เรื่องและภาพ ชูลี สุชาติ

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งรายล้อมรอบกายที่ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งอดสงสัยเสียไม่ได้ว่าโลกหมุนไว หรือเราที่ช้าลง กายเชื่องช้ายังไม่พอ หัวจิตหัวใจวูบดับเหมือนคนหมดพลัง ความคิดที่อยากจะเขียนเรื่องราวต่างๆ ถูกสั่งให้หยุด หยุดทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อทบทวนและขบคิดกับความเป็นไปในชีวิต เพราะอะไร? คงไม่มีใครให้คำตอบที่ดีได้นอกจากตัวเอง

ฤดูกาลแห่งความชุ่มฉ่ำกับพายุ “มูน” ที่พาดผ่าน แหงนมองท้องฟ้าคลองสามยามนี้เมฆฝนแผ่ปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ กระรอกตัวน้อยกำลังใช้ฟันอันคมกริบของมันเจาะเปลือกลูกมะพร้าวอ่อนต้นข้างบ้าน สัญชาตญาณของมันบอกถึงภยันตรายจากเจ้าแมวลายเหลือง-ดำ ที่จดๆ จ้องๆ รอจังหวะอยู่บนผนังระเบียงบ้านชั้นสอง สายตาของผู้ล่าจับจ้องเหยื่อไม่กระพริบ มันไม่สนใจเสียงจิ๊บจั๊บของฝูงนกตัวน้อยๆ ที่โผบินเกาะกิ่งมะม่วง และมันไม่มีทีท่าตกอกตกใจกับเสียงแหวกอากาศของนกเหล็กยักษ์ มันกำลังรอด้วยความอดทน
“ฮาย ฮาย…แม่ๆ…”
“ตีลูกทำพรือเหรา!?”
“กูตี มันที่ไหน? มันตกใจกลัวเรือบิน วิ่งพล่าน” แม่เฒ่าส่งเสียงหัวเราะ ขณะเล่าเรื่องราวย้อนวันวาร มันเป็นเรื่องเล่าซ้ำๆ เหมือนหนังเก่าที่ถูกนำมาฉายซ้ำแม้จะผ่านพ้นมานานนับสิบปี ทว่ายังคงคั่งค้างอยู่ในความทรงจำของนาง
“หึๆ มันกลัวรือบิน….” วงปากเหี่ยวย่นเผยให้เห็นเหงือกสีชมพู กับเสียงหัวเราะแหบแห้งในลำคอ

นอกหน้าต่างลมฝนวูบใหญ่พัดทางจนมะพร้าวจนโยกไกว กระรอกตัวน้อยยังคงสนุกสนานกับการแทะเปลือกมะพร้าวแม้จะล่วงรู้ถึงภยันตราย ทว่าความหวาดกลัวหรือจะสู้เสียงร้องของท้องได้ ก็คงคล้ายกันกับเจ้าแมวเหลือง-ดำที่ยังคงจ้องเหยื่อไม่ละสายตา มันกำลังรอจังหวะจะโคนกระโจนงับเหยื่อตัวน้อยอย่างอดทน
“ตุ๊บ”คล้ายวัตถุบางอย่างร่วงลงกระแทกลงบนโต๊ะหินอ่อน กระรอกตัวน้อยกระโจนไปยังกิ่งต้นมะม่วง ส่วนแมวลายเหลืองดำผู้ไล่ล่า กระโดดขึ้นจากโต๊ะหินอ่อนไปยังรั้วก่อนจะข้ามรั้วลับหายไป…

ในความเป็นไปของชีวิตแต่ละวัน มีเรื่องราวทั้งทุกข์-สุขผ่านมาและผ่านไป มันอาจมีคุณค่าจนอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำดีๆ และบางเรื่องราวก็อยากจะลืมแต่กลับลืมไม่ลง กระรอกตัวน้อยลับหายไปทิ้งไว้แต่ร่องรอยกัดแทะเปลือกมะพร้าว เจ้าแมวเหลือง-ดำผู้ไล่ล่ามันคงกลับไปทบทวนถึงความผิดพลาด แม่เฒ่าล้มตัวลงนอนบนเตียง ส่วนผม…ตื่นจากฝันร้ายซะที.