เรื่อง:  อรอนงค์ อยู่คงศักดิ์


ช่วยพ่อนับเงินหน่อย”  

เรามองหน้าพ่อสีหน้าเคร่งเครียดมากพ่อกับเรานับเศษสตางค์รวมกันได้จนครบ 400 บาทใช้เวลานับเกือบ 2 ชั่วโมง  พ่อบอกให้ไปแลกเป็นแบงก์ที่โรงอาหาร  พ่อไปแล้วจ่ายเงินครูให้เรียบร้อยนะ”  เราลงจากรถ  เรารู้แล้วว่าพ่อเอาเงินที่ผู้โดยสารจ่ายมาเป็นเงินค่าเทอมให้เราหลังจากพ่อขับรถออกไปเรามองพ่อไกลสุดสายตารู้สึกสงสารพ่อมาก  


            ณ ขอบฟ้า

ท้องฟ้าวันนี้ มองเห็นพระอาทิตย์ดวงกลมโต สีแดงสดใส เริ่มมีไอแดดสาดส่องที่ขอบฟ้า หมู่นกบินรวมฝูง บินเคียงคู่กัน ผสานเสียงขับร้องเหมือนคุยสนทนาพบปะ  เล่าเรื่องราวธรรมชาติ มองไปเช่นนั้นคิดได้ว่า ไม่มีสิ่งใดจะเสมอเหมือนและติดตามกันไปสุดหนทาง เพราะทุกคนและทุกชีวิตย่อมมีกรรมเป็นของตน 

         ดั่งเช่นชีวิตเด็กชายชวลิต อยู่คงศักดิ์ เด็กชายชาวมอญ  รูปร่างสันทัด จมูกโด่ง อาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่เกาะเกร็ด นนทบุรี  ทุกเช้าและเย็นพ่อเดินกลับบ้านจะเห็นปู่ย่าและบ้านใกล้เรือนเคียง  ปั้นเครื่องปั้นดินเผา   

 “พ่อ ๆ เล่าให้ฟังหน่อยจ๊ะ ว่าเค้าปั้นดินผงดินเผากันยังไง ถึงได้สวยจัง ” เราถามพ่อ ท่านครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะแล้วตอบว่า          

“ เท่าที่จำได้นะ ก็ต้องปั้นขึ้นรูปก่อน โดยใช้แป้นหมุน แล้วนำดินที่นวดแล้ว มาปั้นตามรูปถ้วยแป้นหมุน ใช้มือบีบเบา ๆ ปั้นดินให้ขึ้นรูปตามภาชนะ ต้องใช้ผ้าชุบน้ำผิวจะได้เรียบ เมื่อขึ้นรูปเสร็จ ก็ใช้เส้นลวดขนาดเล็ก  ตัดชิ้นงานขึ้นมาจากแป้นหมุน หรือจนแห้งพอที่จะแกะลวดลาย แต่งพื้นผิวให้เรียบเสมอกัน  เมื่อชิ้นงานแห้งแล้วให้ร่างโครงของลวดลายจนรอบชิ้นงาน แกะลายให้มันชัดขึ้น ลงลวดลายรายละเอียดจนเสร็จงาน แล้วก็นำผึ่งลมตากแดด 7 วัน  นำเข้าเตาเผา ประมาณ 1-2 วัน  แล้วก็นำมาคลายความร้อนอีก 1 วัน  นั่นแหละถึงจะนำไปขายได้ แค่นี้แหละง่ายไหม 55 ” พ่อบรรยายให้เราฟัง 

“โห กว่าจะมาเป็นหม้อ เก่งมาก ๆ”  เราบอกพ่อ

“การปั้น  มีมาตั้งแต่ตั้งแต่โบราณแล้ว สมัยกรุงศรีโน่น คนมอญเก่งนะ ปั้นได้หลายอย่าง จะให้ปั้น โอ่ง ครก ได้ทั้งนั้น  เกาะเกร็ดมีดินเหนียวมากดิน และแตกต่างกับที่อื่น โดยเฉพาะเครื่องปั้นดินเผาหม้อลายวิจิตร ถือเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด เป็นภูมิปัญญาทางด้านหัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผา ถ่ายทอดในครอบครัวเพื่อเป็นการปลูกฝัง และ สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น”  พ่อชอบเล่าให้ฟังบ่อย ๆ  ถึงความเป็นสถาบันครอบครัวที่เกาะเกร็ดแห่งนี้ มีความรัก ความผูกพัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  

“ขนมหวานที่นี่ก็อร่อยเยอะ ทองทั้งหลาย ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง  กินกันอ้วนท้วนทุกคน”  น่าจะจริงเพราะรูปร่างผู้หญิงเกาะเกร็ดส่วนใหญ่ค่อนข้างท้วม ผิวพรรณดี  ที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่อยู่ริมน้ำ เป็นบ้านไม้ ชั้นล่างมีหินยึดติดบ้าน เพื่อกันการกัดเซาะ และคลื่นจากเรือที่สัญจรไปมา เกือบทุกบ้าน ส่วนใหญ่ใช้หินจากครก หน้าบ้านมีระเบียงไม้ โปร่งสบายร่มเย็น พ่อเล่าอีกว่า ชาวเกาะเกร็ดลำบาก  ช่วงน้ำทะเลหนุน 

“น้ำท่วมตลอดตั้งแต่เดือนตุลาคม เป็นช่วงหน้าฝน ต้องขนของหนีน้ำกันทุกปี บางบ้านต้องยกบ้านใหม่  บางบ้านยกไม่ได้ก็ต้องทนอยู่กับน้ำไป” 

             ฤดูแห่งความรักดั่งดอกไม้ผลิดอก  ใบไม้ผลิใบ สีสันงดงาม มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ฟ้ายังคงสดใส สวยงาม พ่อกับแม่เจอกันที่โรงงานทอผ้า  จ.นนทบุรี ในสมัยนั้น แม่เป็นสาวโรงงาน พ่อเป็นพนักงานขับรถ ในที่ทำงานเดียวกัน 

“โรงงานเล็กๆ แคบๆ เดินไปเจอกัน ผู้หญิงคนนี้น่ารัก ทั้งโรงงาน  ไม่มีใครสวยกว่านี้แล้ว”  พ่อพูดถึงแม่ พ่อชอบขับรถพาแม่ไปเที่ยว คงเป็นบุพเพสันนิวาส ที่แม่ชอบนั่งรถและพ่อชอบขับรถ ความรักที่พ่อมีต่อแม่ พ่อเริ่มไปมาหาสู่แม่  ที่บ้านตาแม้นและยายมูล แม่อาศัยอยู่ในซอย วัดบัวขวัญ จ.นนทบุรี ตาเป็นครูสอนวิชาภาษาไทย และยายเป็นลูกศิษย์ ตาสอนที่โรงเรียน วัดบัวขวัญ 

“ตึ๋งเหรอกินเหล้าเก่งนะ แต่เล็กมันชอบของมัน เป็นหัวหน้าครอบครัวรับผิดชอบได้ ก็ให้แต่งงานกัน”  พิธีแต่งงานระหว่างพ่อกับแม่จัดขึ้นตามประเพณี พ่อกับแม่เริ่มต้นชีวิตคู่และชีวิตครอบครัวตั้งแต่วันนั้น