เรื่องและภาพ : ณคเรศ ธีระคำศรี

จังหวัดสุรินทร์ได้ก่อตั้งศูนย์คชศึกษาก็เพื่อจะต้องการช่วยเหลือช้างและควาญช้างให้มีรายได้พอสมควร  แทนการที่จะต้องพาช้างออกไปเร่ร่อนตามที่ต่างๆทั่วประเทศเพื่อหารายได้ ผมมีโอกาสเดินทางมาสุรินทร์อยู่บ่อยครั้งเพื่อถ่ายภาพสารคดีช้าง เช่นงานบวชช้างในวันวิสาขบูชา ก่อนเข้าพรรษา ชาวบ้านแถบบ้านตากลาง มักจะนิยมให้นาคนั่งช้างมาบวช ที่วัดบ้านตากลาง ขบวนแห่จะเป็นแถวยาวเหยียด ช้างมาร่วมขบวนร่วม ๆ ร้อยเชือก แน่นขนัดเต็มลานวัด  เป็นงานที่ได้ถ่ายภาพช้างเป็นเต็มๆ งานหนึ่งของจังหวัดสุรินทร์ นอกจากงานช้างประจำจังหวัดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเพณีงานบุญ ทุกงานต้องมีช้างมาเกี่ยวข้องแทบทุกงาน

ช่วงที่ผมไปเป็นงานแห่เทียนเข้าพรรษาก็มีขบวนช้าง กว่าแปดสิบเชือกมาร่วมขบวนแห่เทียนเข้าพรรษา พระสงฆ์นั่งบนหลังช้างมารับบิณฑบาตในยามเช้า ตอนนั้นแสงสวยมากเลยครับ ถ่ายได้ทั้งย้อนแสงและตามแสง ถ้าเป็นสมัยก่อนเปลี่ยนฟิล์มถ่ายภาพกันแทบไม่ทัน มายุคนี้ก็ต้องเจออาการการ์ดเต็ม และงานแต่งงานบนหลังช้างก็กำลังมาแรงในหมู่ของผู้ที่ต้องการสร้างสถิติ ในเรื่องแปลกให้กับชีวิตตนโดยงานแต่งงานบนหลังช้างจะจัดขึ้นทุกวันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี  

ศูนย์คชศึกษามีช้างประจำศูนย์อยู่ร่วม 60 เชือก ให้ได้ถ่ายภาพซึ่งเป็นช้างที่ประจำอยู่ที่ศูนย์เปิดทำการแสดงทุกๆวัน   กิจกรรมที่ช้างจะแสดงให้ได้ชมก็มีสองรอบในช่วงเช้า ส่วนช่วงบ่ายก็เป็นกิจกรรมที่เหล่าควาญช้างจะพาช้างไปอาบน้ำที่วังทะลุ ซึ่งเป็นสถานที่แม่น้ำมูลและมาน้ำชีมาบรรจบกัน และรอบที่ช้างแสดงจะใช้เวลาประมาณ สี่สิบนาที ไม่มีการเก็บค่าเข้าชม ควาญช้างจะมีรายได้จากเงินเดือนที่ทางศูนย์คชศึกษา จะจ่ายให้เป็นประจำทุก ๆ เดือนและได้เพิ่มจากการขายของที่ระลึก และขายอาหารให้กับช้างเมื่อมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมในแต่ละวัน 

ผมเลือกที่นั่งให้พอเหมาะเมื่อการแสดงกำลังจะเริ่มขึ้น การที่เราได้ที่นั่งที่เหมาะสมจะทำให้เราถ่ายภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น  เลนส์ที่เรานำมาด้วยก็จะสามารถครอบคลุมองศาการถ่ายภาพได้ดี ซึ่งเลนส์ที่จะใช้งานได้ดีก็อยู่ในช่วง 80-200 มม. ส่วนในช่วงของซูมมุมกว้างจะไม่ค่อยจะได้ใช้เพราะการแสดงของช้างจะอยู่ไกลออกไป กลางสนามแสดงและยังมีรั้วกั้นระหว่างการแสดงและผู้ชมอีกด้วย 

 ก่อนเริ่มการแสดงก็จะมีการเซ่นศาลปะกำ ตามความเชื่อของชาวกวยแต่โบราณเพื่อเสี่ยงทายและความเป็นศิริมงคล เมื่อจะออกไปคล้องช้างป่าในแต่ละครั้ง เครื่องเซ่นก็จะมีเหล้าขาว อาหารคาว หวาน และ ไก่ดำต้ม ชาวกวยผู้เฒ่าของหมู่บ้านจะแต่งกายด้วยชุดโบราณจะเป็นผู้ดำเนินการเซ่นสรวงยังศาลที่เรียกว่า ศาลปะกำ  ซึ่งศาลปะกำนี้จะมีประจำกันทุกๆบ้านที่เลี้ยงช้าง

