เรื่อง: วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
ภาพ : ชูลี สุชาติ
#SaveMekongriver

เคยพูดให้ตัวเองและเพื่อนหลายคนฟังว่า ทุกครั้งที่มีโอกาสได้มานอนอยู่กลางธรรมชาติ ผมจะเหยียดหลังลงแนบพื้นในอารมณ์ที่ไม่อยากหลับ อยากจะเฝ้าฟังบรรดาสรรพเสียงในราตรีซึ่งหลากหลายจนนับไม่ถ้วน เสียงนกนานาพันธุ์เสียงแมลงในพงหญ้า เสียงใบไม้พลิ้วลู่ในสายลม และพุ่มไม้เกาะก่ายกันโกรกกราก เสียงพึบพับของปีกค้างคาว เสียงกิ่งไม้ผุหักลงพื้น เสียงน้ำไหล และเสียงผาดินริมตลิ่งถล่มลงน้ำเสียงปลวกเคลื่อนฝูง เสียงน้ำค้างพร่างพรมเสียงฝนฟ้าคะนอง เสียงกบ เขียด ปาด อึ่งอ่าง เสียงไก่ป่ากับไก่บ้านกู่ขันเรียกหากันและเสียงนกกาเหว่าตอนย่ำรุ่ง พ่อเคยสอนให้ฟังว่านกมันร้องบอกคนที่ถางฟันไร่เอาไว้ ให้รีบจุดไฟเผา เพราะฝนกำลังจะมา ฟังสินกกาเหว่าร้องว่า เผาโว้ย! เผาโว้ย!

แต่ว่าท่ามกลางบรรยายกาศเช่นนั้น ไม่เคยมีคืนไหนที่ผมไม่เผลอหลับ–หลับไปตอนไหนไม่รู้..? และแค่ตื่นเช้ามาได้เห็นสายหมอกขาวๆ ที่เชิงเขานั่น ก็ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์ประจำวันแล้ว สำหรับผู้มีชีวิตสามัญอยู่กลางป่าปูนอย่างเรา