เรื่อง: ชมัยภร แสงกระจ่าง
ภาพ : ชูลี สุชาติ

๓ นาลีนิรมิต

เด็กสาวคนที่เป็นเป้าหมายมาหาทองทาตามคาด เธอเดินมาเคาะประตู เปิดเข้ามาในห้องด้วยท่าทีที่องอาจขึ้นกว่าวันก่อน แม้ว่าบนใบหน้าก็ยังซีดเซียว และท่าทางก็ยังกระหืดกระหอบ และเสื้อผ้ามอม ๆแมม ๆเช่นเดิม เหงื่อเม็ดโตปรากฏอยู่บนใบหน้า
“อ้อ นาลี” ทองทาเอ่ยทัก พร้อมกับที่เด็กสาวพนมมือไหว้ “นั่งสิ”
สาวน้อยนั่งลง นัยน์ตาที่สบตาครูเป็นประกายกว่าวันก่อน แม้จะไม่เท่าวันที่ทองทาเห็นในชั้นเรียนก็ตาม
“วันนี้มีอะไร” ทองทาถามขึ้นก่อน นึกถึงการบ้านที่คนตรงหน้าส่งมาแบบตั้งใจแต่เวลาน้อย เพราะลายมือทำเอาครูอ่านแทบไม่ออก ขณะรอฟังคำตอบ ผู้เป็นครูก็หยิบเอกสารบนโต๊ะ หากการบ้านเด็กสาวตรงหน้าไปด้วย คนตรงหน้ายังไม่พูดอะไร ทองทาจึงพูดขึ้นก่อน
“เรื่องของครูก่อนนะ..การบ้านที่ส่งมา พอเดาได้แต่ครูถามจริง ๆ เหอะ เธอเรียนจบมาจากโรงเรียนอะไรจ๊ะ..ลายมือถึงได้อ่านยากขนาดนี้..” สิ้นเสียงของครู ดวงตาคู่นั้นก็เปลี่ยนประกายไปทันที จากมิตรเป็นอมิตรแต่ยังไม่ถึงศัตรู เสียงตอบกลับแข็งกระด้างแต่เจอความหม่นเศร้าเอาไว้ลึก ๆ
“หนูขอสงวนไว้เป็นความลับ”

ทองทาสะดุ้ง อดขำไม่ได้ว่าเธออาจจะต้องกลายเป็นนักสืบในนวนิยายสืบสวนสอบสวน หลังจากเคยเป็นตัวละครมาแล้วในนวนิยายสะท้อนปัญหาครอบครัวของวัสสามาแล้ว
“ได้สิ…แต่คราวหน้าคราวหลังครูขอให้ลายมือสวยกว่านี้ได้ไหม”
“หนูจะพยายาม แต่ไม่รับปากนะคะ” น้ำเสียงแน่วแน่ไม่แปรเปลี่ยนราวกับว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ครู ที่กำลังจะเอื้อประโยชน์ต่อการศึกษาเล่าเรียนของตน
“ตามใจ” น้ำเสียงของทองทาเยือกเย็นพอกัน “เอ้า คราวนี้เรื่องของเธอบ้าง วันนี้มีอะไร”
สายตาของเด็กสาวที่เหลือบขึ้นมองครั้งนี้มีแววน้อยเนื้อต่ำใจปรากฎชัด ราวกับจะตัดพ้อต่อว่าครูของเธอ แต่ทองทานึกไม่ออกว่า เธอมีเรื่องอะไรที่เด็กคนนี้จะต้องมาตัดพ้อต่อว่า
“หนูอยากจะมายืมหนังสืออ่าน แต่ขอเล่มเล็ก ๆ สั้น ๆ”  ทองทาเกือบจะร้อง “เชอะ”ออกมาด้วยความไม่พอใจ นี่คือคนรุ่นใหม่ที่ต้องการ “กิน”อะไรที่สำเร็จรูป “คำเล็ก ๆ” แต่อิ่มเร็ว อิ่มทันทีและใช้ประโยชน์ได้ เธอจึงสวนทันที
“ไม่มีหรอก…ฉันไม่มีหนังสือเล่มเล็ก ๆ มีแต่เล่มหนา ๆ อ่านไม่ไหวก็ไม่ต้องอ่าน”
คนตรงหน้าพนมมือไหว้ทันทีและโดยรวดเร็ว “หนูขอโทษที่มีเงื่อนไข แต่ทำความลำบากให้อาจารย์ งั้นหนูก็ไม่ยืมแล้วค่ะ”

