#SaveMekongiver

เรื่อง:วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง
ภาพโดย:กวี พงศ์โสภา

นี่แหละแม่น้ำโขง–สายน้ำสีขุ่นแดงอยู่ทุกฤดูกาล ใบหน้าของแม่น้ำอาจผันแปร  ระดับน้ำอาจต่างกันเป็นสิบๆ เมตรในช่วงหน้าน้ำกับหน้าแล้ง แต่สีของแม่น้ำโขงไม่เคยเปลี่ยน พื้นน้ำดูเรียบเรื่อย รินไหลไม่เชี่ยวเกรี้ยวกราด  แต่เราไม่รู้ว่าลึกลงไปเบื้องล่างท้องน้ำนั้น มีความลึกลับอยู่มากมายเพียงใด

ตำราอาจเคยบอกเราบ้างว่าลำน้ำโขงเป็นแม่น้ำสายยาวที่สุดในภูมิภาคที่เราอยู่ (๔,๙๐๙ กิโลเมตร) เฉพาะส่วนที่อยู่ชิดติดขอบประเทศไทยก็มีระยะเกือบพันกิโลเมตร  แต่ว่ากันตามความจริงแล้ว เว้นเสียจากผู้คนที่อาศัยและหากินอยู่ตามริมฝั่งแม่น้ำ คงมีพลเมืองในประเทศของเราไม่มากนักที่ได้เข้าใกล้แม่น้ำโขงถึงขนาดเคยร่วมเดินทางไปด้วยกัน  อาจน้อยกว่าจำนวนคนไทยที่เคยไปปีนกำแพงเมืองจีน หรือที่ไปจับจ่ายสุรุ่ยสุร่ายในย่านการค้าที่ฮ่องกงถึงสิงคโปร์

มหานทีที่สำคัญสายหนึ่งของโลกไหลอยู่ริมหน้าบ้านของเราเอง ถ้าใครมีโอกาสสักครั้งก็ขออย่าปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านหน้าไปเปล่า

โลกลอยน้ำ (เรือไม่ไยดีเส้นพรมแดน

คนลาวโดยทั่วไปไม่ใคร่ใส่ไยดีกับเวลา ก็ชีวิตประจำวันของเขาเคลื่อนไหวไปตามวิถีของตัวเอง ไม่มีเงื่อนไขจะต้องขึ้นกับเข็มนาฬิกา  แต่เมื่อมีนัดหมายกับใครเขาก็รักษาเวลาอย่างเคร่งครัด พอเราข้ามฟากมาถึงท่าเรือห้วยทรายก็พบว่าเขารออยู่ก่อนแล้ว  ชายหนุ่มวัยไม่เกินสามสิบปี ผิวออกขาว ร่างผอมโปร่ง ต้อนรับพวกเราด้วยรอยยิ้มละไมเยือกเย็น กับคำทักทายสั้นๆ  ดูเขาจะเป็นคนพูดช้าและพูดน้อย เขามากับครอบครัว ลูกหนึ่ง เมียหนึ่ง กับเรือโดยสารขนาดโบกี้รถไฟอีกลำและเด็กลูกเรืออีก ๒ คน

สัปดาห์ถัดจากนี้เรือของเขาจะเป็นบ้านชั่วคราวของเรา  กิน อยู่ ล่องลงไปตามลำน้ำ จุดหมายอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง ในประเทศลาว พอขนข้าวของทุกอย่างขึ้นพร้อมสรรพเครื่องยนต์เรือก็คำราม แล้วเคลื่อนตัวอืดอาดจากฝั่งลาวออกสู่กลางลำน้ำ  ต่อจากนั้นคนขับก็อาจพาเรือเลียบไปริมฝั่งด้านโน้นทีด้านนี้บ้างตามร่องน้ำ-ทางเรืออย่างไม่กังวลกับเส้นแบ่งพรมแดนประเทศ

