ท้องฟ้า พุทธศักราช 2521 วันนี้เริ่มมีเมฆมาก ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านท้องฟ้ากลุ่มน้อยใหญ่เหมือนจะบอกเรื่องราวให้เราเฝ้ามอง และจินตนาการผ่านขอบฟ้าและหมู่เมฆ ความโศกเศร้าเสียใจในการสูญเสีย บุคคลอันเป็นที่รัก ถึง 2 คน  ย่าเสียชีวิตด้วยโรคความดัน คนสมัยก่อน ไม่ได้ออกกำลังกาย  เป็นโรคอ้วน และเครียดเรื่องพ่อ ห่วงใยหลาน ๆ ทั้ง 5 คน

“ย่าขยันมาก นอนน้อย ขายหอยดองที่ตลาดบางซื่อ ตื่นนอน  ตี 3 เข้านอน 1 ทุ่ม เป็นเวลาของย่า”  แม่บอกย่าทำหอยดองอร่อย ส่วนตากินเบียร์เก่ง กินข้าวน้อย แต่ตาเป็นคนเก่ง เสียดายความรู้ ตาชอบเขียนคำคมไว้ใต้ถุนบ้าน เท่าที่จำได้ 

 “นาฬิกามันดีกว่าคนบางคนเสียอีก มันเดินตรงตามเวลาของมัน ส่วนคนนั้น แม้จะมีเวลาให้ดูแต่ก็ไม่ตรงต่อเวลา”  ตาลายมือสวยสมกับเป็นคุณครูภาษาไทย   ตาเป็นโรคเส้นโลหิตในสมองแตก  บุพการีที่ให้ความรัก เลี้ยงดู หมดเวรหมดกรรมตามอายุขัยของชีวิต 

ชีวิตที่ต้องดิ้นรน ในการทำมาหากิน โรงงานทอผ้าปิดกิจการ พ่อได้งานทำเป็นพนักงานขับรถสองแถวในซอยวัดบัวขวัญ พ่อตื่นแต่เช้าไปขับรถสองแถวในซอยวัดบัวขวัญ กลับบ้านเกือบห้าทุ่มไม่มีวันหยุด             ได้เงินเดือนเป็นรายเดือน เดือนละ 1,800 บาท  แม่ได้ทำงานที่บริษัท พญาไทเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ ทุกเช้าที่เราตื่นนอนไม่มีวันไหนที่พ่อกับแม่นอนตื่นสาย และไม่ไปทำงาน ชีวิตเด็กบ้านข้างวัด  

“วันนี้ มีฉายหนัง เร็วๆ ทำงานบ้าน กินข้าวเร็วๆ นะ” พวกเรา 3 พี่น้อง นัดแนะชวนกันไปดูหนังกลางแปลงที่วัด ทุกครั้งที่มีงานศพ   ส่วนใหญ่จะมีหนังกลางแปลงมาฉายให้ดูฟรี พวกเราดีใจเพราะไม่เคยออกไปไหน แม่เฝ้าบ้าน พ่อไปกินเหล้าบ้านเพื่อนแถว ๆ นั้น หนังกลางแปลง ปลาหมึกย่าง หอยทอด หนังเร่ พวกเรามีความสุขกับการกินและดูหนังงานมหรสพทุกครั้ง และทุกวันพระจำได้ว่าแม่กับยายจะทำกับข้าวไปวัดทำบุญ 

“พรุ่งนี้วันพระ ยายกับแม่ทำแกงหน่อไม้ดองไปถวายพระ ตื่นแต่เช้ากันนะ ”  แม่จะบอกพวกเราเวลาจะไปทำบุญที่วัด เราคิดในใจจะได้กินแกงหน่อไม้แสนอร่อยอีกแล้ว   

