วัฏจักรความเคลื่อนไหวของโตนเลสาบเช่นนี้เอง ได้ก่อกำเนิดความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่โดยรอบ การแลกเปลี่ยนและไหลเวียนระหว่างโตนเลสาบกับแม่น้ำโขง ทำให้เกิดการพัดพาตะกอนดินและแร่ธาตุอาหาร ซึ่งนอกจากจะทำให้ทะเลสาบกลายเป็นแหล่งพันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ชนิดแล้ว พื้นที่โดยรอบทะเลสาบโดยเฉพาะส่วนที่โผล่พ้นผิวน้ำในช่วงหน้าแล้งนั้น ยังนับเป็นผืนดินอันเหมาะแก่การเพาะปลูกอีกด้วย


เรื่อง-ภาพ สายัณห์ ชื่นอุดมสวัสดิ์

KAMPONG LUONG

MAXIMUM 7 KM

MINIMUM 2 KM

ป้ายบอกระยะทางบนถนนริมรอบโตนเลสาบมักชวนให้ฉงนสงสัย ผมเอ่ยถามสีนาว่าตกลงแล้วจากเส้นทางหลักไปถึง กำปงลวง (Kampong Luong) นั้น 7 หรือ 2 กิโลเมตรกันแน่ สารถีหนุ่มหัวเราะร่วนพร้อมกับตอบกลับมาว่า ป้ายบอกระยะทางแบบนี้ดูกำกวมเสมอสำหรับคนต่างถิ่น แต่ป้ายกวนๆ เช่นนี้แหละ ที่สามารถบอกเล่าจังหวะวิถีแห่งโตนเลสาบได้อย่างแจ่มชัดที่สุด ในช่วงฤดูน้ำหลาก เส้นทางถนนจะถูกน้ำท่วมหมดทำให้ระยะทางจากถนนสายหลักจนถึงฝั่งน้ำเหลือเพียง 2 กิโลเมตร แต่ถ้าเป็นช่วงแล้ง ระดับน้ำก็จะลดลงไปจนทางถนนยืดระยะยาวไปเป็น 7 กิโลเมตรนั่นเอง

นักวิจัยหนุ่มเสริมขึ้นมาบ้างว่า ยามแล้งโตนเลสาบจะมีพื้นที่อยู่ประมาณ 2,700 ตารางกิโลเมตร กินอาณาบริเวณกว้างไกลครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ กำปงธม กำปงชนัง โพธิสัตว์ พระตะบอง เสียมเรียบ และจะขยายพื้นที่ผิวน้ำออกเป็น 16,000 ตารางกิโลเมตรในช่วงน้ำมาก  ซึ่งนับเป็นห้าเท่าของช่วงหน้าแล้งเลยทีเดียว

เมื่อได้นึกเปรียบเทียบกับทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือ บึงบอระเพ็ด ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 212 ตารางกิโลเมตรแล้ว ภาพความกว้างใหญ่ของโตนเลสาบก็ถมทับความทรงจำเดิมๆ ที่ผมเคยรู้สึกถึงบึงบอระเพ็ดจนแทบลางเลือน

วัฏจักรความเคลื่อนไหวของโตนเลสาบเช่นนี้เอง ได้ก่อกำเนิดความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่โดยรอบ การแลกเปลี่ยนและไหลเวียนระหว่างโตนเลสาบกับแม่น้ำโขง ทำให้เกิดการพัดพาตะกอนดินและแร่ธาตุอาหาร ซึ่งนอกจากจะทำให้ทะเลสาบกลายเป็นแหล่งพันธุ์ปลาน้ำจืดที่มีมากกว่า 200 สายพันธุ์ชนิดแล้ว พื้นที่โดยรอบทะเลสาบโดยเฉพาะส่วนที่โผล่พ้นผิวน้ำในช่วงหน้าแล้งนั้น ยังนับเป็นผืนดินอันเหมาะแก่การเพาะปลูกอีกด้วย

กำปงลวงเป็นชุมชนลอยน้ำขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งในโตนเลสาบ แต่ผมก็ใช้เวลาสำรวจและถ่ายภาพที่นี่ไม่มากนัก เนื่องจากภาพบ้านเรือนชุมชนมีความคล้ายคลึงกับชุมชนชนกตรูที่ผ่านมาเมื่อวันวาน ที่นี่มีบ้านโฮมสเตย์สำหรับนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นสองสามแห่งเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก นานๆ ครั้งถึงจะมีนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกผ่านมาพักบ้าง

