เรื่องโดย:ทิชาชาติ
ภาพ : เครดิต- หม่าหลง

บทเริ่มเรื่อง

‘เธอ’ โทรเข้ามาเพื่อนัดพบกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่จะถึง หลังคุยกันกว่าชั่วโมง เธอขอให้ฉันเลือกสถานที่ที่เราจะพบกัน ขอให้เป็นสถานที่เงียบสงบสักหน่อย เพราะเธอต้องการเล่าเรื่องราวของเธอและขอให้ฉันช่วย ‘เขียน’ เพื่อใช้ทำเป็นหนังสือ ‘ที่ระลึกในงานศพ’ !

‘ฉัน’ เป็นนักข่าวของนิตยสารฉบับหนึ่ง ทำมาตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เริ่มจากนิตยสารวัยรุ่นชื่อดังในสมัยนั้น ในกองบรรณาธิการที่มีนักเขียน นักข่าวและทีมงานที่มาจากแฟนนิตยสาร ติดตามอ่านจนเลื่อนระดับมาเป็นทีมงาน มีบรรณาธิการที่กล้ารับพวกเราเข้าทำงานโดยที่ไม่ต้องดูประวัติการทำงานและการศึกษา แค่คุณอ่านและเขียนมาคุยกัน บ.ก. ก็รู้ถึงความสามารถในการเขียนและสื่อความหมายแล้ว ดังนั้นทีมงานจึงมีทั้งเด็กที่ยังเรียนมหาวิทยาลัยเปิดและเด็กจบใหม่ ด้วยใจที่รักหนังสือทำให้เรามุ่งมั่นทำหน้าที่และขับเคลื่อนหนังสือภายใต้การนำของ บ.ก.ที่เราศรัทธา
เธอเป็นนักข่าวที่เข้ามาทำงานในกอง บ.ก. ก่อนฉันไม่นาน เราได้ร่วมงานกันไม่ถึงปี ฉันก็ก้าวไปสู่งานใหม่ที่ถือว่าเติบโตขึ้น คือเป็นประชาสัมพันธ์ของค่ายเพลงชื่อดังในสมัยนั้น เรียกว่างาน ‘พีอาร์’ที่เป็นความฝันของนักข่าวในสมัยนั้นเลยทีเดียว

แต่เธอและหลายคนยังรักที่จะทำงานในกอง บ.ก. นั้นอยู่ ด้วยภาระหน้าที่การงานและชีวิตทำให้เราไม่ค่อยได้ติดต่อกันบ่อยนัก สมัยนั้นมือถือยังคงใช้กันประปรายเพราะทั้งมือถือและค่าโทร.นั้นแพงใช่ย่อย เครื่องมือสื่อสารที่เราใช้กันแทบทุกคนเพราะจำเป็นในการติดตามตัวก็คือเพจเจอร์และตู้โทรศัพท์สาธารณะ ผ่านมาร่วมสามสิบปีหลังจากหนังสือปิดตัว ทุกชีวิตแยกย้าย ฉันยังจำทีมงานทุกคนได้ดี บางคนยังติดต่อกันบ้าง บางคนขาดการติดต่อและหายไปจากชีวิต รวมทั้ง บ.ก. ที่ฉันเคารพ ความทรงจำเดิมๆ กลับมาอีกครั้งหลังจากวางสายของเธอที่เพิ่งโทร.เข้ามือถือเมื่อสักครู่

‘เรา’ เพิ่งคุยกันมากขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้ เพราะสื่อสังคมออนไลน์ เจ้าเฟซบุ๊คนั่นเองที่ทำให้เราหากันเจอ ข่าวคราวของเธอได้รับการถ่ายทอดให้ฟังเท่าที่เธออยากเล่า โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัวที่เธอเล่าให้ฟังน้อยมาก รู้เพียงว่าหลังจากไปร่วมงานแต่งงานของเธอเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เวลาผ่านไปเพียงสี่ปีเธอก็หย่าและเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวของลูกสาวตัวน้อย ยามสายของวันนั้นอันเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ ณ ร้านกาแฟเล็กๆ ย่านชานเมืองซึ่งเป็นร้านประจำที่ฉันเลือกให้เป็นสถานที่นัดพบของเรา ด้วยความที่ร้านมีมุมสวนอันรื่นรมย์และสงบเงียบ เหมาะแก่การสนทนาที่ไม่ได้กำหนดเวลาแยกย้าย

ฉันไปถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย ประตูร้านเพิ่งเปิดออกรับลูกค้า แน่นอนว่าฉันเป็นลูกค้ารายแรก เดินตรงเข้าไปยังโต๊ะในมุมสวนที่คุ้นเคย โต๊ะเก้าอี้ไม้เข้าชุดตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้เล็กๆนานาพันธุ์ที่แตกกิ่งก้านรับแสงแดด วันนั้นเป็นวันที่สดใส แสงแดดเพียงรำไร ทำให้เกิดม่านแสงเส้นบางตกกระทบคลุมรอบกาย ฉันไม่ยี่หระต่อแสงที่ไล้ร่าง แดดยังอ่อนนัก ท่ามกลางเสียงเบาๆของเพลงสากลคลาสสิคยุคที่ยังสาว ฉันรักร้านนี้นัก ทั้งบรรยากาศ ทั้งเสียงเพลง ทั้งกลิ่นชาที่หลงใหล บริกรเสิร์ฟชารสโปรดในกาใสพร้อมแก้วเข้าชุดเดียวกัน ตะแกรงเล็กๆ ที่รองรับใบชาจากกาก่อนลงสู่แก้ว ถูกนำวางหลังสุด ก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้ลูกค้าประจำได้ดื่มด่ำรสชาและเสพสุขจากบรรยากาศรอบกาย

ฉันจิบชาไปเพียงจิบเดียว เธอก็เดินมาถึงโต๊ะเรื่องราวของเธอค่อยๆพรั่งพรูจากปากบางสวยนั้น บางขณะเรียกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และน้ำตา เครื่องบันทึกเสียงทำหน้าที่ของมันไปเรื่อยๆ ขณะที่ฉันไม่รู้ตัวเลยว่ารับฟังจนเหมือนเป็นเรื่องของตัวเองได้อย่างไร

ฉันจะเล่าให้คุณฟังค่ะ