ช่วงชีวิตวัยเด็ก พ่อกับแม่ทำงาน เราอยู่บ้านช่วงปิดเทอมจะเล่นกันตามประสาพี่ ๆ น้อง กินบะหมี่คุณลุงรถเข็น บางวันกับข้าวไม่มี พี่ชายไปเป็นลูกศิษย์วัดให้หลวงตา ตั้งแต่เช้ามืด สาย ๆ กลับมาหาน้อง ๆ พร้อมกับข้าวถุงที่หลวงตาแบ่งมาให้พวกเราได้กินอิ่ม นอนหลับสบาย พูดถึงขนมสมัยก่อนจะนึกถึงแม่ค้าขนมหวานคนงาม หาบขนมมาขายที่หน้าบ้าน 

“ขนมมาขาย ๆ  ไข่ดาว ปลากริม อร่อย ๆ ” เสียงตะโกนของแม่ค้าขนมหวานดั่งเสียงสวรรค์ เพราะพวกเราหิว หลังสิ้นเสียงตะโกน พวกเราวิ่ง ๆๆ   เลือกขนมกิน มีฝักบัว ขนมไข่ดาว ปลากริมไข่เต่า ข้าวโพดอ่อน ถั่วแระ อีกหลากหลายเมนูมีให้กินทุกวัน ในทุกๆ เย็น พวกเราพี่น้องจะช่วยแม่ทำกับข้าว และกินข้าวพร้อมหน้ากันยกเว้นพ่อ เพราะพ่อขับรถกลับบ้านดึก แต่เย็นวันนี้พ่อเดินเข้าบ้านกลับเร็วกว่าปกติ 

“พ่อ ๆ วันนี้พ่อกลับบ้านเร็ว” เราถามพ่อ  แต่ใบหน้าพ่อดูดำคล้ำ อ่อนเพลีย และเหน็ดเหนื่อย  พ่อยังไม่ตอบ “พ่อกล่องอะไร” “เปิดดูซิ ” หลังจากเสียงพ่อบอก เรารีบเปิดกล่องอย่างรวดเร็ว เมื่อเปิดแล้ว “หม้อข้าว” ทุกคนพูดเสียงเดียวกัน “เรามีหม้อข้าวไฟฟ้าแล้ว ทุกคนในบ้านพากันล้อมวงดูหม้อข้าวอย่างดีใจ แม่ไม่ต้องหุงข้าวกับเตาถ่านแล้ว  ดีใจ ๆๆๆ

ท้องฟ้า พุทธศักราช  2531  เสียงฟ้าร้อง ดังครืนๆ ฟ้าแลบแปลบปลาบ ท้องฟ้าถูกบดบัง ด้วยก้อนเมฆดำมืด ดูน่ากลัว หม่นหมอง  แล้วสายฝนโปรยปรายลงมาสู่พื้นดิน 

“ที่ดินบ้านยายจะขายแล้ว เราต้องหาที่อยู่ใหม่”  พ่อบอกพวกเรา พ่อดูเครียดมาก แต่ไม่ได้พูดอะไร พ่อเป็นคนนิ่ง ๆ เฉยๆ  เราเลยไม่รู้ว่าพ่อครุ่นคิดอะไรอยู่  พ่อขายบ้านได้เงิน 30,000 บาท เงินก้อนนี้มีค่ามหาศาลสำหรับครอบครัวเรา หลังจากที่พ่อขายบ้านได้ ประมาณ 1 สัปดาห์  พี่ชายบอกเราว่า 

“พ่อหาบ้านได้แล้วนะ แต่เป็นบ้านเช่า เดือนละ 1,500 บาท เราอยู่ไปก่อน เพราะบ้านหลังนี้ก็ต้องรีบขาย  หลังจากขายบ้านได้แล้ว ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่บ้านหลังริมที่หมู่บ้าน ประชานิเวศน์ 3 ใกล้โรงเรียน และสะดวกในการเดินทางของทุกคน บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่มีความสุขที่สุด เพราะได้อยู่เป็นครอบครัวเดี่ยว และเป็นบ้านหลังสุดท้ายของพ่อ ช่วงปิดเทอมพ่อจะแวะเข้ามาที่บ้านทำกับข้าว

