เรื่องและภาพ:ชูลี สุชาติ

แม้อากาศตอนใกล้เที่ยงวันจะแผดร้อนระอุ แต่มือข้างถนัดของศิลปินหนุ่มวัยกลางคนยังคงตวัดปลายพู่กันแต่งแต้มสีสันลงบนกระดาษ มืออีกข้างจับกระชับแผ่นเฟรมวาดพลางเหลือบมองไปยังจุดโฟกัส ไม่ว่าจะมีผู้คนสัญจรผ่านไปสวนมา หรือบางคนหยุดยืนหลบแดดร้อนใต้ร่มกันแดด มันเป็นครั้งแรกที่เขาได้มาวาดรูปเก็บบรรยากาศวิถีสองฟากฝั่งคลอง

ลำคลองที่แลดูเงียบเหงา ตลาดร้อยปีที่ดูซบเซาในวันธรรมดา กลับแน่นขนัดไปด้วยคนแปลกหน้าที่มาชมขบวนแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ขึ้น ๑๕ ค่ำวันเพ็ญเดือน ๘ ของทุกปี ชุมชนชาวลาดชะโดจะตกแต่งประดับเรือด้วยดอกไม้สีสวยสดงดงาม มีการแสดง ร้องรำทำเพลงขณะแห่เทียนพรรษาไปตามลำคลอง

จิตรกรผู้บันทึกภาพความประทับใจด้วยปลายพู่กัน

หญิงเจ้าของบ้านริมน้ำเพียรพยายามชักชวนผมและแม่ไปนั่งที่บ้านเธอถึงสามครั้ง ในบ้านหลังนั้นมีคนเฒ่าคนชรา ท่านหนึ่งวัย ๙๑ ปี นั่งยิ้มรับอยู่หน้าประตู ส่วนอีกท่านมีบาดแผลจากการซุกซนโดนไม้ฟาดลงบนศรีษะแตก และบริเวณท่อนแขนมีผ้าพันแผล แม้วัยวันจะย่างสู่ ๘๖ ฤดู เธอยังเดินคล่องแคล่วบนแผ่นกระดานไม้ลานบ้าน พูดคุยชักชวนหญิงชราวัย ๘๔ ผู้มาเยือนอย่างเป็นมิตร

เป็นครั้งแรกของผมเช่นเดียวกันที่ได้มาบันทึกภาพประเพณีขบวนแห่เทียนพรรษาทางน้ำของชุมชนคลองลาดชะโด สิ่งที่สัมผัสได้นอกจากความงามของขบวนเรือฯ  ก้าวย่างลงบันไดไม้เก่าที่เริ่มผุ ลื่นไถล ดีที่ยังมือไวคว้าเสาไม้ ที่ไม่ดีก็คือถูกเสี้ยนไม้ตำนิ้ว เอ่ยถามคุณยายพายเรือเธอบอกเข็มไม่มี มีเบ็ดตกปลาแถมด้วยยาสมุนไพร และรอยยิ้ม

นอกจากความงามของขบวนเรือ ที่บอกเล่าถึงวิถีแห่งศรัทธา ลำคลองสายเล็กสีขุ่นที่ไหลหล่อเลี้ยงคนสองฟากฝั่งมาอย่างยาวนาน ทุกวันนี้อาจไม่ใสสะอาดหรืออาจตื้นเขินมีเกาะแก่ง หากแต่น้ำใจและมิตรภาพคือมนต์เสน่ห์ที่ชักชวนให้มาเยือนคลองลาดชะโด ในงานบุญประเพณีแห่เทียนพรรษาทางน้ำ ที่หนึ่งปีมีแค่ครั้งเดียว.