เรื่องและภาพ : อัยย์ รินทร์

เหงื่อกาฬไหลอาบจนชุ่มตัว อุณหภูมิความร้อนในร่างกายถูกพิษไข้จับสั่ จนผมเกิดอาการเพ้อ พร่ำ ทุกครั้งที่หลับตามองเห็นดวงไฟหลากสีสันส่องแสงวับวาวเปลวเพลิงกำลังลุกลามเผาเมรุประดิษฐิ์สถานสรีระสองอดีตเจ้าอาวาส เสียงอื้ออึงของเหล่าสาธุชนชาวมอญดังกึกก้องในหู ภาพโคมไฟนับลูกร้อยลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า ล่องลอยไปตามลมบนพัดพา อีกไม่นานการเดินทางของมันคงสิ้นสุด

เหมือนเรื่องจริงแต่เป็นภาพฝันที่ติดตาและยังหลอนอยู่ในความรู้สึก กว่าจะเลือนหายผมต้องนอนสะดุ้งกลางดึกดื่นหลายค่ำคืน มีบางอย่างผิดปกติ ผมอาจทำอะไรผิดหรือท้าทายกับบางสิ่งที่มองไม่เห็น พยายามคิด ทบทวน ตั้งคำถามกับตัวเอง พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก กลางดึกดื่นผมผวาตื่นกับเปลวเพลิงโหมลุกไหม้สรีระสองเจ้าอาวาส เป็นภาพติดตาผ่านเลนส์ซูมจากชั้นดาดฟ้าของศาลาการเปรียญของวัด

……………..

วันเวลาผ่านไปหลายเดือน ทว่าภาพจำที่ยังคงตรึงตราอยู่ในความรู้สึก มิตรภาพระหว่างทางและพลังแห่งความศรัทธา รวมทั้งอัธยาศัยไมตรีของชาวมอญ เมืองเย เมืองที่อยู่ในอำเภอ เมาะลำเลิง ห่างแนวตะเข็บชายแดนไทยไม่ไกล เส้นทางเก่าก่อนที่เคยถากถางเพื่อการสัญจร ถนนสายลูกรังฝุ่นสีแดงตลบอีกไม่กี่เดือน ก็คงเปลี่ยนเป็นถนนคอนกรีต กระนั้นก็ตามวิถีชีวิตของคนมอญเมืองเย ยังคงสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามอีกนานเท่านาน ถึงแม้วันเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงจะรุกคืบเข้ามาด้วยคำว่าพัฒนา ก็หวังแต่เพียงว่า ภาพที่ผมได้บันทึกและเรื่องราวที่ได้บอกเล่า อาจมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย หากผิดพลาดประการหนึ่งประการใดต้องขอภัย ผู้อ่าน ไว้ ณ ที่นี้

การเดินทางสู่จุดหมายหนึ่งได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ยังมีอีกหลายท่ีหลายแห่งรอคอยการเยี่ยมเยือนและที่เหล่านั้นล้วนมีเรื่องเล่าอีกมากมาย หมายใจว่าผู้อ่านไม่แหนงหน่ายกันไปเสียก่อน…