 “อ่านหนังสือหรือยังวันนี้”  พ่อจะสอนให้เราอ่านหนังสือ ตอนโตจะได้ไม่ลำบากเหมือนพ่อกับแม่ เราชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว หนังสือเรียนหรือหนังสือดารา พวกเราก็ชอบอ่าน จำได้ว่าหนังสือดาราภาพยนตร์พ่อรับให้เราเป็นรายเดือนด้วย ทุกเรื่องของดารารู้ไปหมด พ่อใจดีจังเลย วันเปิดเทอม 15 พฤษภาคม 2532 วันเปิดเทอมวันแรกที่เราจะขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5  

“พ่อพรุ่งนี้ เปิดเทอม  ค่าเทอม 400 บาทนะพ่อ”  พ่อนิ่งแล้วตอบว่า
“พรุ่งนี้ออกไปพร้อมพ่อนะ”

“จ๊ะพ่อ”

 เราตื่นแต่เช้าออกไปพร้อมพ่อ นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถคอยเก็บเงินค่าโดยสารให้พ่อ สนุกสนานดี ตั้งแต่ ตี 5 จนเกือบ สิบโมงเช้า พ่อขับรถมาจอดที่หน้าโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ พ่อบอกว่า “ช่วยพ่อนับเงินหน่อย”  เรามองหน้าพ่อสีหน้าเคร่งเครียดมาก พ่อกับเรานับเศษสตางค์ รวมกันได้ จนครบ 400 บาท   ใช้เวลานับ เกือบ 2 ชั่วโมง  พ่อบอกให้ไปแลกเป็นแบงค์ที่โรงอาหาร 

“พ่อไปแล้ว จ่ายเงินครูให้เรียบร้อยนะ”  เราลงจากรถ  เรารู้แล้วว่าพ่อเอาเงิน ที่ผู้โดยสารจ่าย มาเป็นเงินค่าเทอมให้เรา หลังจากพ่อขับรถออกไป เรามองพ่อไกลสุดสายตา รู้สึกสงสารพ่อมาก  ในวันที่พ่อฝันอยากซื้อบ้าน ให้ครอบครัว  พ่อบอกลูก ๆ ว่า “เราไปดูบ้านกันที่ หมู่บ้านบัวทอง เป็นบ้านสร้างใหม่ อยู่ระหว่างก่อสร้าง ยังเหลืออีกหลายหลังไปดาวน์ไว้ก่อน ราคาไม่แพง 16 ตารางวาก็พอ อยู่กันน้อย ๆ”  แม่และพวกเราดีใจจะมีบ้านหลังใหม่แล้ว หลังจากนั้น พ่อนำเงินที่เก็บไว้ไปดาวน์บ้าน อีก 2 เดือนครอบครัวเราก็จะได้ไปอยู่บ้านหลังใหม่แล้ว ช่วงรอบ้านเสร็จ  ต้องขอไปอยู่บ้านยายก่อน แต่ช่วงที่รอบ้านเสร็จ พ่อเครียดเรื่องอะไรเราไม่รู้ รู้แต่ว่าพ่อกินเหล้ามากกว่าปกติ เรียกพ่อกินข้าวพ่อก็ไม่กิน พ่อคงเหนื่อย ที่พ่อกินเหล้าทุกวันคงทำให้พ่อมีความสุข  

คืนวันเสาร์ที่ 21 พฤษภาคม 2532   เป็นวันหยุด แต่พ่อไปทำงานปกติ  พ่อกลับบ้านมาแล้วเดินไปกินเหล้าที่บ้านน้าที่อยู่ไม่ไกลมาก  วันนี้เราไม่ค่อยได้คุยกับพ่อ เรากินข้าวแล้ว เข้านอน แต่พ่อยังกินเหล้าอยู่ และเราก็ไม่คิดว่า ค่ำคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายของพ่อ   

    ท้องฟ้า พุทธศักราช 2532   วันอาทิตย์ที่ 22 พฤษภาคม เวลาแปดโมงเช้า เราเดินมา ดูพ่อกับแม่  เห็นพ่อนอนอยู่ พี่ชายไม่อยู่ คงไปขับรถแทนพ่อ พี่ชายจะช่วยพ่อขับรถช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์เป็นประจำเพื่อให้พ่อได้พักผ่อนบ้าง  เรามองหน้าพ่อ วันนี้พ่อคงไม่สบายเพราะเมื่อคืนกินเหล้าดึกแน่ ๆ เราคิด ในใจ  หน้าพ่อดำ ตัวและท้องบวม เรารีบเดินมาหาแม่  

