เรื่องและภาพ : ณคเรศ ธีระคำศรี

ภาพที่เห็นอยู่เจนตา จนแทบจะพูดได้ว่าการเดินไกลของช้างจากป่าสู่เมืองนั้นเห็นไปทั่ว ตามหัวเมืองจังหวัดต่างๆ บนท้องถนนที่มีรถแน่นขนัดของกรุงเทพฯ ผมมองช้างด้วยสายตาที่ผ่านเลยไป  และต่อมาเมื่อมีโอกาสเดินทางไปหมู่บ้านช้างไทย ที่จังหวัดสุรินทร์ดินแดนแห่งคชสาร  สิ่งที่ผมตระหนักถึงความสามารถและปฏิกิริยาที่ช้างแสดงออกมา รู้สึกประทับใจในความรักและผูกพันระหว่างช้างกับควาญช้างชาวกวย

ว่ากันว่าชาวกวยหรือชาวส่วยคือชาติพันธ์ุ ที่มีความสามารถในการคล้องช้างป่ามาเลี้ยง ฝึกหัดให้เป็นช้างบ้านมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีแหล่งพำนักอยู่ที่อำเภอท่าตูม  ตำบลกะโพ บ้านตากลาง จังหวัดสุรินทร์และช้างส่วนใหญ่ก็จะถูกเลี้ยงไว้ที่แถบบริเวณนั้น  แต่ปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนไป วิถีการดำรงชีวิตไม่ว่าคนหรือช้างค่อนข้างลำบาก เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สัตว์บกที่มีขนาดใหญ่ที่สุด จะมีสักกี่คนที่ตระหนักถึงบุญคุณของเผ่าพันธุ์พญาคชสาร ที่เคยสร้างคุณูปการ เป็นนักรบผู้ออกสมรภูมิเพื่อทำศึกปกป้องชาติและบ้านเมือง กลับต้องมาเร่ร่อน รอคอยให้คนลอดท้องหรือโน้มงวงยัดกล้วยใส่ปากจากผู้ใจบุญ บนไหล่ทางคอนกรีตในเมืองกรุง ผมก็ไม่รู้ว่าจะสรรหาวิธีใดนอกเหนือจากการบันทึกภาพแห่งความประทับใจผ่านเลนส์ อย่างน้อยก็ได้เผยแพร่อีกแง่มุมของวิถีคนกับช้าง

การถ่ายภาพช้างไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะช้างตัวโต มากๆ ต้องหาจุด หามุมโฟกัส อาจเป็นเพราะช้างมีตาเล็กนิดเดียว ผมถูกสั่งสอนมาว่าถ่ายภาพสัตว์ต้องโฟกัสลูกตาให้คม โฟกัสให้อยู่ ด้วยเพราะลักษณะของช้างมีโครงสร้างส่วนหัวที่ใหญ่โตกว่าสัตว์อื่น ทว่ามีดวงตาที่เล็กนิดเดียวจึงไม่ใช่เรื่องง่าย กับการโฟกัสดวงตาให้ได้  ผมมักจะใช้รูรับแสงให้เล็กแคบลงเพื่อครอบคลุมช่วงของคมชัดไว้

บางทีเมื่อกดชัตเตอร์ลงไปภาพที่ได้เมื่อนำมาขยายดูจะได้ความชัดที่ลำตัวมากกว่าบริเวณใบหน้า และที่ต้องระวังอีกจุดของการถ่ายภาพช้างก็คือความเข้มของสีภาพที่พอเหมาะพอควร ซึ่งทุกวันนี้กล้องระบบดิจิตอลช่วยเราถ่ายภาพได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้นเทียบกับสมัยก่อนที่ใช้ฟิล์มถ่ายกว่าจะได้เห็นภาพออกมามืดหรือสว่างต้องล้างดูก่อน จึงจะรู้ว่าตัวของช้างมีสีที่เข้มกว่าปกติกว่าสีอื่น ๆ โดยรอบ  เมื่อถ่ายภาพออกมาสีของตัวช้างจะสว่างกว่าความเป็นจริง ผมจึงต้องชดเชยแสงให้มืดกว่าปกติ คือครึ่งรูรับแสงหรือหนึ่งรูรับแสง สีสันของตัวช้างจึงจะออกมาพอดี เหมือนกับถ่ายภาพของปราสาทหินก็เช่นกัน ถ้าถ่ายภาพตามปกติ ค่าแสงที่วัดได้ก้อนหินก็มักจะเป็นสีนวลๆ ไม่เข้ม จึงต้องใช้หลักการเดียวกันคือถ่ายภาพให้อันเดอร์ลงมาสักเล็กน้อย

ติดตามอ่านตอนต่อไป…