เรื่องและภาพ:อัยย์ รินทร์

บ้านไม้สองชั้นหลังเก่าถูกทิ้งร้างไว้นานนับสิบปี พื้นไม้ตรงระเบียงบ้านที่เคยเงางามกลับมีแต่ฝุ่นละออง โต๊ะตัวยังคงตั้งอยู่ที่เดิม มันเคยเป็นโต๊ะที่ผมใช้นั่งทำงาน และทุกครั้งที่เลื่อนสายตาขึ้นสบสานกับหญิงสาวสวมเสื้อรัดรูป นุ่งผ้าซิ่นผืนงามนั่งปักลายดอกไม้ลงบนผืนผ้าอยู่ตรงข้าม หญิงสาวผู้ทำ ทุกๆ สิ่ง ทุกๆ เธอคือผู้เติมเต็มหัวใจอันเปลี่ยวเหงา ยอมทำทุกอย่างด้วยความเต็มใจ และเธออีกนั่นแหละเป็นผู้ทรมานโดยไม่ปล่อยให้ผมได้ตอบแทนความดีงามที่เธอทำไว้…กับผม

ประตูห้องนอนเปิดอ้า ปัง! เสียงประตูกระแทกดังแทรกเข้ามาในจิตใต้สำนึก แม้วันเวลาจะผ่านพ้นมานับสิบปี แต่ผมยังจำได้ดีถึงวันนั้น วันที่เธอนั่งส่องกระจกจัดเผ้าผม ก่อนจะเสียบช่อดอกกุหลาบสีแดงไว้ที่มวยผม ยังจำได้ถึงชุดเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ กลิ่นน้ำปรุงยังคงหอมโชยไม่เสื่อมคลาย ทุกท่วงท่าที่เธอร่ายรำ โยกย้ายส่ายเอวไปตามเสียงฆ้องร้องโม่ง จังหวะกลองดังให้จังหวะ ปะ เทิ่ง ปะ ในงานบุญประเพณีเล็กๆ “ตานข้าวปุ๊ก”ยังคงโลดแล่นอยู่ในภาพจำ

แม้แต่ครั้งแรกที่เราได้เจอกันที่ร้านกาแฟสด บรรยากาศสบายๆ มีมุมหนังสือให้อ่าน หรือชะตาเล่นตลกให้ผมตกหลุมสุญญากาศ รอยยิ้มของบาริสต้าสาวคนนั้น ค่อยๆ กระเทาะเปลือกก้อนเนื้อในอกซ้าย ผมทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเลื่อนลอยอยู่ในความฝัน ยิ่งนานวันผมยิ่งหลงรักเธอเวลาว่างต้องไปนั่งอ่านหนังสือจิบกาแฟ เหล่บาริสต้าคนสวย เวลาเท่านั้นที่จะช่วยคลี่คลายทุกสิ่ง ความพยายามก็เป็นอีกหนึ่งวิธี ก้อนหินที่ว่าแกร่งถูก ลมพัด ถูกหยดน้ำหยดลงทุกๆ วันยังกร่อน มีหรือใจเธอจะไม่ยอมโอนอ่อน ผมก็ใช่ว่าจะขี้ริ้วขี้เหร่ สูงยาวเข่าดีแถมมีโปรไฟล์เป็นนักกีฬาเป็นครูสอนพละ แล้วเธอกับผมก็ได้ร่วมชายคาเดียวกัน

“คุณกำลังคบซ้อน”จู่ๆ เธอก็ถามขึ้นมา
“บ้าสิ ฉันก็มาคนเดียว หัวเดียวกระเทียมลีบ”ผมทำท่าขรึม
“ไม่ต้องปฏิเสธ ฉันรู้ดี”เธอพูดพลางวางกระจก
“คุณควรจะออกไปจากชีวิตฉันซะ”
“ทำไม?”
“ก็มีสิ่งหนึ่งที่ฉันยังไม่ได้บอกคุณ”เธอหันมายิ้ม
“อะไรเหรอ?”ผมย้อนถาม หญิงสาวเผยรอยยิ้ม นัยน์ตาของเธอยามนี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะเหยียดหยาม
“คุณรีบไปซะเถอะ!”
“เธอจะพูดอะไร ยิ่งพูดฉันยิ่งงง!”นัยน์ตาของเธอยามนี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกเหยียดหยาม
“สามีฉันกำลังจะกลับมา”
“เวร!…ผมเคลื่อนกายออกมาจากห้อง กระชากประตูสุดแรงเกิดจนเสียงดังลั่นปัง”

ณ วันนี้เจ้าของบ้านไม่อยู่ สภาพภายในบ้านก็อย่างที่เห็น หยากไย่ ละอองฝุ่นเกาะจนหนาเตอะ ข่าวว่าเธอและชายชู้อีกคนนอนจมกองเลือดอยู่บนเตียงนั้น…แน่ะ…ว่าแล้วก็มีกลิ่นไม่พึงประสงค์โชยมาตามลม หยิบกระจกขึ้นมาส่องพลันเงาสะท้อนของใครบางคนโพล่เข้ามา…เจ้าของเงาในนั้นแสยะยิ้ม แล่บ ลิ้น ปลิ้นตา

***แรงบันดาลใจ จากภาพนี้เขียนขึ้นมาตามจินตนาการ มิได้เกี่ยวข้องกับบุคคลในภาพ…