เรื่องและภาพ : อัยย์ รินทร์

บ้านไม้สองชั้นหลังใหญ่ ในชุมชนชาวมอญบ้านเมาะกะเนี่ยงที่มีลักษณะคล้ายๆ กัน พวกเขาอยู่อาศัยกันมาเนิ่นนาน เป็นญาติมิตรสนิทชิดเชื้อ เพื่อนบ้านใกล้เคียงที่ผูกพัน ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ระเบียงบ้านชั้นสอง สามารถมองเห็นวิถีการดำรงชีวิตชาวมอญ รู้สึกภูมิใจที่เห็นภาพภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระปิยะมหาราชติดอยู่เหนือประตูทางเข้า-ออก มองผ่านบันไดไปยังบริเวณบ่อน้ำบาดาลภายในบ้าน หญิงสาวสวมผ้าถุงกระโจมอก สองมือของเธอค่อยๆ สางผมยาวสยาย โดยมีสามีคอยตักน้ำจากบ่อรดราดลงบนศรีษะชำระล้างโฟมยาสระผม เป็นภาพคลาสิคที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็นบ่อยๆ มันห่างหายไปจากความทรงจำนับตั้งแต่ผมโยกย้ายมาใช้ชีวิตคนเมือง

ลิเก เมืองเย รัฐมอญ
นักแสดงลิเกกำลังร่ายรำประกอบเสียงเพลง

จะว่าไปภาพเห็นที่เห็นสะท้อนอะไรบางอย่างระหว่างความเปลี่ยนแปลงพัฒนา ผมมิได้ตั้งใจเปรียบเทียบเพราะบ้านแต่ละบ้านย่อมมีความแตกต่างทว่าความสุขคือพื้นฐาน ส่วนความสะดวกสบายนั้นมาทีหลัง ชีวิตที่เรียบง่ายอาจสร้างสุขโดยไม่รู้สึกกดดัน เย็นวานนี้ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับเด็กหนุ่มชาวเยคนหนึ่งด้วยภาษาใต้ อันเป็นภาษาติดตัวผมมาแต่กำเนิด ส่วนเขาเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงจากการไปเป็นแรงงานกรีดยางที่สุราษฏร์ธานี “ผมอยู่นี่ ก็มีความสุขหลับสบาย ไม่ต้องนอนหวาดผวาเหมือนที่บ้านพี่ ” เขาพูดเพียงแค่นี้ผมก็พอนึกภาพออก เราพูดถึงเรื่องอื่นอีกมากมาย กระทั่งคุณอรัญญาแจ้งว่าถึงเวลาอาหารเย็น สำรับอาหารพื้นถิ่นตั้งรออยู่บนโต๊ะ ธรรมเนียมอย่างหนึ่งของชาวมอญคือห้ามเจ้าเรือนกินอาหารร่วมสำรับกับแขกผู้มาเยือน

ลิเก
ชาวบ้านเมาะกะเนี่ยงและหมู่บ้านใกล้เคียง ดูการแสดงคณะลิเก

หลังอาหารค่ำผม อจ ฟ้อน และผู้ติดตามเดิมตามบรรดาชาวบ้านเมาะกะเนี่ยงไปเที่ยวงานวัดใกล้บ้าน พวกเขา-เธอนั่งอออยู่หน้าเวทีคณะลิเก ร้านค้าร้านอาหาร มากมายที่ขาดไม่ได้คือแผงขายหมากพลู ดนตรีเริ่มบรรเลง ผ้าม่านค่อยๆ เผยร่างของตัวละคร ผมไม่รู้ว่าความหมายบทเพลงที่เขาร้องคืออะไร รู้สึกทึ่งกับท่วงท่าร่ายรำของนักแสดงชายหนุ่ม-หญิงสาว และรู้แต่เพียงว่าทั้งคนดูและตัวละครสนุกสนานจนถึง ๖ โมงเช้าของอีกวัน…

โปรดติดตามตอนต่อไป…