เรื่องและภาพ:ชูลี สุชาติ

เสียงรอยเท้าย่ำเดินวนไปวนวนมาจากกำแพงบ้านใกล้เรือนเคียง เป็นเวลาหลายเดือนที่เธอโยกย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด นาน ๆ จะได้พบปะพูดคุยกันสักครั้ง ข้าพเจ้าทักทาย ทั้ง ๆ ที่ร่างกายท่อนบนเผยก้อนเนื้อที่หลอมรวมกล้ามหน้าท้องกับไขมันจนเป็นแพ็คเดียวกัน ส่วนท่อนล่างห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าขาวม้า หญิงเพื่อนบ้านถึงกับผงะหากแต่นางยังยอมหยุดสนทนา  เราคุยกันถึงน้ำท่วมที่บ้านต่างจังหวัด

“น้ำท่วมสูงถึงอก เหมือนกับตอนน้ำท่วมครั้งใหญ่ปีนั้น” นางลากเสียงยาวเน้นย้ำ
“อย่างนี้ข้าวของเครื่องใช้ก็…”
“ไปกับสายน้ำ”

ข้าพเจ้านิ่งงัน เราสบตาด้วยแววตาเลื่อนลอย อารมณ์หม่นเศร้าระหว่างข้าพเจ้ากับหญิงคู่สนทนา คล้ายคนหัวอกเดียวกัน ต่างตรงที่เธอเองก็ต้องเจอกับอีกหนึ่งวิกฤติของชีวิตที่นี่ ‘บ้าน’ อันควรจะเป็นสวรรค์ วิมาณ เป็นพื้นที่แห่งความสุข ณ ดินแดนชายขอบเมืองกรุงแห่งนี้มีอะไรดีกระนั้นหรือ ทำไมใคร ๆ ถึงอยากโยกย้ายมาอยู่

ข้าพเจ้าหลุดพ้นมาจากบ่วงเวรบ่วงกรรมนั่งร้องแรกแหกกระเชอในห้องโดยสารรถส่วนตัว กระดึ๊บ ๆ กว่าจะถึงที่ทำงาน แต่ละวันต้องตกอยู่ในสภาวะซึมเศร้า ทุกวันนี้ข้าพเจ้าไม่ต้องเร่งรีบและหงุดหงิดกับจราจรแน่นขนัดบนท้องถนน จะมีบ้างก็บางครั้งที่จำเป็น หากแต่อารมณ์โกรธ โมโหจนอยากจะย้ายหนีไปอยู่ดาวอังคาร  สภาวะจิตใจในห้วงเวลานี้ และมองไปยังอนาคตเบื้องหน้า หากไม่ได้ระบายออกมา คงได้แวะไปเที่ยวหลังคาแดง

ชีวิตคนเราต่อให้ต้องพานพบกับอุปสรรค ทะเลาะเบาะแว้งกับที่ทำงาน ถูกกดดันหรือห่าเหวอะไรก็ตาม ข้าพเจ้าเชื่ออย่างหนึ่งว่าเราสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านั้นได้ ทว่ากับบางอย่างที่เกิดขึ้นจากน้ำหมึกตวัดลงบนช่องข้อความ ‘อนุมัติให้สร้าง’ แล้วหยาดน้ำหมึกแห้งหายละลายเป็นตัวเลขมันหายไปไหน แล้วใครต้องทุกข์ ทรมานกับปัญหาที่ไม่ได้ก่อ

“ที่บ้านน้ำไหลมั้ย?” ข้าพเจ้าเปลี่ยนประเด็น
“ไหล แต่กะปริบกะปรอย” นางตอบ
“เหมือนกัน”

ข้าพเจ้าชูขันน้ำ แปรงสีฟันให้ดู เธอหัวเราะ หึ ๆ ในลำคอ พอจะนึกได้ว่าอารมณ์ความรู้สึกส่วนลึกเป็นอย่างไร เจ็บปวดแค่ไหน อุตส่าห์โยกย้ายไปอยู่ต่างจังหวัด หวังสุขสบาย กลับถูกน้ำท่วม ครั้นหวนกลับมาอยู่บ้านในดินแดนชายขอบเมืองกรุง หวังจะพบพานกับชีวิตในอุดมคติบ้าง กลับรู้สึกเหมือนอยู่เอธิโอเปีย หรือคองโกหรือทะเลทราย นั่งลุ้นระทึกกับหยดน้ำไหลออกมาน้อยกว่าเยี่ยวมด ทุกๆ ปลายเดือนมองดูบิลค่าน้ำเผยตัวเลขหลักร้อย ทำไมช่างย้อนแย้งกันเหลือเกิน วันเสาร์-อาทิตย์ควรเป็นวันแห่งความรื่นเริง

ทว่า…ให้แมวดับดิ้นตายเหอะ! ตื่นเช้าขึ้นมางัวเงียเข้าห้องน้ำ นั่งปลดปล่อยของเสีย ผิวปากสบายอารมณ์ เสร็จกิจธุระเอื้อมมือกดปุ่มชักโครกได้ยินแต่เสียงคันโยกทำงาน แอบลุ้นลึก ๆ  ดึงสายฉีดน้ำชำระก้น พับผ่า! น้ำไม่มี

“คงต้องทำอะไรสักอย่าง”ข้าพเจ้าพูดเปรยๆ
“ แล้วจะทำอะไร?”คู่สนทนาย้อนถาม
“ ผมกำลังจะเตรียมตัวไป อาบน้ำในคลองน้ำเน่าหน้าหมู่บ้าน…ไปด้วยกันมั้ย!?

นางไม่ตอบหันหลังกลับเตรียมจะเข้าบ้าน ชายหางตามายังข้าพเจ้า ปากงุบงิบคล้ายกำลังสาปส่ง แต่ได้ยินไม่ถนัด?????…