เรื่องและภาพ: อัยย์ รินทร์

โคมไฟดวงแล้วเล่าถูกปล่อยขึ้นฟ้าเป็นสัญญาณอันบ่งบอกถึงการบวงสรวงบูชาต่อเทวดาฟ้าดินให้รับรู้ว่าอีกไม่นานปราสาทและโลงมอญประดิษฐานสรีระอดีตเจ้าอาวาสทั้งสององค์จะแล้วเสร็จ เล่ากันว่าเจ้าอาวาสองค์ก่อนละสังขารได้ไม่นาน เจ้าอาวาสองค์ใหม่ที่เพิ่งจะรับตำแหน่งไม่ถึงเดือนก็มรณะตาม แม่เฒ่าชาวมอญท่านหนึ่งจู่นางผุดลุกขึ้นมาร่ายรำ ด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยกลางวงล้อมเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกัน ด้านหน้ามีขันน้ำขนาดใหญ่ ใบกิ่งส้มป่อยคอยประพรมแก่ผู้คนที่สัมผัส จับโลงมอญ เหล่าคนหนุ่มสาวนั่งเรียงเตรียมพร้อมซ้อมร่ายรำแย่งศพ วัฒนธรรมที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน ดังเรื่องเล่าขานถึงมูลเหตุที่มาของสำนวนประเพณีทำศพของมอญ ซึ่งปรากฏในเรื่อง “ราชาธิราช” ว่า พระเจ้าหงสาวดีมหาปิฎกธร (พระเจ้าธรรมเจดีย์) ปลงศพพระราชมารดาเลี้ยง (พระนางมิจาวปุ หรือพระนางเช็งสอบู)

ปราสาทมอญ
ปราสาทเผาสรีระพระสงฆ์มอญ

“ให้ตั้งขบวนแห่อัญเชิญพระศพสมเด็จตละนางพระยาท้าวลงสู่บุษบกบัลลังก์เหนือหลังเหรา แล้วตรัสสั่งเสนาบดีให้แยกกันออกเป็นสองพวก จะได้แย่งชิงพระศพเป็นผลานิสงส์ เสนาบดีทั้งปวงก็แบ่งกันออกเป็นสองแผนก โดยพระราชบัญชาพระเจ้าหงสาวดี จึงเสด็จดำเนินด้วยพระบาททรงจับเชือกแล้วตั้งสัตยาธิฐานว่า ข้าพเจ้ามีความกตัญญูรู้คุณสมเด็จพระราชมารดาเลี้ยง จึงคิดทำการให้ลือปรากฏไปทุกพระนคร ขอคุณพระรัตนไตรยจงเป็นที่พึ่ง ถ้าบุญข้าพเจ้าจะวัฒนาการสืบไปแล้ว ขอให้เชิญพระศพสมเด็จพระราชมารดาจงได้มาดังใจคิดเถิด ครั้นตั้งสัตยาธิษฐานแล้ว จึงตรัสสั่งให้จับเชือกชักพร้อมกัน ขณะนั้นเป็นการโกลาหลสนุกยิ่งนัก เสนาบดีแลไพร่พลทั้งปวงก็เข้าแย่งชักเชือกเป็นอลหม่าน พระศพนั้นก็บัลดาลได้มาข้างพระเจ้าหงสาวดี”***

ชาวมอญ
ชาวมอญเดินไปมารอดูช่างประกอบโลงมอญ

ท่ามกลางไอแดดแผดร้อนจนรู้สึกแสบตา ทว่าไม่มีสาธุชนคนใดยอมแพ้ต่อสภาพภูมิอากาศร้อนจนเทียนไขละลาย บ้างนั่งลงบนผืนเสื่อเฝ้ามองเหล่านายช่างปีนป่าย ตอกตะปูติดกระดาษลวดลายประดับโลงมอญโดยมีนายช่างใหญ่ผู้รับช่วงต่อมาจากบิดา เป็นครั้งแรกที่เขาได้ควบคุมการสร้างปราสาทในทุกๆ ขั้นตอน แน่ละเขายังมีความประหม่ากดดันอยู่บ้าง หากแต่บรรดาช่างทุกคนต่างให้ความร่วมมือร่วมใจ

ใต้ศาลาเปรียญแน่นขนัดสำรับอาหารมอญแบบง่ายๆ วางรอท่า เหล่าสาธุชนชาวมอญนั่งเปิบข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย เป็นอีกครั้งกับการเดินทางมาเมืองเย ครานี้ทำให้ผมได้เห็นได้เรียนรู้วิถีศรัทธา ได้เห็นความสามัคคีของชาวมอญ ภาพเหล่าหนุ่มสาวผู้มาร่ายรำในพิธีแย่งศพ แม้บางคนไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าสรีระที่อยู่บนโลงมอญมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร หาก “บุญ กุศล” คือสิ่งเดียวที่เขาและเธอเชื่อมั่นก็คงคล้ายกับพระเจ้าธรรมเจดีย์ที่ตรัสแก่เสนาบดีทั้งปวงว่า

“เราทำการครั้งนี้เป็นผลานิสงส์สนุกยิ่งนัก ต่อนี้ไปใครจะทำงานศพบิดามารดาผู้มีคุณ ก็ให้ชิงพระศพเหมือนเราซึ่งทำไว้เป็นอย่างฉะนี้ จนได้เป็นประเพณีฝ่ายรามัญสืบกันมา”

ปราสาทมอญ เมืองเย
ปราสาทมอญประดับประดาด้วยผ้าหลากสีสัน

ยืนมองปราสาทอันงดงามตระการตา โลงมอญที่พร้อมสำหรับพิธีแย่งศพ นึกถึงอีกปราสาทและโลงมอญของเจ้าอาวาสอีกวัดใหญ่ในเมืองเย ซึ่งคุณอรัญญานำผมและทีมงานคณาจารย์ไปเยี่ยมชม ปราสาทมอญที่นั่นถูกประดับตกแต่งด้วยผ้าหลากสีสันและโลงนกหงษ์บรรจุสรีระเจ้าอาวาสตั้งอยู่ในซุ้มผ้า เหล่าลูกศิษย์ต่างพร้อมใจกันสรรค์สร้างจนงดงามวิจิตรบรรจง ใจหนึ่งก็รู้สึกเสียดายกับอีกไม่กี่วันข้างหน้า สิ่งเหล่านี้จะอันตรธานหายไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชน แต่อีกใจก็รู้สึกได้ว่านี่คือพลังอันแสดงให้เห็นถึงความรักความศรัทธา

นกหัสดีลิงค์

***ขอบคุณข้อมูลที่มาจากเพจ : รามัญคดี

โปรดติดตามตอนต่อไป…