เรื่อง : วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
ภาพ: มนตรี อุดมพงษ์

จากลานทรายที่พักค้างคืนลงมาไม่มาก เรือบุญมีพาเรามาถึงปากแบ่ง ตัวชุมชนตั้งอยู่บนฝั่งด้านซ้ายของแม่น้ำโขง เหนือขึ้นมาจากปากน้ำแบ่งที่ไหลมาบรรจบน้ำโขงไม่มาก ต้นน้ำแบ่งไหลมาจากแขวงอุดมไซย และจากเมืองนี้ก็สามารถย้อนขึ้นไปตามเส้นทางบกไปถึงเมืองอุดมไซยได้เช่นกัน ส่วนทางฟากฝั่งตรงกันข้ามนั้นเป็นแขวงไซยบุรี นอกจากนี้โดยระยะทางปากแบ่งเป็นเมืองกึ่งกลางทางระหว่างห้วยทราย-หลวงพระบาง เรือโดยสารทั้งขาขึ้นและขาล่องจะจอดแวะพักค้างคืนที่เมืองนี้ เรือโดยสารและเรือสินค้าหลายลำจอดอยู่เต็มท่า

ปากแบ่งคึกคักด้วยบรรยากาศของการพักค้างแรมคืน กลิ่นของคนผ่านทางที่หลากหลาย สภาพอันจอแจของความเป็นเมืองท่า-การค้าขาย การขนส่งลำเลียง และที่นี่ยังมีความพลุกพล่านและการออกแรงทำงานหนักของผู้คนเป็นลมหายใจที่มีสีสัน คนงานกลุ่มใหญ่ราว ๓๐ คน โหมแรงลำเลียงท่อนไม้ขนาดตั้งแต่เท่าต้นขาขึ้นไปจนถึงเท่าโอ่งขึ้นจากเรือ ส่งต่อขึ้นรถหกล้อตามสะพานไม้กระดานที่วางพาดลาดจากพื้นขึ้นไปยังท้ายรถ ไม้พวกนั้นจะถูกส่งไปเข้าโรงงานที่เมืองอุดมไซยเพื่อแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์เลอค่า หัวหน้าคนงานบอกว่าไม้ทั้งลำเรือซื้อมา ๔ แสนกีบ (๒๐๐ กีบ ประมาณ ๑ บาท) ค่าจ้างคนขนอีก ๓๕ แสนกีบ ซึ่งพวกคนงาน ๒๖ คน จะไปแบ่งกันเอง

ไม่ไกลกันคนงานของเรืออีกลำก็กำลังลำเลียงพริกแห้งกับข้าวเปลือกใส่เรือ เตรียมวิ่งทวนน้ำขึ้นไปส่งตลาดในเมืองทางเหนือ ท่าเรือริมแม่น้ำกลางหุบเขา คับคั่งด้วยเรือใหญ่ เรือเล็ก รวมทั้งเรือพื้นบ้านของคนท้องถิ่น วนเวียนหมุนเปลี่ยนกันเข้ามาจอดและเคลื่อนจากไป
เป็นอยู่อย่างนั้นตลอดทั้งวัน