เรื่องและภาพ: ชูลี สุชาติ

อา…ตะวันชิงพลบไปเสียแล้ว ยังมีพันธะอีกมากมายที่ค้างคา กับการจางหายของสิ่งหนึ่ง แม้สิ่งนั้นจะคุ้นเคย เป็นของรัก ของหวง และสร้างความทุกข์ รวดร้าวจิตใจสักปานใด หากยังมีลมหายใจแผ่วพริ้ว สูดดมกลิ่นไอดินระเหยจากผืนดินอันชุ่มชื่นจากหยาดฝน วูบอารมณ์หนึ่งขณะเหม่อมองท้องฟ้ายามสนธยากาล เพ่งมองความงามของธรรมชาติ ธรรมชาติไม่มีนัยยะ ไม่แฝงเร้น ซ่อนเล่ห์เพทุบาย
แต่…ฝูงสกุณายังโผบินคืนสู่รังแม้จะหนทางข้างหน้าจะอีกยาวไกล
และการเดินทางของก้อนเมฆยังคงล่องลอยในผืนฟ้าสีเทา
สายลมย่ำค่ำกระซิบผ่านกิ่งใบไม้หลู่ ไกวไปในความมืด
ในความเงียบเหงา อ้างว้าง โดดเดี่ยว หากแต่ยังมีแสงสว่างจากความรัก ความคิดคำนึง คอยโอบกอดและชุบชีวัน
ก่อนฟ้าจะสางขอให้ข้าหลับฝันถึงความงดงามของชีวิต
เผื่อวันพรุ่งนี้จะงดงามมากกว่าเมื่อวาน…