สาวน้อยคนนั้นลุกขึ้นยืนและเดินออกไปทันที ฉับไวจนทองทาตั้งตัวไม่ติด แต่ก็ทันเห็นชายกระโปรงด้านหลังของสาวน้อยที่ห้อยลงมาส่วนหนึ่ง อันแสดงให้เห็นว่า ด้ายที่สอยชายไว้หมดอายุ ขาดลงแล้ว ชายที่พับไว้จึงพร้อมจะหลุดลุ่ยลงมา ทองทาอ้าปากค้าง มองผลงานตรงหน้าที่ไม่ทันได้คืน ภาพชายกระโปรงเก่า ๆ นั้นทำให้เธอต้องคิดหนัก เด็กคนนี้มีปัญหาเรื่องการเงินแน่นอน

หน้าที่นักสืบจึงเกิดขึ้นทันที ทองทางเฝ้ามองลูกศิษย์หลายคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ คะแนนสูงและเป็นเป้าหมายของคนมีปัญญา คนที่เข้ามาเรียนส่วนใหญ่เรียนดี และมีฐานะดี ส่วนคนฐานะไม่ดีมักจะถูกปรับตกไปโดยระบบตั้งแต่แรก แต่เด็กคนนี้ยังเข้ามาอยู่ในระบบได้ ได้อย่างไรหนอ ฝ่ายธุรการเป็นเป้าหมายแรก ทองทาขอให้หัวหน้าฝ่ายธุรการ คุณภนิดาช่วยตรวจสอบโรงเรียนเก่าของเด็กสาวที่ชื่อ นาลี นาลาให้โดยด่วน และเมื่อนึกถึงคำของวัสสา ทองทาก็อดไม่ได้ที่จะบอกต่อไปว่า
“ดูเชื้อชาติ สัญชาติให้ด้วยนะ คนไทยหรือเปล่า”
คุณภนิดาหัวเราะ “แหม อาจารย์พูดซะน่ากลัวเชียวค่ะ”
ทองทายิ้ม ๆ ไม่แพร่งพรายความสงสัยใด ๆ
การเผชิญหน้าระหว่างทองทากับนิรมิตสวัสดีเกิดขึ้นอีกครั้งที่ทางเดินกลางสนามหน้าคณะ นักศึกษาคนเก่งผู้มีคุณสมบัติพร้อม เดินมาพร้อมกับเพื่อนเป็นขบวน พอเห็นทองทาเดินมา เธอก็เดินเข้ามาใกล้ ยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม จนทองทายืนงง สาวน้อยลูกเศรษฐีล้วงลงไปในกระเป๋าถือ หยิบซองสีเหลืองอ่อนขึ้นมาหนึ่งซอง ส่งให้อาจารย์อย่างนอบน้อมพร้อมว่า
“เจออาจารย์พอดีเลยค่ะ หนูเลยไม่ต้องขึ้นไปหาที่ห้อง คุณพ่อฝากจดหมายมาให้ค่ะ”
“คุณพ่อหนู…” ทองทานึกถึงเสียงพูดภาษาไทยไม่ชัดทางโทรศัพท์ที่หัวร่อร่วนอารมณ์ดีอย่างคนมีความสุขสมบูรณ์ในชีวิต
“ใช่ค่ะ ความจริงคุณพ่อฝากจดหมายมาหลายวันแล้ว แต่หนูลืมเอาไปให้อาจารย์ทุกทีเลยค่ะ”

