“กล้อง ที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวัน เลนส์ที่เราเปลี่ยนกันไปมา เพื่อการขวนขวายหาภาพที่ดีเยี่ยมนั้น เป็นผลพวงอันยาวนาน ที่ทุกท่านของคนรุ่นเก่าแก่ ได้อุทิศกายใจตลอดเวลา คนรุ่นผม คือ คนสองกาลเวลา ใช้ฟิล์มมาตั้งแต่เกิด พอรู้เรื่องถ่ายภาพ พ.ศ.2512 เรื่อยมาจนถึงพ.ศ.2540 กล้องเลนส์ เริ่มเคลื่อนไหว แปรเปลี่ยน ต้องปรับสภาพกันยกใหญ่”


เรื่องและภาพ: สงคราม โพธิ์วิไล

การค้นคว้า จากสืบหา ต่อยอด ทดลอง ของผู้คนรุ่นเก่าที่ทำให้เรามีวันนี้ วันที่กล้องทันสมัย วันที่เลนส์สุดยอด

ภาพที่ 1

หนังสือยุคใหม่ บอกเนื้อหาเรื่องราวที่เป็นเรื่องกล้องเลนส์ ของดิจิตัล แต่พื้นฐานเดิมพัฒนามากจากกระบวนการที่อิงมาจากหนังสือที่บันทึกไว้ของคนทดลองรุ่นเดิมทั้งสิ้น

ภาพที่ 2

หนังสือยุคเก่า ที่ผมสะสมไว้ คือต้นตอแห่งจินตนาการ ที่เป็นสายธารทองเชื่อมต่อให้เข้าใจในวิธีคิด การเปลี่ยนแปลงได้อย่างพอดี

ภาพที่ 3

ผมเคยทำลำดับการเปลี่ยนแปลงของวงการถ่ายภาพพอสังขปไว้ว่า พ.ศ.ใด ค.ศ.ใด ตรงกับเหตุการณ์ในบ้านเมืองของเราบ้าง กล้องเป็นมาอย่างไร พัฒนาไปอย่างเหมาะสมกับยุคสมัยโดยแท้

ภาพที่ 4

การบันทึกเชิดชู ผู้อุทิศเวลากับการถ่ายภาพนั้นควรประดับไว้ในโลกาอย่างสูงยิ่ง อย่างนายเนี้ยพ ดูตามหลักฐานที่บันทึกไว้ว่า ท่านมีอายุเพียง 68 ปี เท่านั้น เกือบทั้งชีวิต ค้นหา ทดลองการบันทึกภาพด้วยวิธีการต่างๆ จนมาสำเร็จได้ เมื่ออายุ 61 ปี แล้วอีกเพียง 7 ปี ท่านก็ได้จากไป ทิ้งไว้เพียงการสืบทอดให้คนรุ่นหลังแสวงหาต่อเติม ต่อยอด แตกกิ่งก้านให้รุ่งเรือง

กล้อง ที่พวกเราใช้กันอยู่ทุกวัน เลนส์ที่เราเปลี่ยนกันไปมา เพื่อการขวนขวายหาภาพที่ดีเยี่ยมนั้น เป็นผลพวงอันยาวนาน ที่ทุกท่านของคนรุ่นเก่าแก่ ได้อุทิศกายใจตลอดเวลา คนรุ่นผม คือ คนสองกาลเวลา ใช้ฟิล์มมาตั้งแต่เกิด พอรู้เรื่องถ่ายภาพ พ.ศ.2512 เรื่อยมาจนถึงพ.ศ.2540 กล้องเลนส์ เริ่มเคลื่อนไหว แปรเปลี่ยน ต้องปรับสภาพกันยกใหญ่

ผมอาจโชคดี ที่ได้เคยร่ำเรียนการถ่ายภาพเต็มหลักสูตรของโกดัก (ประเทศไทย) ที่ถนนทรัพย์  สมัยนั้น (พ.ศ.๒๕๑๒)และได้มีโอกาสทำงานโรงงานผลิตเลนส์ถ่ายภาพ ร่วมกับออสเตรเลียกับญี่ปุ่น จึงเข้าใจได้ระดับหนึ่ง(ช่วงที่ คุณจิระ จิระมานะพันธ์ เป็นนายกสมัยที่ ๗ พศ.๒๕๒๓)

เข้าใจกล้อง เข้าใจเลนส์ คือการเข้าใจการถ่ายภาพ การถ่ายภาพคือ การเข้าใจด้วยการลงมือทำ ดังสุภาษิตจีน ได้กล่าวไว้ว่า “ป๋ายเหวินปรู๋หรู๋อี๋เจี๋ยน ป๋ายเจี๋ยนปรู๋หรู๋อี้กั้น”  “ได้ยินร้อยครั้ง มิสู้เห็นด้วยตา เห็นด้วยตาร้อยครั้งมิสู้ลงมือทำ”

สุภาษิตไทยก็มีให้คิด “สิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็น ไม่เท่าทำเอง”

ฉบับนี้เกริ่นรับคณะกรรมการชุดใหม่ เพราะมีหน้าการเขียนบทความลดลงบ้างนะครับ ขอให้สมาชิกทุกท่านสุขกาย สุขใจกับชีวิตและสถานการณ์รอบตัว อย่างรู้เท่าทันครับ

กราบสวัสดีทุกท่าน