ความจริงเมืองเชียงของ (ที่เราประทับหนังสือเดินทางขาออกจากประเทศไทย) กับเมืองห้วยทราย (ที่เราประทับตราเข้าประเทศลาว) ห่างกันไม่ไกลเกินได้ยินเสียงแคนลอยแว่วตามลม แต่เพียงเพราะแม่น้ำถูกบังคับให้เป็นเส้นพรมแดนประเทศ เมืองที่อยู่ใกล้กันแค่คนละฝั่งแม่น้ำก็ถูกทำให้ไกลกันเป็นคนละประเทศ เชียงของเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ส่วนเมืองห้วยทรายอยู่ในแขวงบ่อแก้วของประเทศลาว

………….

,๕๐๐กิโลเมตร : ,๕๐๐เมตร = กระแสแม่น้ำโขง (ช่วงต้น)

ที่เชียงของ (เชียงราย) แม่น้ำโขงเพิ่งไหลเลียบแผ่นดินไทยมาได้ไม่ไกล  ทวนน้ำขึ้นไปทางเหนือจนถึงอำเภอเชียงแสน ก็คือสามเหลี่ยมทองคำ อันเป็นจุดแรกที่แผ่นดินไทยได้สัมผัสแม่น้ำโขง ย้อนขึ้นไปไกลกว่านั้น แม่น้ำโขงไหลเป็นเส้นแบ่งแดนลาว-พม่า  พ้นขึ้นไปอีกเป็นหนึ่งในมหานทีสามสายแห่งมณฑลยูนนานของประเทศจีน ถัดจากนั้นปลายสุดของต้นธารก็ตวัดขึ้นไปยังภูเขาหิมะบนแผ่นดินสูงธิเบต

น้ำหยดแรกๆ ของแม่น้ำโขงที่ไหลหลั่งลงมาจากธารหิมะบนยอดเขา คงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสีน้ำที่เราเห็นในช่วงกลางของแม่น้ำ และไม่ใช่เพียงใบหน้า  ชื่อนามของแม่น้ำก็ผันเปลี่ยนไปตามแห่งหนที่ไหลผ่าน  เมื่อยังเป็นลำน้ำสายเล็กอยู่ในธิเบตคนท้องถิ่นที่นั่นเรียกว่า ต้าจู (แม่น้ำหิน)  ต่อมาคนบนแผ่นดินจีนและพม่าเรียก หลานซางเจียง  ลาวเรียก แม่น้ำของ  ขณะที่คนไทยออกเสียงว่า แม่น้ำโขง (และเขียนกันในภาษาอังกฤษว่า The Mekong River)

จากธิเบตถึงไทย แม่น้ำโขงมีชื่อที่แตกต่างไม่น้อยกว่า ๔ ชื่อ จากความสูง ๕,๐๐๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ที่ต้นกำเนิดน้ำบนแผ่นดินหลังคาโลก  แม่น้ำโขงไหลซอกซอนมาในร่องหุบ ทลายฝ่าขุนเขาร้อยพันเทือก มุ่งสู่มหาสมุทรทางใต้  เมื่อถึงชายแดนไทยก็มาอยู่ที่ระดับความสูงเพียง ๕๐๐ เมตรเหนือระดับน้ำทะเล  ปริมาณน้ำร้อยละ ๒๐ ของแม่น้ำทั้งสาย ไหลหลั่งผ่านระยะทางราว ๒,๕๐๐ กิโลเมตร ผ่านระดับความสูงในแนวดิ่งลงมา ๔,๕๐๐ เมตร

สายน้ำโขงช่วงนี้จึงเชี่ยวกรากเป็นสายน้ำปั่นป่วน (หลานซาง) ด้วยเหตุนี้หรือไม่? แม่น้ำโขงจึงขุ่นข้นเป็นสีขุ่นแดงอยู่ทุกฤดูกาล?

ติดตามตอนต่อไป….