ทองทารับซองนั้นไว้ในมือ มึนงงว่าทำไมผู้ปกครองนักศึกษาต้องเขียนจดหมายมาถึงเธอด้วย แค่ที่พูดโทรศัพท์ เธอก็หน่ายพอแล้ว เธอหย่อนซองสีเหลืองลงในกระเป๋า แล้วก็ลืมซองนี้ไปหลายวันเพราะวิ่งสอนกับวิ่งประชุมจนหัวหมุน จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ขณะหยิบกระเป๋าสตางค์จะจ่ายค่าทางด่วน เธอจึงมองเห็นมัน ซองสีเหลืองจากคนพูดไม่ชัด เมื่อถึงห้องพักที่คณะเธอจึงเปิดซองนี้ขึ้น ทองทาเลือดขึ้นหน้า เมื่อพบว่า ในซองนั้นนอกจากจดหมายแผ่นบาง ๆ แล้วยังมีธนบัตรใบละพันเต็มซอง หัวใจเต้นแรงและมือสั่นด้วยความโกรธ ขณะเปิดจดหมาย ในหน้ากระดาษนั้นแทบจะว่างเปล่า มีเพียงตัวอักษรลายมือแสนสวยอยู่กลางหน้ากระดาษว่า
“ค่าทำขวัญที่ลูกสาวของผมชนรถอาจารย์” จาก นายสุรเกียรติไพบูลย์ สวัสดีไพบูลย์

ทองทาเกือบจะตะโกนออกไป ถ้าไม่เกรงใจว่า อาจารย์คมจันทร์จะตกใจเสียงของเธอ จึงได้แต่ร้อง “เฮ้ย อะไรวะ” เบา ๆ ก่อนจะลงมือนับเงินอย่างใจเย็น รวมทั้งหมดสามหมื่นบาท
“มันซื้อเรา มันซื้อเรา มันซื้อเราให้ลูกมัน” เธอพูดอยู่แค่นี้ ก่อนจะเก็บทั้งเงินและจดหมายใส่ซอง ผนึกไว้อย่างแน่นหนา แปะเทปยาวสองด้าน พร้อมเซ็นกำกับ จะต้องหาทางคืน คืนแบบให้รู้เรื่องด้วย คนบ้า คนบ้า ขณะกำลังพร่ำบ่นด้วยความขัดเคืองใจนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะประตู ทองทารีบเก็บอารมณ์ ปรากฏว่าเป็นฝ่ายธุรการนั่นเอง เอาข้อมูลของนางสาวนาลี นาลา มาให้ “มีแค่นี้แหละค่ะ…อาจารย์คะ”
ทองทารับเอากระดาษแผ่นนั้นมา มีรายชื่อนางสาวนาลี นาลา พ่อชื่อนายหวัง นาลา แม่ชื่อ นางแจ่ม นาลา ภูมิลำเนาอยู่จังหวัด อุดรธานี จบการศึกษาชั้นมัธยมปลายในระบบการศึกษานอกโรงเรียน ไม่มีส่วนใดที่ทำให้สาวน้อยผู้นั้นจะมีปานแดงและกลายเป็นเจ้าหญิงเนปาลีได้เลย

กศน. เธอจบในระบบการศึกษานอกโรงเรียน แสดงว่าเธอไม่สามารถเข้าศึกษาในระบบได้ เธออาจจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ดูจากชื่อพ่อแม่และพื้นภูมิก็น่าจะพอเดาได้ ทองทารู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ ที่ไปถามว่า เธอจบมาจากโรงเรียนอะไร เพราะมันเป็นปมด้อยของเด็กคนนี้แน่นอน ทองทาจะต้องค้นหาความจริงต่อไป เอาละ นักสืบทองทาทำงานได้แล้ว
ทองทากวาดตาดูใบหน้าของนักศึกษาทั้งหมดอย่างใจเย็น

