เรื่องและภาพ: อัยย์ รินทร์

ชายชราค่อยๆ ทรุดกายลงนั่งกลางลานที่มีเสาปักสูงอยู่กึ่งกลางลานนวดข้าว สองมือประนมโน้มศรีษะ พร่ำบริกรรมคาถา ขณะหยิบแป้งดินสอพองผสมน้ำ แล้ววาดลายลงบนรอบเสา “เกียด” จากนั้นผู้ช่วยก็นำฟ่อนข้าวมาวางล้อมเสาเกียด วิธีชาวนาที่มีความเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อและศรัทธาต่อธรรมชาติ ผูกพันกับสัตว์เลี้ยงที่ยอมแลกเปลี่ยนแรงงาน ด้วยการโยงเชือกผูกวัวไว้กับเสา ต้อนให้วิ่งรอบๆ เสา พวกมันย่ำกีบเท้าลงบนฟ่อนข้าว ย่ำไปเถอะเพื่อนยาก ย่ำจนกว่าเมล็ดข้าวจะหลุดออกจากรวง โดยมีชาวนาใช้คันฉายหรือขอฉายฟางข้าว เรียกว่า “สงฟาง” ให้เมล็ดข้าวร่วงออกมา แล้วเอาฟางข้าวออกไปกองไว้นอกลาน

"เสาเกียด"ศูนย์กลางลานนวดข้าว
ฝูงวัวถูกต้อนให้วนรอบเสาเกียดในการนวดข้าว

จากการใช้แรงวัว-ควายนวดข้าว วิวัฒนาการและเปลี่ยนแปลงมาสู่การแข่งขัน  วัวของใครมีพละกำลังดี แข็งแรงจะเดินวนนวดข้าวอยู่รอบนอก ส่วนวัวตัวใดมีพละกำลังน้อยก็จะเดินคลุกอยู่วงในชิดเสาเกียด  การแข่งขันวัวลานจึงถือได้ว่ามีที่มาจากประเพณีการนวดข้าว  เป็นการเล่นพื้นบ้านของชาวจังหวัดเพชรบุรี ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ว่ากันว่า มีจุดเริ่มมาจากตำบลท่าแร้ง ซึ่งมีชาวอิสลามความนิยมขยายอาณาเขตจนเป็นที่นิยมกันทั้งเมือง

"เสาเกียด"ศูนย์กลางลานนวดข้าว
ฝูงวัวถูกต้อนให้วนรอบเสาเกียด

การสืบทอดภูมิปัญญาที่ถูกกลั่นกรองตกผลึกเป็นองค์ความรู้อันเต็มไปด้วยกุศลธรรม นำมาซึ่งความสุขความยั่งยืน มั่นคงต่อชีวิตผู้คน สัตว์ สิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งกับวิถีความเชื่อในผีสาง เทวดา ความงมงายที่แฝงไปด้วยคุณค่าอย่างมหาศาล จะเรียกว่างมงายได้อีกหรือไม่ในเมื่อสิ่งที่มีเหล่านี้คือเครื่องมือสำคัญยิ่งในการรักษาให้ผู้คนได้สัมผัสความสุขที่แท้จริงของการมีชีวิต หนึ่งในเทวดาฟ้าดิน จึงสมควรแก่การเคารพ การเชื่อในสิ่งที่ไม่มีจริงแต่เต็มไปด้วยพลังงานที่ยิ่งใหญ่ และเป็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่กว่า ถ้าหากเราสามารถสร้างพิธีกรรมที่จะบอกกล่าวต่อผู้คนให้เคารพต่อเหล่าเทวดาทั้งหลาย

"เสาเกียด"ศูนย์กลางลานนวดข้าว
ทุ่งตาลยามอัสดง

ขอบคุณ : นริศ เจียมอุย เจ้าของพื้นที่
นาบุญข้าวหอม หมู่บ้านสะพานยี่หน ต.ไร่ส้ม อ.เมือง จ.เพชรบุรี