เรากลับสู่ถนนสายหลักหมายเลข 5 อีกครั้ง มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกสู่เมืองพระตะบอง เพื่อรอเรือโดยสาร พระตะบอง-เสียมเรียบ ที่จะออกในวันรุ่งขึ้น การเดินทางโดยเรือตัดทะเลสาบจากพระตะบองสู่เสียมเรียบนั้น นับเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวที่นิยมมาก ใช้เวลาทั้งวันล่องไปตามแม่น้ำสังแก (Sangker River) แล้วออกสู่เวิ้งน้ำทะเลสาบไปขึ้นฝั่งที่ จองคะเนีย (Chong Khneas) เมืองเสียมเรียบ และเนื่องจากเป็นเส้นทางที่ใช้เวลาเดินทางทั้งวัน เราจึงตกลงกันให้สีนาขับรถอ้อมทะเลสาบไปเจอกันที่เสียมเรียบในช่วงเย็นเลย

วันรุ่งขึ้น ผมและซุนเฮงมาถึงท่าเรือริมแม่น้ำสังแกแต่เช้าตรู่ ตั๋วโดยสารถูกขายจนหมดในเวลาอันรวดเร็ว เกือบทั้งลำเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะจากตะวันตก หลังจากตระเตรียมเสบียงน้ำดื่มเรียบร้อยแล้ว เรือโดยสารขนาดกลางกับผู้โดยสารประมาณ 20 กว่าคนก็เริ่มเดินทางออกจากท่าเรือเมืองพระตะบอง

ช่วงแรกเรือโดยสารลำนั้นพาเราลัดเลาะไปบนแม่น้ำสังแก วิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งยังเป็นบ้านเรือนชาวบ้านหนาแน่น นานครั้งจะมีเรือข้ามฟากลำเล็กๆ ซึ่งพาผู้โดยสารและมอเตอร์ไซค์สองสามคันตัดผ่านหน้าไปสักครั้ง ราวสองชั่วโมงเศษบ้านเรือนก็เริ่มบางตาลงเปลี่ยนเป็นเรือกสวนไร่นาสลับกับดงไม้ทึบ ความตื่นเต้นของนักท่องเที่ยวก็ลดทอนลงไปตามระยะเวลาเดินทางที่เพิ่มมากขึ้น เสียงพูดคุยเริ่มหายไป หลงเหลือแต่เสียงเครื่องยนต์เรือที่ยังดังกระหึ่มอยู่อย่างสม่ำเสมอ

หลังจากเผลอหลับและมารู้สึกตัวตื่นอีกที เรือโดยสารลำนั้นก็จอดนิ่งเทียบเรือนแพขายของชำเสียแล้ว จุดนี้เป็นจุดแวะพักกินข้าวเที่ยงหลังจากเดินทางมาได้ครึ่งค่อนวันพอดี นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งเลือกหยุดพักที่นี่ เพื่อหาเรือเดินทางต่อไปยัง เปรกตรวล (Prek Toal Bird Sanctuary) เขตสงวนพันธุ์นกน้ำที่สำคัญที่สุดของโตนเลสาบ

บ้านของนกน้ำและสถานีหยุดพักที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับฝูงนกอพยพ

ความอุดมสมบูรณ์ของโตนเลสาบไม่เพียงแต่หล่อเลี้ยงวิถีชีวิตของผู้คนริมรอบเท่านั้น หากยังเป็นบ้านของนกน้ำและสถานีหยุดพักที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับฝูงนกอพยพอีกด้วย ส่วนใหญ่ก็เป็นนกน้ำชนิดต่างๆ เช่น นกแซงแซว นกกระเรียนหัวเล็ก หัวใหญ่และหัวแดง นกกระสาปากเหลือง ไก่ฟ้า นกกระทุง ฯลฯ

ซุนเฮงเล่าว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาเยือน เปรกตรวล จากเสียมเรียบซึ่งสามารถมาเช้าและกลับไปช่วงเย็นได้ แต่ถ้าหากมาจากทางพระตะบองอาจต้องหยุดค้างคืนที่นี่อย่างน้อย หนึ่งคืน

“นกกินปลาขนาดใหญ่มารวมกันที่นี่เพราะมีไม้ใหญ่ให้ทำรัง นอกจากนั้นยังหากินง่าย คนที่นี่เล่าว่ามีปลาอาศัยอยู่บริเวณนี้เยอะมาก บางครั้งล่องเรือไปจะได้ยินเสียงตึงตังจากปลาที่ว่ายชนท้องเรือ”

Prek Toal Bird Sanctuary ผมนึกชอบคำนี้ขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด แม้ว่าโดยทั่วไปจะแปลความได้ว่า เขตสงวนหรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แต่ภาษาอังกฤษง่อยๆ ของผมเลือกที่จะแปลว่า อาณาบริเวณศักดิ์สิทธิ์ของเหล่านกน้ำ

ติดตามอ่านตอนต่อไป….