เมื่อเห็นว่าเป้าหมายนั่งอยู่แน่นอนแล้ว เธอจึงลงมือสอน ว่าที่จำเลยง่วงงุนเหมือนเดิมจนอยากจะเข้าไปตะโกนถามดัง ๆ ว่า หนูไปทำอะไรมาจ๊ะ แต่ก็เป็นเช่นครั้งก่อน ยิ่งสอนยิ่งลงลึกเธอก็ยิ่งตื่น เป็นความตื่นของครูด้วยที่ต้องพยายามหาถ้อยคำและวิธีการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการยกตัวอย่าง การเปล่งเสียง หรือแม้กระทั่งการออกท่าออกทางเพื่อให้ว่าที่จำเลย  ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาในที่สุด
“วันนี้ครูมีหนังสือเล่มเล็ก ๆ เล่มหนึ่งแล้วนะคะ สำหรับการเปลี่ยนแปลงภายใน…ในความมีอยู่ ของ อัครมุนี วรรณประไพ วันก่อนนาลีเข้าไปถามหาหนังสือเล่มเล็ก ๆ วันนี้ครูมีให้แล้ว…เชิญนาลีออกมารับไปได้”
“ว่าด้วยอะไรคะครู” นักศึกษาหญิงนั่งหน้ายกมือถามทันควัน
“บอกไม่ได้…ขืนบอกคนที่เขาร้องขอหนังสือจากครูก็จะหมดความอยาก ความตื่นเต้น ความตื่นรู้ก็จะลดลง ความอัศจรรย์ใจก็ลดลง เดี๋ยวไม่ขลัง..” หลายคนยังทำหน้างง ๆ ทองทาอธิบายต่อ “ไม่เคยค้นพบอะไรด้วยตัวเองหรือไง เวลาเราค้นพบด้วยตัวเราเองมันน่าตื่นเต้นแค่ไหน

จำไม่ได้หรือ เวลาเราไปดูหนังดี ๆ เรื่องหนึ่งโดยไม่คาดหมาย มันจะดีกว่าที่มีคนบอกเราแล้วว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรอีก..จริงมั้ย”
คราวนี้ทั้งห้องพยักหน้ากันหงึกหงัก นาลีเดินออกมารออยู่ข้าง ๆ แล้ว ทองทาส่งหนังสือให้ “ครูให้ยืมนะ…อ่านจบแล้วเอามาคืนด้วย”
ว่าที่จำเลยของทองทารับหนังสือไปแล้ว จากนั้นเธอก็ตื่นรู้ตื่นเรียนจนจบชั่วโมง ผู้เป็นครูรู้สึกขำตัวเอง ทำไมต้องเหนื่อยกับกลวิธีการสอนขนาดนี้หนอ ทองทา และก่อนหมดชั่วโมง ทองทาก็เอ่ยขึ้น
“ภารกิจของครูยังไม่หมด ครูยังต้องมอบบางสิ่งบางอย่างให้ใครบางคน แม้ไม่ร้องขอหนังสืออ่าน แต่เขาก็ทำให้ครูต้องประกาศหน้าห้องเรียน..ขอเชิญนางสาวนิรมิตสวัสดี ออกมารับมอบของที่ระลึก”

