เรื่องและภาพ : ตุลยา ตัณฑ์กำเนิด

“คุณผู้หญิงครับ คุณผู้ชายอยู่ไหมครับ”
“ไม่อยู่หรอกจ้า ไปถ่ายหนังต่างจังหวัด นานกว่าจะกลับ มีธุระอะไรรึเถ้าแก่”
“กระผมจะมาขอเก็บค่าไม้และค่าวัสดุก่อสร้างครับ”
“อะไรนะ! คุณสมชายไปค้างเงินเถ้าแก่ตั้งแต่เมื่อไหร่ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย ? ”

แม่เอ่ยปากถามเถ้าแก่โรงไม้ที่คุ้นเคยกันดี เพราะโรงไม้ของเถ้าแก่ตั้งอยู่ปากคลองชักพระ ถัดจากบ้านไปไม่กี่คุ้งน้ำ คนในละแวกนี้มักซื้อไม้จากร้านเถ้าแก่กันเกือบทุกหลัง จึงเป็นที่รู้จักและไว้เนื้อเชื่อใจกัน คุณสมชาย ตัณฑ์กำเนิด คือชื่อ นามสกุลจริงตามบัตรประชาชนและใช้ในการแสดงหนัง แสดงละครในบทบาทพระเอก พ่อมีหน้าตาคมเข้ม หุ่นดี จัดว่าหล่อเหลาเอาการทีเดียว มีแม่ยกและสาวๆ ส่งดอกไม้ให้หน้าเวทีเป็นประจำ แม่มักเรียกชื่อเต็มๆ ของพ่อ ไม่ได้เรียกพ่อหรือพี่ เหมือนอย่างครอบครัวอื่นๆ ที่เรียกสามีว่าพ่อตามลูก ๆ หรือเรียกพี่ ทราบภายหลังว่าพ่ออายุอ่อนกว่าแม่ และ ไม่เรียกพ่อ โดยให้เหตุผลว่า แม่มีคุณตาเป็นพ่อเพียงคนเดียว แม่ไม่คิดจะเลื่อนใครให้มาอยู่ในตำแหน่งแทนที่คุณตาได้

เถ้าแก่ได้เผยเรื่องที่พ่อไปแอบสร้างบ้านใหม่ไว้ที่แขวงสำเหร่ เขตธนบุรี เมื่อแม่ทราบเรื่อง แม่ถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก นึกเฉลียวใจแต่มิได้โวยวายหรือคิดจะเดินทางไปพบพ่อเหมือนเมื่อครั้งที่พ่อเคยลืมส่งเงินค่าใช้จ่ายมาให้ทางบ้าน ครั้งนั้นแม่เล่าให้ฟังว่าแม่ต้องเดินทางไปถึงที่ทำงานของพ่อ เพื่อไปรับเงินค่าตัวของพ่อด้วยตนเองแล้วแม่ก็รีบกลับมาดูแลลูก ๆ ตามเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

การตัดสินใจของแม่เป็นตัวชี้อนาคตของครอบครัว แม่เลือกที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่นอยู่พร้อมหน้ากันด้วยความรักมากกว่าครอบครัวที่แตกแยก เมื่อรู้ว่าพ่อแอบไปปลูกบ้านไว้ที่สำเหร่ แม่คาดเดาเอาว่าพ่อคงปลูกบ้านให้เมียน้อยคนใดคนหนึ่งแน่ ๆ แม่โกรธและเสียใจมาก แต่แม่ไม่แสดงอาการเกรี้ยวกราดหรือพูดอะไรเลย และไม่คิดจะเดินทางไปหาเรื่องชวนทะเลาะกับพ่อ แต่กลับใช้วิธีที่เฉียบมาก ด้วยการสั่งรื้อบ้านหลังเก่าที่อยู่ปัจจุบันในที่ของคุณตา ริมคลองชักพระ ซึ่งอยู่ในสวนร่มรื่นประกอบไปด้วยพืชผักผลไม้นานาชนิด ย่านตลิ่งชัน ฝั่งธนบุรี บ้านสมัยก่อนนิยมปลูกเป็นเรือนไม้ เพราะราคาไม้ในสมัยนั้นยังมีราคาไม่สูงมากเหมือนปัจจุบัน การรื้อถอนง่าย รื้อเสร็จ ก็ขนลงเรือยนต์ลำใหญ่ นำไปสมทบกับบ้านหลังใหม่ที่พ่อกำลังให้ช่างก่อสร้างที่เพิ่งเริ่มดำเนินงานไปได้เพียงขั้นตอนการขึ้นโครงสร้างไปเพียงบางส่วน ขณะที่พ่อไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดนานเป็นแรมเดือนโดยไม่รู้ว่าทางบ้านตนเองนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้น