กลางลานแสดงก็เริ่มขึ้นหลังจากสิ้นเสียงของ การเป่าเขาควายที่ดังกังวานของผู้เฒ่าชาวกวย ช้างจะเดินตามกันออกมาเป็นขบวนพาเหรด และมายืนเรียงแถวหน้ากระดานทำความเคารพผู้ชมกันอย่างพร้อมเพียงบางเชือกก็ทำการเคารพสี่ขาย่อตัวลง ส่วนบางเชือกก็สามารถยกขาหน้าขึ้นได้สองขาทำความเคารพ  คราวนี้ก็เลือกเอาหละครับว่าจะถ่ายภาพในจังหวะไหน  จะถ่ายเดี่ยวหรือถ่ายหมู่ช้างกัน มีทั้งตัวโตและตัวเล็กลูกช้างเกิดมาได้ไม่ถึงเดือน ยังไม่หย่านมแม่ก็มาร่วมขบวนแสดงด้วย  การแสดงต่อเนื่องกันหลายชุด  ช้างเตะฟุตบอล ช้างปาลูกดอกให้ลูกโป่งแตก  ช้างเดินข้ามคนที่นอนอยู่  ช้างวาดภาพ ซึ่งแต่ละชุดการแสดงก็เรียกเสียงตบมือจากผู้ชมได้เกรียวกราว เป็นที่ถูกใจที่ได้เห็นความฉลาดของช้างที่แสดงให้ชม

ในบริเวณของศูนย์คชศึกษา ยังมีห้องพิพิธภัณฑ์ช้างให้ได้ชมและศึกษาหาความรู้ด้วยครับ ภายในก็จะมีเรื่องราวของช้างในแง่มุมต่างๆทั้งช้างไทยและช้างพันธ์ต่างๆที่มีอยู่ในโลกให้เราได้เห็นภาพ  มีอุปกรณ์จับช้างในสมัยโบราณ มีโครงกระดูกช้างจัดแสดงไว้ในห้อง ซึ่งก็ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอยู่ไม่น้อยครับ ออกจากห้องพิพิธภัณฑ์ผมก็ตะเวณเดินเก็บภาพโดยรอบไปเรื่อยๆ มีช้างอยู่ให้ถ่ายภาพเต็มไปหมด เลือกมุมถ่ายภาพได้มากมาย มีโอกาสได้เปลี่ยนมาใช้เลนส์มุมกว้างเพราะสามารถเข้าใกล้ช้างได้ในระดับหนึ่ง  ผมซูมเลนส์มาอยู่ในระยะกว้างสุดแล้วก้มตัวลงต่ำๆเงยกล้องขึ้นไป เพื่อให้ภาพช้างที่ได้มีมุมมองที่สูงใหญ่โดยมีท้องฟ้าเป็นฉากหลัง  บางมุมก็เลือกซูมถ่ายภาพเฉพาะส่วนงาของช้างที่ดูสวยงาม  ช้างบางเชือกจะถูกล่ามอย่างแน่นหนาก็ต้องคอยระวังไม่เข้าไปให้ใกล้นัก เนื่องจากเป็นช่วงที่ช้างเชือกนั้นกำลังตกน้ำมัน ซึ่งช้างจะหงุดหงิดและค่อนข้างโมโหร้าย ต้องคอยระวังตัวไม่ประมาทเด็ดขาดครับ  เราไมรู้ว่าช้างอยู่ในอารมณ์ไหนมันอาจจะโมโหขึ้นมทันทีทันใดแล้วไม่มีใครจะควบคุมมันได้ ผมเองเคยประสบกับอารมณ์ร้ายของช้างมาหลายครั้งทั้งกับผู้อื่นและตนเอง สำหรับตัวผมเองนะครับ เรื่องจริงครับ  ช้างวิ่งไล่แต่วิ่งไม่ทันผม ผมสละกระเป๋ากล้องลงจากไหล่เพื่อความคล่องตัวในการวิ่งส่วนมือขวาพันไว้ด้วยสายคล้องคอกำกล้องแน่นไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือเด็ดขาด วิ่งต่อไปสุดชีวิต  มันโมโหเลยเหยียบกระเป๋ากล้องผมแทน ตอนนั้นผมใช้กระเป๋าdomke รุ่น f4 เป็นกระเป๋าผ้า เลนส์ข้างในกระเป๋ากล้องก็เป็นเลนส์ ais เหล็กล้วนๆ ทำให้ไม่เป็นอะไรมากมีรอยภายนอกเล็กน้อย ที่น่าเจ็บใจก็คือฟิล์มในกระเป๋าข้างสิครับปี้แบนหมดใช้การอะไรไม่ได้  ผมจึงไม่ค่อยจะสนิทใจนักกับการที่จะต้องเดินเข้าถ่ายภาพช้างใกล้ๆ 

