คำ:อมรศักดิ์ ศรีสุขกลาง
ภาพ : มนตรี อดุมพงษ์

แด่… แม่น้ำของ
เดือนสิบสอง พุทธศักราชสองพันห้าร้อยหกสิบสอง

เดือนผ่องพรายประกายน้ำกลางค่ำคืน
จูงมือกันหวานชื่นมาริมท่า
กระทงงามตามประทีปชวาลา
ขอขมาคารวะพระแม่ชล

สืบธรรมเนียมประเพณีเป็นศรีแก่ลูก
และเพียรปลูกสำนึกรักษ์เพื่อมรรคผล
พระคุณแห่งคงคาค้ำชูคน
เอื้ออารีย์บันดาลดลพืชผลตระการ

เป็นชีวิตจิตใจไหลเป็นเลือด
ไม่รู้เหือดแห้งหายหลายเมืองบ้าน
เป็นเผ่าพันธุ์จดจำจากตำนาน
ศักดิ์สิทธิ์แห่งบาดาลและนาคา

จากเพ็ญเดือนสิบสองปีก่อนนั้น
เพื่อคืนนี้จูงมือกันมาสู่ท่า
กระทงงามตามประทีปชวาลา
ขอขมาและบูชิตจิตเชื่อมโยง

จรดกระทงอธิษฐานบนบานกล่าว
หัวอกร้าวหม่นไหม้ใจว่างโหวง
เห็น ‘แม่ของ’เบื้องหน้าเบิกตาโพลง
เป็นพื้นโล่งทรายลาดล้วนลานดิน

ใครเปลื้องผ้าแม่น้ำโขงโล่งโจ้งแจ้ง
เป็นคลองแล้งลับหายสุดสายสินธุ์
พญานาคทั้งหลายใครเชือดกิน
จึงสูญสิ้นอิทธิฤทธิ์อันพิสดาร

กระทงนี้วางลงตรงโขดเขิน
ทั้งแอ่ง เนิน ล้วนประจักษ์เป็นหลักฐาน
เชื่อว่า “โขง” จะคงอยู่ตลอดกาล
ไยดวงมานแม่ดับดิ้นสิ้นชีวา

วันเพ็ญเดือนสิบสองใครร้องไห้
จูงมือเธอเดินไปไกลจากท่า
กระทงงามตามประทีปชวาลา
วางบูชาอัฐิธาตุบรรพชน

ไม่เคยเห็นมิใช่ว่าจะไม่เห็น
ไม่เคยเป็นก็อาจเป็นไม่รู้ต้น
ไม่รู้ปลายไม่รู้ตัวไม่รู้ตน
ไม่ใช่ว่าไม่มีผลสะท้านสะเทือน

เพียงเผลอนิดผิดน้อยก็พลอยพัง
เหลียวกลับหลังก็สาบสูญคล้อยเคลื่อน
ร่างแม่โขงระยิบประกายกับแสงเดือน
เป็นแสงเถื่อนแห่งเม็ดทราย -ใช่สายน้ำ!

โอ้… แสงเดือนสะท้อนทรายไม่ใช่น้ำ!
#SaveMekongriver