เรื่องและภาพ : อัยย์ รินทร์

ฤดูร้อนอันแสนอบอ้าวกับเทศกาลแห่งความสนุกสนานที่กำลังใกล้เข้ามา ช่วงเวลาแห่งพระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ คนไทยแต่โบราณใช้น้ำรดให้แก่กันเพื่อความชุ่มชื่น ขอพรจากผู้ใหญ่ รำลึกและอุทิศผลบุญกุศลเพื่อแสดงความกตัญญุตาต่อบรรพบุรุษที่ล่วงลับ คนห่างไกลบ้านเรือนได้หวนคืนสู่เหย้า สู่อ้อมกอดของคนที่รัก เป็นวันแห่งครอบครัว ทว่าบางคนอาจไปไม่ถึงปลายทาง ปีใหม่ไทย ตรุษไทยหรือสงกรานต์ปีแล้วปีเล่าที่ผ่านมาและผ่านเลย มีทั้งรอยยิ้ม ความเศร้าโศกและการพรากจาก

ถ้าโลกนี้ไร้ความทุกข์ก็ไร้ซึ่งบทกวี (อเล็ก ซ็อง ดูมา) ‘ ผมนึกถึงคำที่อยากใช้แทนบางถ้อยคำ คือนาฏลีลาแห่งชีวิต รอยจดจำยังวนเวียนให้ระลึกถึง เสมือนหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความงามให้เจริญเติบโต แต่บางทีมิอาจไม่รู้เลยว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นทำไปเพื่อสิ่งใด

ฤดูม่านหมอกฝุ่นพิษกำลังคุกคามภาคเหนือของเมืองไทย ไม่ว่าจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติหรือสองมือของมนุษย์ หลังสายลมฤดูหนาวผ่านไปไม่นาน กับห้วงยามร้อนระอุ แล้ง แห้ง คำเตือนจากความเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติคืออำนาจที่แท้จริง มนุษย์ต้องเรียนรู้ ลด ละ เลิก เช่นเดียวกับสิงสาราสัตว์ที่ จำต้องปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดและแพร่พันธุ์ “ในวันที่ฤดูกาลนั้นแปรเปลี่ยนไป

ทุกวันนี้เรารับรู้ข้อมูลผ่านหลายช่องทาง สื่อสารส่งข้อความถึงกันอย่างง่ายดาย นวัตกรรมสิ่งประดิษฐิ์ล้ำยุคผลิตออกมามากมาย น่าแปลกที่สิ่งเหล่านั้นมิอาจบรรเทาความรุ่มร้อนภายในจิตใจ ก็คงคล้ายกับสายฟ้าฟาด ลมพายุพัดโหมกระหน่ำ น้ำป่าหลากไหลและโรคภัย ฯลฯ สติ ปัญญา เท่านั้นที่จะทำให้เกิดการตระหนักรู้ ถึงสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ ไม่ว่าทุกข์หรือสุข เมื่อมีเกิดขึ้นมาถึงเวลาก็ผ่านเลยไป

มนุษย์และสัตว์ทั่วไป มีลูกศรสองดอกเสียบ อยู่ดอกหนึ่งเสียบที่กาย คือทุกข์ทางกาย ดอกหนึ่งเสียบที่ใจ คือทุกข์ทางใจ” หลวงพ่อจรัญฯ