สาวน้อยแสนสวย แต่งตัวด้วยของแบรนด์เนม เสื้อผ้าหน้าผมไม่มีที่ติ ท่าทางมั่นใจในตัวเองขณะเดินออกมา ยักคิ้วให้เพื่อนนิดหนึ่งด้วย ทองทาพูดต่อ “เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คุณพ่อของนิรมิตสวัสดีฝากจดหมายมาให้ครู เมื่อครูเปิดอ่านก็ปรากฏว่า ข้างในเป็นเงินสามหมื่นบาทเป็นค่าทำขวัญรถของครูที่นิรมิตสวัสดีขับชนวันก่อนในลานจอดรถ ครูขอยืนยันว่าครูรับไม่ได้ จึงผนึกซองใหม่ และขอให้นิรมิตสวัสดีรับกลับไปคืนคุณพ่อของหนูด้วย ที่ครูต้องทำต่อหน้านักศึกษาทั้งห้อง อันเป็นที่สาธารณะ ก็เพราะว่าตอนที่หนูเอาซองให้ครู หนูก็ให้กลางทางที่สนามหน้าคณะ และต่อหน้าเพื่อน ๆ อีกสี่ห้าคน ดังนั้น ตอนคืนครูก็ต้องทำในที่สาธารณะอย่างเปิดเผยเช่นเดียวกัน และครูขอยืนยันต่อนิรมิตสวัสดีด้วยว่า ครูไม่รับเงินค่าทำขวัญของคุณพ่อหนู เพราะครูไม่ได้เสียขวัญ แต่ครูเสียใจ ส่วนครูจะเสียใจเรื่องอะไร ขอให้นิรมิตสวัสดีและเพื่อนทั้งห้องคิดเอาเอง…”

ทองทาส่งซองให้สาวน้อย เธอทำหน้างง ๆ  เพราะประโยคที่ครูพูดนั้นยืดยาวจนสมองวิเคราะห์ยังไม่ทัน จนกระทั่งทองทาเดินออกไปได้พักหนึ่งแล้ว เธอจึงหันไปหัวเราะกับเพื่อน ๆแล้วว่า “งงว่ะ จารย์พูดอะไรไม่รู้เรื่อง”
“แกน่ะแหละ ไม่รู้เรื่อง” ใฝ่ฝัน เพื่อนคนสนิทว่า ท่าทางเธอวิตกกังวลมากกว่าเพื่อนไปเสียอีก “จารย์ทองทาโหดนะโว้ย” เธอว่า
ทองทาส่งหนังสือให้นาลีไปตอนเช้า พอตกเย็นเธอก็เอาหนังสือมาคืนด้วยท่าทางกระหืดกระหอบเหมือนเดิม เธอควักมันออกมาจากเป้ นัยน์ตาเริ่มแดงตอนที่วางหนังสือลงตรงหน้า
“อาจารย์คะ หนูอ่านจบแล้ว”
“เฮ่ย..”ทองทาร้อง “เธออ่านตอนไหน ไม่เรียนหนังสือหรือไง”
“เรียนค่ะ..”เธอตอบสั้น ๆ “หนูชอบมากเลยค่ะ มันถอดเอาหัวใจหนูไปหมดเลย แต่หนูไม่มีเวลาจะอธิบายกับอาจารย์ เพราะหนูต้องรีบไป อาจารย์ไม่ว่ากันนะคะ..”
“เขียนมาสิ…ถ้าเธอไม่มีเวลา ก็เขียนมา ถ้าเราคุยกันตัวต่อตัวไม่ได้ ก็คุยกันทางตัวหนังสือ..”
“จริงหรือคะ…”เธอร้อง ตาตื่นราวกับนกฮูก
“จริง”ทองทายืนยัน มองดูการลุกขึ้นยืน ไหว้และรีบออกจากห้องของสาวน้อยอย่างงง ๆ    นึกในใจว่า มันจะรีบอะไรนักหนาขนาดนี้หือ ยังไม่ทันจะบอกเลยว่า เขียนให้อ่านออกด้วยนะ เธอ

รุ่งเช้าทองทาก็ได้การบ้านจากเจ้าหญิงเนปาลีผู้ลึกลับหนึ่งแผ่นด้วยลายมืออันยุ่งเหยิงชวนปวดหัวเหมือนเดิม ทองทาหยิบแว่นขยายมานั่งดูตัวพยัญชนะและสระของว่าที่จำเลยอย่างตั้งใจ
“ฉันก็เคยคิดฆ่าตัวตายมาก่อน..”
นี่เป็นประโยคขึ้นต้นของนางสาวนาลี นาลา ที่ทำให้ครูทองทานั่งไม่ติดเก้าอี้ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะยกโทรศัพท์ขึ้นมากดหาใครบางคน

(มีต่อ)