คุมงานสร้างบ้านด้วยตนเองแม่หารือกับหัวหน้าช่างก่อสร้าง ถึงการแก้ไขแบบแปลน เพิ่มเรือนครัวแยกออกจากตัวเรือนหลังใหญ่ และมีห้องรับแขก ตลอดจนหน้ามุกที่จัดว่าสวยงาม เนื่องจากแม่เป็นคนทันสมัย สนใจศิลปะการจัดตบแต่งบ้าน หัวหน้าช่างยังเอ่ยปากชมและถามว่า “คุณผู้หญิงจบสถาปนิกมารึครับ” แม่ไม่ตอบ ได้แต่อมยิ้มแม่ชอบศึกษาหาความรู้ทุกประเภททุกแขนงวิชาที่สามารถจะเสาะหามาเพิ่มเติมให้ความรู้ประดับตน แม่ชอบอ่านหนังสือทุกประเภท เช่น เรื่องสั้น นวนิยาย หนังสือแนวตลก เช่น พล นิกร กิมหงวน ของ ป.อินทรปาลิต หนังสือสืบสวนเช่น เชอร์ล็อกโฮม ของเซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ แม้กระทั่งแมกกาซีน การตบแต่งบ้านของไทยและต่างประเทศ แม่จึงมีอารมณ์ขัน มีวิธีคิดเชิงสร้างสรรค์และปรับอารมณ์ในเชิงบวกได้อย่างมีความสุข ทั้งยังมีฝีมือในการเขียนภาพ จึงสามารถถ่ายทอดและอธิบายสิ่งที่ต้องการได้อย่างชัดเจน

แม่เดินทางไปคุมงานก่อสร้างบ้านทุกวัน เพื่อให้บ้านออกมาตรงตามจุดประสงค์ที่วางแผนไว้ จนกระทั่งบ้านแล้วเสร็จ จึงว่าจ้างคนงานให้ขนย้ายเครื่องเรือนจากบ้านหลังเดิมที่ฝากคุณยายไว้นำมาตบแต่งในบ้านหลังใหม่ จนเป็นที่พอใจและพาลูกๆเข้ามาอยู่อาศัยก่อนที่พ่อจะเดินทางกลับ เมื่อถึงกำหนดพ่อกลับมาจากต่างจังหวัด พบบ้านที่เคยอยู่ถูกรื้อถอนไปจนหมดสิ้น ถึงกับพูดไม่ออกได้แต่รำพึงในใจ “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ไปทำงานถ่ายหนังยังไม่ถึง ๓ เดือน เมียและลูกหายไปไหนกันหมด”

สอบถามจากคุณยายจึงได้ทราบความจริงว่าแม่รื้อบ้านไปสร้างสมทบกับหลังใหม่ที่อุตส่าห์ปิดบังไว้ พ่อรีบมาที่บ้านสำเหร่ พบว่าบ้านที่ตนคิดจะแอบสร้างไว้ ได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วแบบแปลนเปลี่ยนไปและใหญ่โตเต็มพื้นที่ ถึงกับยืนตะลึงทำอะไรไม่ถูก
ลูกๆ ที่ไม่รู้เบื้องหลังของพ่อ ต่างพากันตื่นเต้นดีใจที่ได้พบหน้าพ่อและจะได้อยู่บ้านหลังใหม่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ขณะนั้นฉันซึ่งเป็นพี่คนโต ได้ชวนน้อง ๆ เดินสำรวจห้องต่างๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ กับการตบแต่งบ้านของแม่ในบรรยากาศที่น่าอยู่ดูสะอาดตา มีผ้าม่านลายดอกไม้ดอกโต สีพาสเทล สวยงามคล้ายในหนังฝรั่งและแจกันปักดอกไม้สีอ่อนหวานวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงดูสดชื่น

พวกเราพากันแสดงอาการตื่นเต้นดีใจจนเห็นได้ชัด พ่อได้แต่มองหน้าแม่สังเกตจากสีหน้าพ่อออกอาการขุ่นเคืองแม่ไม่ใช่น้อยแต่เมื่อหันมามองหน้าลูกๆ ที่แสดงอาการให้เห็นว่ากำลังมีความสุขกัน แววตาที่แข็งกร้าวนั้นก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยน แล้วเรื่องก็จบลงอย่างง่ายดาย ด้วยสายใยแห่งความรักระหว่างพ่อแม่และลูกๆ หรือพ่ออาจจะสำนึกผิดก็ได้ พ่อกล่าวอธิบายเหตุผลและหยอดท้ายด้วยการยกยอแม่สรุปสั้นๆว่า
“ก็กะว่าจะทำเซอร์ไพรซ์ ให้กับคุณและลูก ๆ ซะหน่อยไม่คิดว่าจะรู้ทันซะก่อน บ้านสวยดีนะ ถ้าปลูกตามแปลนเดิมคงไม่ได้งามเช่นนี้หรอก”

ถูกตัดออกจากกองมรดกแม่ไฉไล ทีวะเวช เป็นลูกสาวคนสุดท้องที่หน้าตาสะสวยคนหนึ่งในบรรดาพี่น้องทั้งหมดแปดคน ของคุณตาพันโทพระพิชิตโรคาพาธ(ช่วง ทีวะเวช)และคุณยายสำรวล คุณตาเป็นข้าราชบริพาร ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธฯพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้รับพระราชทานเรือกสวน ไร่นา ปูนบำเหน็จบำนาญให้เป็นการตอบแทน ท่านจึงมีที่ดินมากพอที่จะแบ่งปันให้ลูกๆได้ปลูกบ้านอยู่อาศัยได้ตามที่เห็นสมควร แต่ในตอนแรกท่านยังไม่ให้ที่ดินแม่ด้วยโกรธที่ลูกสาวออกเรือนโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากท่านทั้งยังตัดแม่ออกจากกองมรดก ด้วยสาเหตุ ที่พ่อมีอาชีพเป็นศิลปิน ซึ่งคนในสมัยนั้นมักกล่าวกันว่าเป็นอาชีพ “เต้นกินรำกิน”ด้วยลักษณะอาชีพที่มีรายได้ไม่แน่นอน เกรงว่าจะพาลูกสาวออกไปลำบาก

ติดตามอ่านตอนต่อไป…