“แม่ ๆ ดูพ่อหน่อย พาพ่อไปหาหมอไหม พ่อนอนร้องครวญคราง” เราไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อเป็นอะไร “พ่ออยากกินน้ำอัดลมเย็น ๆ ไปซื้อให้พ่อหน่อย” แม่บอกเรา  เรารีบออกไปซื้อน้ำอัดลมให้พ่อกิน  เราเดินกลับเข้ามาในบ้าน เห็นพ่ออยู่ในอ้อมอกแม่ แม่เอาน้ำอัดลมให้พ่อกิน พ่อสะอึก และแน่นิ่งไป มือของพ่อกดไปที่แขนแม่ มองเห็นเป็นสีเขียวคล้ำ ญาติๆ  ช่วยพาพ่อ ไปโรงพยาบาล แต่หมอบอกว่าพ่อเสียชีวิตก่อนจะมาโรงพยาบาลแล้ว 

ในความรู้สึก ณ เวลานั้น  ความสูญเสีย ความเสียใจมากที่สุด ได้เกิดขึ้นกับเรา เราจะขอจดจำความรัก ที่แสนดีที่พ่อมีต่อลูก ถึงพ่อจะไม่มีปริญญา และเกียรติยศใด ๆ แต่พ่อคือครูของลูก ด้วยความงดงามในจิตใจของพ่อนั้น มีมากกว่าสิ่งใด เวลานี้ที่พ่อจากไป   เราขอบอกพ่อว่า ถ้าชาติหน้ามีจริงขอเกิดเป็นลูกพ่อทุกชาติไป บันทึกการจากไป เวลา 13.00 นาฬิกา

      ท้องฟ้า วันที่ 22 พฤษภาคม ของทุกปี ครอบครัวของเรา แม่และพี่ ๆ น้อง ๆ จัดพิธีทำบุญที่วัดเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้พ่อ ถึงเราไม่รู้พ่ออยู่ภพภูมิใด แต่หัวใจที่ผูกพันยังคงสานต่อในความเป็นพ่อลูกอยู่ตลอดไป

        ท้องฟ้า  เดือนพฤษภาคม 2561 เรามองไปที่สนามหน้าบ้าน เห็นต้นลีลาวดีออกดอกสีขาวนวล ส่งกลิ่นหอมมาให้ดอมดม แม่กำลังกวาดใบไม้ หยอกล้ออยู่กับหลานตัวน้อย แม่อยู่บ้านที่พ่อซื้อ มีความสุขกับลูก ๆ หลาน ๆ  ลูก ๆ เรียนจบ ทำงาน เลี้ยงดูแม่ หากพ่ออยู่บนท้องฟ้า หรือดาวดวงใด พ่อคงยิ้มให้เรา เรื่องราวเหล่านี้  มีความรัก ความเศร้า ความดีงาม และความผูกพัน จะขอจดจำไว้ในหัวใจตลอดไป เรามอง บนท้องฟ้าวันนี้พระจันทร์ยังยิ้มให้

เกิดชาติหน้าฉันใดให้พันผูก      เป็นพ่อลูกปลูกรักถักทอฝัน
ณ ขอบฟ้ากลางใจในวารวัน       ขอให้ฉันมีพ่อกอดตลอดไป

นนท์ธวัช กองกล้า

                                 วิทยากรพินิจ

ขอบฟ้ากลางใจ ของอรอนงค์ อยู่คงศักดิ์ นำเรื่องพ่อมาเล่า ใช้ฟ้าเป็นสื่อในการเล่าเรื่อง เหมือนธรรมดาแต่เหนือกว่าธรรมดาคือเล่าได้เห็นภาพได้ยินเสียง มีชีวิตลึกๆและความสุขซ่อนไว้ในความเศร้า

สมปอง ดวงไสว