เรื่องและภาพ: อัยย์ รินทร์

ชีวิตที่สูงส่งคือชีวิตที่กอปรด้วยปัญญาและกรุณา ปัญญาคือความรู้ความเข้าใจความจริงของชีวิต เป็นอิสระจากความผันผวนปรวนแปรของโลกได้ ส่วนกรุณาคือความรักความปรารถนาดีต่อสรรพชีวิต โดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง และไม่คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตน อุดมคติดังกล่าวมักถ่ายทอดผ่านพระพุทธรูปซึ่งเป็นตัวแทนของบุคคลที่พัฒนาตนจนถึงอุตมภาวะอย่างเต็มศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์

อ่านข้อธรรมคำสอนขอพระไพศาล วิสาโล ให้เกิดแรงดลใจอยากเขียนระบายลงในหน้ากระดานเวปเพจ ขณะนั่งพินิจภาพถ่าย นับว่าเป็นครั้งแรกที่ผมได้ร่วมเดินทางกับ คุณอรสม สุทธิสาคร เพื่อนำพระพุทธรูปที่ได้รับการร่วมอนุโมทนาบุญจากเจ้าภาพผู้สนับสนุนกองทุนปั้นดินให้เป็นบุญ นำไปมอบให้กับสำนักงานสาธารณะสุขจังหวัด ส่งมอบต่อไปยังอาคารผู้ป่วยภายในของโรงพยาบาลในสังกัดของสาธารณะสุขจังหวัด สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ความจริงที่รับรู้กันดีว่าพระพุทธรูปเหล่านั้นปั้นมาจากมือที่เคยเปื้อนบาป จากนักโทษในเรือนจำบางขวาง ทว่าสารัตถะที่แท้จริงหาใช่ใครเป็นผู้ปั้น

องค์พระปฏิมากร ที่ปั้นด้วยมือของนักโทษในเรือนจำบางขวาง

“แท้จริงหากมองอย่างพินิจ พระพักตร์ที่มองจากมุมใกล้นั้น หามีอาการบึ้งไม่ หากเป็นพระพักตร์ที่สงบต่างหาก จะถูกต้องกว่าหากเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระยิ้ม-สงบ” เหตุใดพระพุทธรูปองค์เดียวจึงมีสองลักษณะเมื่อมองจากต่างมุม คำตอบน่าจะเป็นเพราะช่างโบราณนั้นประสงค์ที่จะแสดงพุทธคุณสองประการอันเป็นอุดมคติของมนุษย์ ได้แก่ พระกรุณาคุณ และพระปัญญาคุณ”

สัมผัสแรกที่ผมได้เห็นพระพุทธรูปเสมือนถูกมนตราสะกด วงพระพักตร์เอิบอิ่ม พระโอษฐ์ยิ้มและดวงเนตรแลดูสงบ ใครจะรู้ว่าสองในแบบองค์พระปฏิมากร นั้นถูกปั้นด้วยมือของอดีตนักฆ่า มือของพวกเขาเคยเปื้อนเลือดเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน หากแต่พวกเขาได้ชดใช้ผลกรรม ถูกพันธนาการไว้ด้วยโซ่ตรวน จากกรงขังและรอคอยวันแห่งอิสระภาพ สิ่งสำคัญคืออดีตของเขาเหล่านั้นที่เคยหยาบกระด้างถูกกระเทาะออกแปรสภาพเป็นจิตใจที่เยือกเย็น สุขุม ลุ่มลึก จนผมรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก เงามืดที่เกาะกุมอยู่ภายใจค่อยๆ คลี่คลาย ห้วงอารมณ์ท้อแท้กลับมีพลังบางอย่างปลุกปลอบให้เดินต่อไปด้วยใจที่รื่นรมย์

องค์พระปฏิมากร ที่ปั้นด้วยมือของนักโทษในเรือนจำบางขวาง

“สิ่งที่พึงยึดถือเป็นอุดมคติของชีวิตนี้ก็คือการบ่มเพาะปัญญาและกรุณาให้เจริญมั่นคงในใจ เพราะเราจะพ้นทุกข์ได้ก็ต่อเมื่อมีปัญญารู้แจ้งความจริงของชีวิตว่าไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา จึงไม่ยึดติดในโลกหรือสังขารทั้งปวง และเมื่อพ้นทุกข์ ละวางตัวตน ไร้ซึ่งความเห็นแก่ตัวทั้งปวง จึงมีจิตกรุณาต่อสรรพสัตว์ไม่มีที่สุดประมาณ ปรารถนาช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นทุกข์”

ขอน้อมกราบสาธุการ ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
ขอบพระคุณ พี่ อรสม สุทธิสาคร ที่เปิดโลกทัศน์อีกด้านให้ได้เรียนรู้และร่วมเดินทางจาริกบุญ-จารึกธรรม