสูง ซึ่งประกอบไปด้วยชนเผ่า  ม้ง  เมี่ยน  ขมุ  ฯลฯ ทำนองเดียวกับคนภูเขาในเขตไทย

แต่ปัจจุบันคนลาวเทิงได้โยกย้ายถิ่นอาศัยลงมาอยู่ที่ต่ำริมฝั่งแม่น้ำอย่างที่เราเห็น ชาวลาวเทิงที่หมู่บ้านห้วยโท้มครอบครัวหนึ่งเล่าว่า เดิมพวกเขาอยู่บนภูเขา ลึกเข้าไปจากแม่น้ำโขงมาก  แล้วถูกชักชวนจากทางการให้ย้ายมาตั้งชุมชนใหม่ใกล้ๆ แม่น้ำ โดยให้เหตุผลโน้มน้าวว่ายามเจ็บป่วยจะได้ไปมาหาหมอได้สะดวก และทางราชการก็จะติดต่อได้ง่าย  แต่เป็นที่รู้กันทั่วไปว่านโยบายเรื่องนี้มีเงื่อนไขทางการเมืองแฝงอยู่ด้วย  การอพยพชาวบ้านในเขตป่าเขาออกมาอยู่ในสายตา ถือเป็นยุทธวิธีหนึ่งในการการตัดกำลังของฝ่ายที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐ-ซึ่งยังมีตัวตนอยู่จริง

ชายท่าทางเป็นผู้นำหมู่บ้านบอกว่า พวกเขามาตั้งชุมชนในที่ใหม่นี้ได้ราวสองปีแล้ว แต่ไร่สวนและที่ทำกินยังอยู่ที่หมู่บ้านเดิม ซึ่งพวกเขาเดินเท้าราว ๓ ชั่วโมง ในการกลับไปทำงานในที่ดินเดิม