เรื่องและภาพ: ชูลี สุชาติ

ขณะนั่งอ่านหลายชีวิตของ ม.ร.ว. คึกฤิทธื์ ปราโมช เรื่องราวที่ผู้ประพันธ์ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นไปในชีวิตแต่ละชีวิต ที่มีกรรมหรือผลกรรมเป็นปัจจัยชักใยอยู่เบื้องหลัง เหตุการณ์กลางค่ำคืนหนึ่งเรือเมล์โดยสารลำหนึ่งออกจากท่าเรือบ้านแพนมุ่งหน้าสู่พระนคร ระหว่างทาง สายลมและสายฝนกระหน่ำลงมา พอเรือแล่นมาถึงหัวเลี้ยวบริเวณคุ้งสำเภา แรงปะทะของพายุซัดจนเรือลำนั้นคว่ำลง หลายชีวิต หลากอาชีพ ต่างคนที่มา ต่างมีกรรมจากการทำดีหรือชั่ว ร่วมเดินทางครั้งสุดท้ายด้วยกัน และผลจากเรือคว่ำทำให้เช้าวันต่อมามีร่างของผู้จมน้ำตายวางเรียงราย

ชีวิตคนเราเกิดมาเพื่อ รัก เกลียด โลภ หลง เคยหัวเราะร้องไห้กับทุกข์-สุขของชีวิต อันเกิดขึ้นจากการกระทำของเราเองหรือโชคชะตา ทว่าตราบใดที่แม่น้ำยังคงไหลสู่มหาสมุทร นาวาชีวิตจะยังคงนำพาทุกๆ การเกิด ดับ ไปตามครรลองแห่งกรรม

ทำให้ผมนึกถึงที่มาของหนังสือเล่มหนึ่ง จากปณิธานเพียงจดบันทึกชีวิตของแม่ เล่าเรื่องประสบการณ์ที่ถูกถ่ายทอดผ่านความทรงจำและบางห้วงอารมณ์ที่ผมและเธอร่วมกันเดินบนเส้นทางอุปสรรค เคยหัวเราะ ร้องไห้ บ่อยครั้งที่ผมทำผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย ทว่า…แม่คนใดกันเล่าโกรธเกลียดลูกของตนเอง แม่ผม แม่ของคนอื่น ๆ ก็คงมีรักบริสุทธิ์ให้กับลูก ๆ ทุกคน

ในห้องแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “ก้าวสู่ฝัน-สร้างสรรค์วรรรกรรมกับศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์” ชั้น ๕ ของหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ ที่แห่งนั้นผมได้พุดคุย รวมทั้งส่งงานเขียนสารคดีชีวะประวัติของแม่ให้ อจ. ธีรภาพ โลหิตกุล อ่าน ซึ่งท่านได้กรุณา ชี้แนะ และชักชวนให้ผมเขียนต่อให้จบ เหมือนแสงสว่างส่องผ่านความมืดมิด บทบันทึกชีวิตผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ก็ได้ผลิดอกออกผล จากความเมตตาและเล็งเห็นถึงความสำคัญของการเขียนบันทึกชีวะประวัติบุพการีจึงเป็นที่มาของ “ดั่งนกขมิ้นหลงรัง” ต่อยอดสู่โครงการอบรมการเขียนชีวะประวัติบุพการี”หอมกลิ่นลำดวน” โดยการสนับสนุนทุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม

ยอมรับด้วยใจจริง“ดั่งนกขมิ้นหลงรัง”นั้นไม่สมบูรณ์ดั่งที่ควรจะเป็น ทว่าทุกครั้งที่มีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนๆ พี่ๆ ที่มาเข้าร่วมอบรม ผมมักจะบอกคนเหล่านั้นอยู่เสมอ ว่างานเขียนของพวกเขา-เธอจะเป็นส่วนเติมเต็มปณิธานของผม เวลาเดินทางมาค่อนครึ่งวัน ผมวาง “หลายชีวิต”ไว้ชั่วขณะหยิบ “ขอบฟ้ากลางใจ” พลิกหน้าพลิกหลังอ่านบางบทบางตอน อันที่จริงหนังสือเล่มนี้เดินทางมาถึงหลายวันแล้ว เพียงแต่ผมอยากรอเวลาวันพักผ่อนสบาย ๆ ไม่ติดกิจธุระให้ต้องเดินทางไปไหน นั่งลงบนโซฟาริมหน้าต่าง ฟังเสียงนกร้องจอแจ แหงนมองผืนฟ้าหม่นเทา แต่หัวใจผมกลับอิ่มเอิบเมื่อเปิดอ่านเรื่องราวต่างๆ ที่ได้รับการคัดสรรมาลงในหนังสือเล่มนี้ บางคนอาจไม่มีผลงานซึ่งก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านเขียนต่อไป เพราะ…ไม่มีใครสะท้อนเรื่องราวแง่งุมชีวิต ความรักความผูกพัน ต่อ พ่อ-แม่ หรือบุพการีผู้มีคุณ ได้ดีเท่าลูกของตนเอง.

กราบขอบพระคุณ
อจ. ธีรภาพ โลหิตกุล, คณะวิทยากรทุกท่านที่มาถ่ายทอดความรู้และทุกท่านที่มีส่วนร่วม รวมทั้งผู้เข้าอบรม

กราบขอบพระคุณกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมที่สนับสนุนโครงการอบรมการเขียนชีวะประวัติของบุพการรี (หอมกลิ่นลำดวน) ผลงานของผู้เข้าร่วมอบรม ได้คัดสรรและจัดพิมพ์เป็นหนังสือ“ขอบฟ้ากลางใจ”

***ข่าวดีผู้สนใจทั่วไปที่อยากจะอ่านเรื่องราวในหนังสือ“ขอบฟ้ากลางใจ”
ติดต่อสอบถามได้ที่ :เพจเรือนพิมพ์แม่ชอบ

*บรรณาการ จาก อจ. ธีรภาพ โลหิตกุล
หนังสือหนา ๓๘๘ หน้า จัดพิมพ์เพื่อเผยแพร่ผลงานของผู้เข้าอบรมตามโครงการ “หอมกลิ่นลำดวน” และใช้เป็นคู่มือสำหรับผู้เข้าอบรมรุ่นต่อไป รวมถึงบรรณาการแด่ผู้สนใจ ฟรี จำนวนท่าน ๑ เล่ม (จ่ายเพียงค่าจัดส่งเล่มละ ๓๐ บาท)