ผมชอบที่มาเดินถ่ายภาพเบื้องหลังมากกว่าที่ถ่ายภาพการแสดงของช้างเสียอีก มันทำให้ได้ภาพที่เป็นธรรมชาติจริงๆของช้างมากกว่า  ได้เห็นและได้ภาพความผูกพัน ของเจ้าของช้างกับช้างที่มีต่อกัน ซึ่งการเลี้ยงช้างของผู้คนทางแถบนี้จะรักและผูกพันกันช้างของตนเสมือนญาติผู้หนึ่ง เลยทีเดียว แตกต่างกับการเลี้ยงช้างทางแถบอื่นๆที่เลี้ยงช้างเพื่อใช้งานหนักมาก จนช้างต้องบาดเจ็บล้มตาย อย่างหนังที่ จาพนม แสดงก็จะถ่ายทอดให้ได้เห็นถึงความรักความผูกพันระหว่างควาญกับช้างได้อย่างดีครับ 

ในช่วงบ่าย ช้างนับกว่าสิบเชือก พากันเดินตัดทุ่งท้ายหมู่บ้านตากลางมุ่งสู่บริเวณที่เรียกว่า วังทะลุ อันเป็นบริเวณที่แม่น้ำมูล และลำน้ำชีไหลมาบรรจบกัน ช้างจำนวนมากทะยอยกันมารวมตัวกันอยู่ริมตลิ่งน้ำ  แล้วจึงเดินลุยลงในแม่น้ำพร้อมๆกันโดยมีควาญประจำอยู่บนคอช้างแต่ละเชือก เป็นภาพที่น่าประทับใจมากเลยครับ และคงจะหาชมหรือหาถ่ายภาพกันไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว  ช้างเป็นสัตว์บกขนาดใหญ่แต่ว่ายน้ำ ดำน้ำกันได้คล่องแคล่วมากครับ  ผมใช้เลนส์ช่วง80-200 มม. เลือกจับจังหวะถ่ายภาพตอนที่ช้างใช้งวงดูดน้ำและพ่นน้ำเล่นกัน  แสงแดดในย่ามบ่ายค่อนข้างดีทำให้ได้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงในการจับจังหวะของภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็วๆ อย่างเช่นฝอยน้ำที่ช้างพ่นออกมาจากงวง  

ครับการมาถ่ายภาพช้างที่ศุนย์คชศึกษา ที่บ้านตากลางของจังหวัดสุรินทร์นี้มาได้กันตลอดทั้งปี  มีช้างให้ได้ถ่ายภาพแน่นอน ถ้ามาในช่วงที่มีงานประจำปีคืองานช้าง ช้างทั้งหมดก็จะไปรวมอยู่ที่ตัวจังหวัด ซึ่งจะเป็นช่วงที่มีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศมาร่วมงานแสดงของช้าง   ถ้าไม่ชอบงานที่มีผู้คนมากมายก็แนะนำให้มาในช่วงที่ก่อนจะมีงานช้างสักหนึ่งอาทิตย์  ตอนนั้นช้างทั้งหมดจะกลับมารวมตัวกันอยู่ที่บ้านตากลางเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับงานประจำปี   อีกทั้งชาวนาในแถบนี้ก็เพิ่งจะเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จสิ้น เขาจะปล่อยช้างที่เขาเลี้ยงไว้ให้เดินเข้ามากินฟาง ตอข้าว เศษรวงข้าว ที่หลงเหลืออยู่ในนา  แสงแดดในยามเย็นจะขับสีของฟางข้าวให้เป็นสีเหลืองทอง โดยมีช้างเดินอยู่ในท้องทุ่งนาแห่งนั้น เป็นภาพที่ทำให้ช่างภาพไม่อาจจะ สายตาจากช่องมองภาพไปได้เลยครับ